LASTEST NEWS

22 พ.ย. 2560สั่งสอบวินัยอดีตผอ.สพม.38แล้ว ‘ครูแอน-ครูวัลย์’ส่อวืดบรรจุ ‘มรกต’ยันไม่เคยเรียกรับประโยชน์ 22 พ.ย. 2560บอร์ดก.ค.ศ.บรรจุแต่งตั้งผอ.สพท.110 ราย 22 พ.ย. 2560กพฐ.กำชับสกัดทุจริต เปิดรับสมัครครูผู้ช่วย 4,680 อัตรา 22 พ.ย. 2560สพฐ.ย้ำเลิก"ไอซียู"เหตุ รร.พ้นวิกฤต 22 พ.ย. 2560สพม.36 เปิดรับสมัครครูขาดแคลนขั้นวิกฤต 14 อัตรา สมัคร24-30พ.ย.60 22 พ.ย. 2560สอบสวน2ครูสาวพุ่งเป้าสพม.38 เรียกผลประโยชน์ตอบแทนหรือไม่ 21 พ.ย. 2560เช็คคุณสมบัติ ปี1-5 ปีการศึกษา 2560 ที่มีสิทธิ์สมัครทุนครูคืนถิ่น 26,967 อัตรา 21 พ.ย. 2560มาแล้ว! ทุนครูคืนถิ่น รับสมัคร2.7หมื่นอัตรา จบแล้วบรรจุครูผู้ช่วยภูมิลำเนาทันที - สมัครถึง8ธ.ค.60 21 พ.ย. 2560สถ.แจ้งให้ม.บูรพา ตรวจสอบข้อร้องเรียนการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น 21 พ.ย. 2560โรงเรียนจ่าอากาศ กรมยุทธศึกษาทหารอากาศ เปิดสอบบรรจุเข้าเป็นนักเรียนจ่าอากาศ 393 นาย

จับตาพิเศษ อาชีวะ 1สถาบันเสี่ยงส่อปิดถาวร ชงขึ้น′บัญชีดำนักเรียน"นักเลง"

  • 23 ก.ย. 2557 เวลา 13:26 น.
  • 2,516 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
จับตาพิเศษ อาชีวะ 1สถาบันเสี่ยงส่อปิดถาวร ชงขึ้น′บัญชีดำนักเรียน"นักเลง"
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

จับตาพิเศษ อาชีวะ 1สถาบันเสี่ยงส่อปิดถาวร ชงขึ้น′บัญชีดำนักเรียน"นักเลง"
 
อาชีวะเอกชนกลุ่มเสี่ยงขานรับ′บิ๊กตู่′ ปิดทันทีที่ก่อเหตุ 3-7 วัน ด้านเลขาฯ กช.ยันก่อเหตุครบ 3 ครั้งโดนแน่ จับตาพิเศษ 1 สถาบันจ่อถูกปิดถาวร ขณะที่นายกสมาคมอาชีวะเอกชนเสนอขึ้นแบล๊กลิสต์ กยศ.
 
เมื่อวันที่ 22 กันยายน นายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับสถาบันอาชีวศึกษาเอกชน 18 แห่ง ประกอบด้วยสถาบันกลุ่มเสี่ยงและสถาบันที่ตั้งอยู่ใกล้สถาบันกลุ่มเสี่ยง เพื่อชี้แจงมาตรการป้องกันและจัดการกับนักเรียนที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาท ว่า 
 
ที่ประชุมเห็นด้วยที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้ปรับมาตรการแก้ปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนนักศึกษาตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ให้ปิดสถานศึกษาที่ก่อเหตุทันที 3-7 วัน พร้อมให้สถาบันต่างๆ เสนอแผนป้องกันพิเศษมาให้ สช.พิจารณา หากผ่านความเห็นชอบจึงจะอนุญาตให้เปิดการเรียนการสอนตามปกติ 
 
 นอกจากนั้น ยังมีการเสนอมาตรการอื่นๆ เพิ่มเติม อาทิ ขอให้เพิ่มจุดเสี่ยงในการตรวจตรา โดยเฉพาะกรณีของนักศึกษาที่มักชอบจับกลุ่มขี่จักรยานยนต์ ขอให้สถาบันประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจแยกออกทันที เพราะส่วนใหญ่พบว่ามักใช้จักรยานยนต์ในการก่อเหตุ ขณะเดียวกันสถาบันกลุ่มเสี่ยงยังเลื่อนเวลาเข้าเรียนและเลิกเรียนไม่ให้ตรงกัน โดยเฉพาะสถาบันที่เป็นคู่อริ รวมไปถึงบางแห่งปรับเวลาเปิดปิดภาคเรียนไม่ให้ตรงกัน เนื่องจากพบว่าเด็กมักจะก่อเหตุในช่วงเปิดภาคเรียนใหม่ๆ ในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน
 
"สถานศึกษาเสนอให้มีการปรับเพิ่มโทษทางกฎหมาย สำหรับนักเรียนที่ก่อเหตุ ปัจจุบันนักเรียนที่พกอาวุธและก่อเหตุจะปรับแค่ 100 บาท และมีครูมารับรองก็ปล่อยตัวกลับบ้าน ต่อไปจะให้ผู้ปกครองมารับเด็กด้วยตัวเอง เพราะอยากให้รับรู้พฤติกรรมเพื่อร่วมกันแก้ไข 
 
 ในส่วนของสถานศึกษาถ้าปล่อยปละละเลยจนเกิดเหตุซ้ำซากต้องมีมาตรการลงโทษ โดยมาตรการที่ใช้อยู่ปัจจุบันจะให้สถาบันที่ก่อเหตุครบ 3 ครั้ง งดรับนักศึกษาทันทีในปีถัดไป ขณะนี้มีสถานศึกษาที่ก่อเหตุครบ 2 ครั้งแล้ว 1 แห่ง อยู่ในการจับตาเป็นพิเศษจาก สช. ถ้าก่อเหตุอีก 1 ครั้งจะต้องใช้มาตรการงดรับนักศึกษา และแนวโน้มน่าจะเป็นการปิดถาวร เพราะจำนวนนักศึกษาลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่โรงเรียนก่อเหตุ 1 ครั้ง มีอยู่ 4 แห่ง ซึ่ง สช.จับตาอยู่เช่นกัน" นายบัณฑิตย์กล่าว
 
นายจอมพงศ์ มงคลวนิช นายกสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อาชีวศึกษาเอกชนเห็นด้วยและเข้าใจความหวังดีของนายกฯ หากตรวจสอบชัดเจนว่าสถานศึกษาแห่งนั้นปล่อยปละละเลย ไม่มีมาตรการป้องกันปัญหาที่เหมาะสม ก็สมควรที่จะเข้าสู่มาตรการลงโทษ โดยการสั่งปิดสถานศึกษา แต่อยากเสนอให้เพิ่มมาตรการสำหรับจัดการกับเด็กควบคู่ไปกับมาตรการลงโทษสถานศึกษาด้วย โดยให้มีการขึ้นแบล๊กลิสต์เด็กที่ก่อเหตุทันที รวมทั้งส่งข้อมูลให้กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพื่อให้ กยศ.ขึ้นแบล๊กลิสต์เด็กกลุ่มนี้ และให้มีผลต่อการกู้ยืมเงิน
 
"ที่เสนอมาตรการนี้เพราะต้องการให้เด็กเข็ดหลาบ ปัจจุบันการลงโทษเด็กตามกฎหมายอ่อนมาก เมื่อเด็กถูกให้ออกจากสถานศึกษาแห่งหนึ่งจะย้ายไปสมัครเรียนที่อื่นและก่อเหตุต่อได้ แต่ถ้ามีข้อมูลและให้ กยศ.ขึ้นแบล๊กลิสต์เด็กเหล่านี้ จะช่วยให้สถานศึกษาคัดกรองเด็กได้ระดับหนึ่ง และเด็กเองอาจจะมีความเกรงกลัว เพราะถ้าก่อเหตุอาจจะหมดสิทธิกู้ กยศ.ไปด้วย 
 
ทั้งนี้ ขอย้ำว่าการแก้ปัญหาเด็กทะเลาะวิวาทจะต้องทำหลายมาตรการพร้อมๆ กัน และที่สำคัญต้องมีบทลงโทษที่ชัดเจนกับตัวผู้ทำผิด ปัจจุบันกฎหมายค่อนข้างอ่อน ทำให้เด็กกล้าก่อเหตุ แม้ว่าสถานศึกษาจะดำเนินการตามมาตรการป้องกันในทุกด้านแล้ว" นายจอมพงศ์กล่าว
 
 
Advertisement

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : จับตาพิเศษ อาชีวะ 1สถาบันเสี่ยงส่อปิดถาวร ชงขึ้น′บัญชีดำนักเรียน"นักเลง"

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^