LASTEST NEWS

27 เม.ย. 2560รวมลิงค์! ประกาศผลการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 27 เม.ย. 2560กศจ.นครราชสีมา ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย 2560 27 เม.ย. 2560กศจ.ราชบุรี ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป 2560 27 เม.ย. 2560กศจ.ระนอง ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป 2560 27 เม.ย. 2560กศจ.ประจวบคีรีขันธ์ ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป 2560 27 เม.ย. 2560กศจ.สมุทรปราการ ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป 2560 27 เม.ย. 2560แชร์ด่วน! กรมสรรพากร เปิดสอบแข่งขันเข้ารับราชการ 515 อัตรา สมัครทางอินเทอร์เน็ต 5-30 พฤษภาคม 2560 27 เม.ย. 2560กศจ.สิงห์บุรี ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป 2560 27 เม.ย. 2560กศจ.กาฬสินธุ์ ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป 2560 27 เม.ย. 2560หจก.เอส วี ดี คอมฯ เชิญร่วมงานสัมมนา เชิงปฏิบัติการบริหารจัดการเครือข่ายคอมพิวเตอร์ด้วย iBSG

หัวใจหลักการศึกษาที่ต้องปฏิรูป

  • 26 ส.ค. 2557 เวลา 15:17 น.
  • 850 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
หัวใจหลักการศึกษาที่ต้องปฏิรูป

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ตอนนี้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำลังดำเนินการสรรหาผู้ที่จะมาช่วยกันคิดปฏิรูปประเทศในด้านต่าง ๆ ซึ่งในจำนวนนี้ก็มีเรื่องการศึกษารวมอยู่ด้วย ซึ่งการที่จะทำให้การศึกษาเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพกับการพัฒนาคนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้นั้น ผู้คิดจะต้องรู้ลึก รู้จริง ถึงบริบทคุณภาพชีวิตคนไทยที่ผ่านมาเป็นอย่างไรและต้องการได้คุณภาพขนาดไหน ที่ผ่านมามีอุปสรรคปัญหาอะไรบ้างจึงทำให้คุณภาพเด็กไปไม่ถึงไหน ผู้เขียนจึงพยายามนำข้อมูลการศึกษาจากภาคปฏิบัติมาเสนออยู่บ่อยครั้ง เผื่อว่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงถูกทางขึ้นมาบ้าง เพราะหากยังใช้แต่แนวคิดของผู้บริหารก็จะจมปลักอยู่กับโครงสร้างและตำแหน่ง เชื่อนักวิชาการมากนักก็จะเต็มไปด้วยหลักการ ทฤษฎี หรือเชื่อกลุ่มที่เห็นต่างชาติดีไปหมดก็มัวแต่เพ้อฝันว่าเด็กไทยต้องมีคุณภาพเหมือนฝรั่ง โดยลืมนึกถึงศักยภาพความพร้อม วิถีชีวิต การทำมาหากิน คุณค่าจากทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม ประเพณี ประวัติศาสตร์ ที่คนไทยมีอยู่ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้แม้แต่ต่างชาติเขาก็ยังเห็นคุณค่า
 
เมื่อวิธีการพัฒนาคนของชาติไปลอกรูปแบบเขามาทั้งดุ้นผลที่ได้ก็ คือ กระทรวงเดียวมีซี 11 ถึง 5 คน ครูก้าวหน้าทั้งเงินเดือนและวิทยฐานะ แต่คุณภาพเด็กแย่ลง การปฏิรูปการศึกษาครั้งต่อไปจึงน่าจะให้ความสำคัญไปที่หัวใจหลัก ซึ่งเป็นส่วนที่จะทำให้เด็กเกิดคุณภาพชีวิตอย่างแท้จริง โดยหัวใจหลักที่ว่านี้ผู้เขียนเองคิดว่ามีอยู่ 4 ด้านด้วยกัน คือ 1. เป้าหมาย ที่ต้องการให้บุคลากรของชาติเกิดคุณภาพอย่างไร 2. หลักสูตร ส่วนที่เป็นเนื้อหาสาระ ทักษะ ที่จะทำให้ผู้เรียนเกิดคุณภาพตามเป้าหมายกำหนดไว้ 3. ครู คือผู้ที่ต้องนำสิ่งกำหนดไว้ในหลักสูตรไปสู่ผู้เรียน และ 4. การเรียนการสอนที่จะช่วยทำให้เด็กเกิดคุณภาพตามศักยภาพที่มีอยู่และเป็นไปตามเป้าหมาย
 
หัวใจหลักที่ว่านี้ช่วงที่ผ่านมายังมีปัญหาในทางปฏิบัติอยู่มากมาย โดยด้าน เป้าหมาย ถูกกำหนดไว้ในหลายส่วน เช่น พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ 2542 “เด็กต้องเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เก่ง ดี มีความสุข” หลักสูตรกำหนดว่า “ผู้เรียนต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะหลักทั้ง 5 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ และยังมีเป้าหมายระหว่างทางจากภาครัฐและรัฐมนตรีที่ปรับเปลี่ยนอยู่บ่อยครั้ง อาทิ โรงเรียนในฝัน โรงเรียนดีใกล้บ้าน โรงเรียนดีศรีตำบล โรงเรียนมาตรฐานสากล การเรียนรู้ภาษาที่สองและภาษาอาเซียน คุณภาพจากการสอบ O-NET, Pisa และ Las คุณภาพจากการประเมินของ สมศ. ฯลฯ ซึ่งแต่ละเป้าหมายหวังไปสู่ความเป็นเลิศทั้งสิ้น แต่ผู้เรียนและผู้ปกครองส่วนใหญ่กลับมุ่งไปที่มหาวิทยาลัยและใบปริญญาจึงให้ความสำคัญอยู่แค่เนื้อหา ยิ่งครูเห็นคล้อยตามไปด้วยการสอนก็จะอยู่แค่วิชาการ จึงกลายเป็นการเรียนเพื่อจำ จำเพื่อสอบ สอบเพื่อจบ จบเพื่อลืม เป้าหมายการพัฒนาจึงควรกำหนดให้ชัดเจนว่าต้องการให้ผู้เรียนเกิดคุณภาพชีวิตด้านใด ถึงขั้นไหนและต้องไม่ลืมอัตลักษณ์ เอกลักษณ์ความเป็นไทย และการเป็นพลเมืองโลกที่ดีด้วย
 
การที่จะทำได้เช่นนี้จะต้องปรับเจตคติทุกฝ่ายให้ได้ก่อนว่าการเรียนรู้ไม่ได้อยู่แค่ปริญญาหรือทำให้ทุกคนเป็นแพทย์ วิศวะ ผู้บริหาร นักธุรกิจ ได้ทั้งหมด เพราะคนไทยมีศักยภาพและความพร้อมต่างกัน โดยเฉพาะกลุ่มรากหญ้าที่ต้นทุนชีวิตต่ำยังมีอยู่อีกมาก ซึ่งคุณภาพชีวิตที่เขาเหล่านี้ควรได้รับ คือ การก้าวพ้นจากวงจร โง่ จน เจ็บ ไห้ได้ก่อน ซึ่งประเทศชาติเองก็ยังต้องอาศัยบุคลากรที่มีทักษะอาชีพหลากหลายมาร่วมพัฒนาเช่นกัน สำหรับกลุ่มที่มีความพร้อมก็ต้องส่งเสริมให้ไปสู่ความเป็นเลิศด้วยการยกระดับโรงเรียนที่มีความพร้อมให้เป็นนิติบุคคลหรือตั้งโรงเรียนเฉพาะทางให้มากขึ้น ไม่ใช่จัดแบบเหมาโหลเตี้ยอุ้มค่อม แถมยังใช้เป้าหมาย ใช้หลักสูตรหรือข้อสอบ O-NET รวมถึงการประเมินคุณภาพ รูปแบบและมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด อย่างทุกวันนี้เด็กเก่งก็ถูกฉุดรั้ง เด็กอ่อนก็วิ่งตามไม่ทัน
 
ด้านที่สอง คือ หลักสูตร ที่ยังเต็มไปด้วยหลักการ ทฤษฎี มีภาษาสวยงามแต่ยากในทางปฏิบัติ เนื้อหาสาระก็ไม่สอดคล้องกับวัยของผู้เรียน สาระการเรียนรู้มากเกินความจำเป็น ป.1-ม.6 ต้องเรียน 8 กลุ่มสาระกับอีก 1 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเช่นเดียวกันและแต่ละกลุ่มสาระยังมีวิชาย่อยซ่อนอยู่อีก เช่น กลุ่มการงานพื้นฐานอาชีพและเทคโนโลยี จะมีวิชางานบ้าน งานประดิษฐ์ งานช่าง งานเกษตร คอมพิวเตอร์ เมื่อมีวิชามาก ตารางสอนมาก เวลาเรียนมาก การบ้านก็มาก ต้องใช้ครูมาก ที่สำคัญ สิ่งที่ใส่ให้ไปแก่เด็กไม่รู้ว่าอะไรเป็นแก่นเป็นกระพี้ การรู้ลึก รู้จริง หรือคุณภาพชีวิตที่ต้องการจึงเกิดขึ้นได้น้อย เด็กเองก็ไม่มีเวลาได้เล่น ได้พัฒนาทักษะด้านอื่น ๆ หลักสูตรจึงควรปรับให้สอดคล้องกับการพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ ของเด็กแต่ละช่วงวัย กลุ่มที่ยังอ่านไม่ได้ เขียนไม่ได้ คิดเลขไม่เป็น มีปัญหาสุขนิสัยการดำเนินชีวิต ก็ต้องแก้ปัญหาพื้นฐานนี้ให้ได้ก่อนหรือกลุ่มที่ต้องพัฒนาคุณภาพชีวิตให้อยู่ในสังคมท้องถิ่นได้อย่างมีความสุขก็ควรปลูกฝังทักษะอาชีพและทักษะชีวิตให้มากขึ้น ส่วนกลุ่มที่มีความพร้อมสูงก็ต้องส่งเสริมไปสู่ความเป็นเลิศให้ได้
 
ด้านที่ 3 คือ ครู มีปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาเด็กอยู่หลายสาเหตุ คือ  1. เกิดจากระบบบริหารจัดการที่ขาดประสิทธิภาพ ทำให้เกิดปัญหาครูขาดแคลนและครูขาดคุณภาพตามมา อาทิ โครงการครูคืนถิ่น ทำให้ครูมีความสุขได้กลับบ้าน แต่เด็กมีความทุกข์เพราะครูไม่พอสอน โครงการเออร์ลี่รีไทร์ ที่ครูออกจากระบบหลายหมื่นราย การโยกย้ายที่มีเส้นสายทำให้โรงเรียนในชนบทครูขาด แต่ในเมืองครูเกิน ซึ่งเป็นการเกินในบางสาขาแต่ขาดวิชาเอกสำคัญ ด้านคุณภาพครู เดิมมีโครงการผลิตครูที่มีคุณภาพ ทั้งคุรุทายาท เพชรในตม ฯลฯ แต่ต้องเลิกล้มไปด้วยเหตุไม่มีอัตรามารองรับหรือเกรงว่าไม่เป็นธรรมกับผู้ที่ไม่ได้อยู่ในโครงการเมื่อการสรรหาเปิดกว้างว่าใครก็ได้ที่มีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์หากสามารถกาข้อสอบไม่กี่ร้อยข้อได้คะแนนเป็นลำดับต้น ๆ ก็ได้เป็นครู ทำให้การที่จะได้คนเก่ง คนมีอุดมการณ์ จิตวิญญาณในวิชาชีพครู จึงเป็นเรื่องยาก สาเหตุที่ 2 ปัญหาที่มาจากตัวครูเอง ทั้งปัญหาหนี้สิน ปัญหาครอบครัว ปัญหาสุขภาพ ปัญหาขวัญกำลังใจที่ขอเลื่อนวิทยฐานะไม่ได้ สาเหตุต่อมา คือ ภาระงานที่นอกเหนือจากการสอน ทั้งกิจกรรม โครงการ การทดลอง วิจัย  การเข้าร่วมประชุม ประกวด แข่งขัน งานโชว์ งานชุมชน การประเมินของ สมศ. การทดสอบจากสารพัดหน่วยงาน ฯลฯ เมื่อครูยังมีอุปสรรคอยู่มากมายเช่นนี้ การที่จะไปคิดออกแบบวิธีจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับผู้เรียนเป็นรายบุคคลหรือจัดกิจกรรมเสริมให้เด็กเกิดการเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง ตามหลักการนั้นคงเป็นเรื่องยาก
 
สุดท้าย คือ ด้านการเรียนการสอน ที่ผ่านมาครูส่วนใหญ่ยังไม่ปรับวิธีเรียนเปลี่ยนวิธีสอน ยังสอนรูปแบบเดิม ๆ ด้วยวิธีการบอกเล่าเนื้อหาจากตำราเป็นหลัก การที่จะให้เด็กคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็นจึงเกิดได้น้อย ส่วนนี้จะไปโทษครูฝ่ายเดียวก็ไม่ได้เพราะทั้งนโยบาย ภาระงานรวมถึงเจตคติของเด็กกับการเรียนรู้ดังกล่าวมา การสอนจึงออกไปรูปแบบนั้น ยิ่งเป็นครูบรรจุใหม่ด้วยแล้วส่วนใหญ่ก็มักจะสอนโดยการบอกเล่าเนื้อหาจากตำราเป็นหลัก ด้วยยังขาดประสบการณ์สอน ส่วนนี้จึงต้องปรับเจตคติทุกฝ่ายและปรับวิธีเรียนเปลี่ยนวิธีสอนของครูให้เกิดขึ้นอย่างทั่วถึงให้ได้
 
การปฏิรูปการศึกษาที่จะเกิดขึ้นครั้งต่อไปนี้จึงอยากให้คำนึงถึงหัวใจหลักในด้านต่าง ๆ ตามที่กล่าวมาทั้งหมด เพราะหากสามารถแก้ไขและพัฒนาหัวใจหลักให้กลายเป็นเครื่องมือพัฒนาคุณภาพชีวิตมนุษย์ที่มีประสิทธิภาพได้แล้วผลประโยชน์ก็จะตกอยู่กับเด็กและประเทศชาติทั้งหมด แต่หากยังคิดแก้ไขให้ได้ตามใจของทุกฝ่ายโดยไม่ยึดเด็กเป็นตัวตั้งแล้วคิดแก้ไขแต่ปัจจัยรอบข้างซึ่งเป็นเปลือกภายนอกสุดท้ายก็คงได้แต่หน่วยงาน ตำแหน่งผู้บริหาร ความก้าวหน้าของทุกฝ่ายอย่างที่ผ่านมา ถ้าคิดปฏิรูปการศึกษาแล้วได้แค่นี้เรียกว่า “เสียของ” จริง ๆ นะจะบอกให้.
 
กลิ่น สระทองเนียม
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : หัวใจหลักการศึกษาที่ต้องปฏิรูป

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^