LASTEST NEWS

04 ธ.ค. 2559สำนักงาน กศน. เปิดสอบพนักงานราชการ 15 อัตรา 04 ธ.ค. 2559วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา เงินเดือน 18,000บาท กรมขนส่งทางบก เปิดสอบพนักงานราชการ 04 ธ.ค. 2559รับเยอะ 40 อัตรา สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ สมัครออนไลน์ 04 ธ.ค. 2559สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกาศรับสมัครสอบเข้ารับราชการ 04 ธ.ค. 2559สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดสอบพนักงานราชการครู 13 อัตรา สมัครตั้งแต่บัดนี้-28ธ.ค.59 03 ธ.ค. 2559ด่วน! การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดสอบเข้าทำงาน 23 อัตรา วุฒิม.3 ขึ้นไป สมัคร 6-15ธ.ค.59 03 ธ.ค. 2559ไม่ต้องผ่านภาค ก 11 อัตรา วุฒิปวส.ทุกสาขา/ป.ตรีทุกสาขา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอบ 03 ธ.ค. 2559กศน.จังหวัดอ่างทอง เปิดสอบพนักงานราชการ 6 อัตรา สมัคร 1-9 ธ.ค.2559 03 ธ.ค. 2559สพป.นครนายก เปิดสอบพนักงานราชการครู 5 อัตรา สมัคร 5-9 ธ.ค.2559 03 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องผ่านภาค ก) วุฒิป.ตรี เงินดือน 27,130 บาท ส.ป.ก.เปิดรับสมัครพนักงานราชการ

ค้านนโยบายเรียนฟรีเด็กต่างด้าว

  • 08 ก.ย. 2557 เวลา 09:13 น.
  • 774 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ค้านนโยบายเรียนฟรีเด็กต่างด้าว

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ค้านนโยบายเรียนฟรีเด็กต่างด้าว
 
    เครือข่ายองค์กรที่ทำงานด้านประชากรข้ามชาติค้านนโยบายให้สิทธิ์เรียนฟรีเด็กต่างด้าว 2 อย่าง ระบุผลักภาระให้โรงเรียนและผู้ปกครอง สร้างความเหลื่อมล้ำระหว่างเด็ก เผยสถิตินักเรียนต่างด้าวมีเพียง 2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น พร้อมเสนอ 3 แนวทาง จัดตั้งศูนย์การเรียนชุมชน หารือประเทศต้นทางดันนโยบายฮับการศึกษาในอาเซียน สำรวจจัดทำทะเบียนให้กับเด็กที่ไม่มีเอกสารแสดงตน
 
    สืบเนื่องจากกรณีที่นายกมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้ประกาศศว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้เตรียมจัดทำข้อมูลเพื่อเสนอให้ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เห็นชอบจัดงบประมาณเรียนฟรีให้นักเรียนต่างด้าว เนื่องจากคาดว่าในอีก 3 ปีข้างหน้าจะมีนักเรียนต่างด้าวเพิ่มมากขึ้นเป็น 2.5 แสนคน
 
    นายอดิศร เกิดมงคล ตัวแทนเครือข่ายองค์กรที่ทำงานด้านประชากรข้ามชาติ (Migrant Working Group) มีความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าวว่า มีความกังวลใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องจำนวนตัวเลขของเด็กนักเรียนต่างด้าวในสถานศึกษาไทย หากพิจารณาจากข้อมูลของนักเรียนตามสัญชาติในปี 2556 แล้วจะพบว่ามีนักเรียนในสถานศึกษาทั้งหมด 7,243,713 คน เป็นเด็กสัญชาติไทย 7,130,646 คน และเด็กสัญชาติอื่นๆ เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี กัมพูชา พม่า ลาว และอื่นๆ รวมทั้งไม่ปรากฏสัญชาติเป็นจำนวน 113,067 คน ในที่นี้อาจจะมีความเป็นไปได้ว่าเด็กต่างด้าวตามนิยามของกฎหมาย คือไม่มีสัญชาติไทย น่าจะรวมถึงนักเรียนที่ไม่มีเอกสารแสดงตน หรือที่เรียกกันว่านักเรียนติด G อีก 65,739 คน และหากนับรวมนักเรียนที่เป็นชนกลุ่มน้อย (ชาวเขาและอื่นๆ) แต่ยังไม่มีสัญชาติไทยอีก 29,252 คน   
 
    ดังนั้นจะเห็นว่าโอกาสที่เด็กต่างด้าวในโรงเรียนตามข้อมูลของ สพฐ.จำนวนมากจะเป็นกลุ่มเด็กที่ด้อยโอกาส คือไม่มีเอกสารแสดงตน ไม่มีสัญชาติ หรือเป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศไทย หรืออยู่ในกลุ่มที่ผู้ปกครองมีสถานะทางเศรษฐกิจที่ไม่ดีและเข้าไม่ถึงการมีสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจน ซึ่งสัดส่วนของเด็กเหล่านี้จะมีเพียงร้อยละ 2-3 ของนักเรียนทั้งหมด
 
   ทั้งนี้ ประเทศไทยเคยตั้งเป้าและมีความมุ่งมั่นที่จะให้โอกาสเด็กทุกคนเข้าถึงการได้รับการศึกษา ดังนั้นนโยบายเรียนฟรี 15 ปี จึงไม่ใช่แค่ประเทศไทยประเทศเดียวที่จะได้รับประโยชน์ แต่จะหมายรวมถึงการพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างการพัฒนาให้กับประชาคมอาเซียนที่มีประชากรที่มีคุณภาพต่อไป     
 
    นอกจากนี้ เครือข่ายที่ทำงานด้านประชากรข้ามชาติยังกังวลถึงข้อแถลงที่ระบุว่า หากจำนวนนักเรียนต่างด้าวเพิ่มมากขึ้น โรงเรียนคงใช้วิธีเกลี่ยเงินไม่ไหว ซึ่งในความเป็นจริงนโยบายการจัดสรรงบโครงการเรียนฟรี 15 ปี ได้อิงกับจำนวนเด็กที่มีอยู่ในโรงเรียนตามรายหัวของนักเรียน ดังนั้นการที่ สพฐ.ระบุว่าจะใช้วิธีเกลี่ยเงินให้กับเด็กนักเรียนต่างด้าวไม่ไหวมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก จะมีเพียงกรณีนักเรียนที่ยังไม่มีชื่อในฐานข้อมูลของสถานศึกษาและ สพฐ.เท่านั้นที่จะต้องใช้ระบบเกลี่ยงบไปก่อน และเมื่อเพิ่มชื่อเข้าไปก็สามารถของบประมาณเพิ่มได้     
 
    "การระบุว่ามีการเกลี่ยงบจนดูเป็นภาระให้แก่โรงเรียน จะทำให้เกิดภาพการทำงานที่ไม่ชัดเจน และเป็นการสะท้อนถึงระบบการรับเด็กและฐานข้อมูลเด็กในระบบข้อมูลของ ศธ.ที่ไม่มีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน" นายอดิศรกล่าว
 
   นายอดิศรชี้อีกว่า การจัดเรียนฟรีให้เด็กต่างด้าวแค่ 2 รายการจาก 5 รายการ จะทำให้ภาระไปตกกับโรงเรียนและผู้ปกครองที่มีฐานะยากจนอยู่แล้ว ซึ่งในที่สุดโรงเรียนอาจตัดสินใจไม่รับเด็กต่างด้าวเข้าเรียน เพราะแบกรับภาระค่าใช้จ่ายส่วนเกินไม่ไหว และยังก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำแบ่งแยกระหว่างเด็กไทยกับเด็กต่างด้าวที่เรียนโรงเรียนเดียวกัน 
 
    เครือข่ายฯ จึงมีข้อเสนอการแก้ปัญหา ดังนี้ 1.การลดการช่วยเหลือการเรียนฟรีกับเด็กต่างด้าวไม่ใช่ทางออกในการแก้ไขปัญหา แต่จะยิ่งทำให้ปัญหาเพิ่มมากขึ้นทั้งต่อตัวเด็กนักเรียน โรงเรียน และสังคมโดยรวม สิ่งที่ สพฐ.และ ศธ.จะต้องดำเนินการอย่างจริงจังคือ สนับสนุนแนวทางการจัดการศึกษาทางเลือกที่สอดคล้องกับเด็กข้ามชาติ เช่น ศูนย์การเรียนชุมชน ซึ่งมีกฎกระทรวงรองรับไว้แล้ว จะเป็นการช่วยลดภาระในการจัดการของโรงเรียนและจัดการศึกษาสอดคล้องกับเด็กข้ามชาติให้มากขึ้น ขณะเดียวกันควรส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาของผู้ปกครองและชุมชน ในรูปแบบกองทุนพัฒนาการศึกษาที่ผู้ปกครองสามารถร่วมจ่ายได้ตามศักยภาพของตนเอง อันจะเป็นการลดภาระของโรงเรียนในอีกทางหนึ่ง
 
    2.รัฐบาลไทยควรหารือกับประเทศต้นทางในการพัฒนาสถานะของเด็กข้ามชาติในกลุ่มผู้ติดตามพ่อแม่ผู้ปกครองที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย ให้มีการขึ้นทะเบียนและดำเนินการพิสูจน์สัญชาติกับประเทศต้นทาง เพื่อให้เด็กได้มีสถานะที่ถูกกฎหมาย ควบคู่ไปกับการพัฒนาการศึกษาที่เชื่อมโยงกันระหว่างประเทศไทยกับประเทศต้นทาง ในการที่จะรองรับเด็กข้ามชาติที่จะต้องกลับประเทศต้นทางในอนาคต รวมทั้งสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและประชาคมอาเซียนในการสร้างให้เกิดนโยบายศูนย์กลางทางศึกษา (Education Hub) เพื่อรองรับการพัฒนาทางการศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ในประชาคมอาเซียนต่อไป
 
    3.ศธ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดควรจะผลักดันให้เกิดนโยบายการแก้ไขปัญหาเด็กไร้รัฐไร้สัญชาติและเด็กข้ามชาติให้เป็นนโยบายระดับชาติอย่างจริงจัง เพื่อแก้ไขปัญหาการเด็กไม่มีสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจน ซึ่งรากฐานของปัญหาและส่งผลกระทบต่อการจัดการศึกษา และการเข้าถึงการศึกษาของเด็กทั้งระบบ.
 
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ค้านนโยบายเรียนฟรีเด็กต่างด้าว

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^