LASTEST NEWS

23 มี.ค. 2560อาจารย์ครุศาสตร์ จุฬาฯ รุมจวกเปิดทุกหลักสูตรสอบครูได้ 23 มี.ค. 2560รวมลิงค์ประกาศรับสมัคร สอบครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 - สมัคร29มี.ค.-4เม.ย.60 23 มี.ค. 2560“ธีระเกียรติ”มั่นใจเดินถูกทางเปิดกว้างสาขาอื่นสอบครูได้ 23 มี.ค. 2560“หมอธี”สั่ง มหา’ลัยทบทวนหลักสูตร หารือคุรุสภา เล็งปรับมาตรฐานเรียนครู 4 ปี 23 มี.ค. 2560นักวิชาซัดทำลายระบบผลิตครู จวก"หมอธี"ใช้ก.ค.ศ.เป็น "ตรายาง" คุรุสภาเป็นทางผ่านรับแม่พิมพ์ไร้ตั๋ว 23 มี.ค. 2560ก.ค.ศ.มอบอำนาจกศจ.จัดสอบครูผู้ช่วย 23 มี.ค. 2560เชื่อเปิดกว้างสายอื่นสอบครูไม่ยั่งยืน 23 มี.ค. 2560ด่วนที่สุด! การซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการครูฯที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ 23 มี.ค. 2560ด่วนที่สุด ที่ศธ 0206.6/ว7 ลว23มี.ค.60 เรื่อง การสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครั้งที่1 ปีพ.ศ.2560 23 มี.ค. 2560กศจ.นครสวรรค์ เปิดสอบครูผู้ช่วย 12 สาขาวิชา รวม 71 อัตรา สมัคร29มี.ค.-4เม.ย.2560

ศธ.สั่งเร่งทำวิจัยเชิงลึกวางแผนแก้ปัญหากวดวิชา

  • 20 ส.ค. 2557 เวลา 10:40 น.
  • 319 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ศธ.สั่งเร่งทำวิจัยเชิงลึกวางแผนแก้ปัญหากวดวิชา

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

      ศธ.สังเคราะห์งานวิจัยเกี่ยวข้องกับธุรกิจกวดวิชาตั้งแต่ปี 45-57 ระบุข้อมูลปี 55 พบไทยมี ร.ร. กวดวิชากว่า 2 พันแห่งเป็น นร. ระดับมัธยมสูงกว่า 4 แสนคนที่กวดวิชา ขณะที่มูลค่าการตลาดเติบโตเฉลี่ย 5.4 ต่อปี คาดในปี 58 จะสูงถึง 8 พันกว่าล้านบาท จากการเพิ่มค่าเรียนและจำนวน นร. ที่เข้าสู่วงจรกวดวิชา ส่วนสาเหตุที่กวดวิชาเพื่อผลการเรียนดีขึ้น โอกาสการสอบ เตรียมตัวเข้ามหา’ลัย แม้ค่าใช้จ่ายที่สูงเป็นปัญหามากที่สุด องค์กรหลัก ศธ. มอบ สนย. ไปทำวิจัยเชิงลึกโดยรวมประเด็น ร.ร. เปิดสอนกวดวิชา หรือสอนพิเศษตอนเย็นด้วยและนำมาเสนอก่อนนำไปสู่กำหนดแผนแก้ปัญหากวดวิชาในต้นเดือน ก.ย. นี้
       
       วันนี้ (19 ส.ค.) นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) เปิดเผยผลการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานผลการดำเนินงานศึกษาวิจัยเรื่อง “ยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาการกวดวิชา” ของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ (สนย.) สำนักงานปลัด ศธ. โดยงานวิจัยดังกล่าวเป็นการสังเคราะห์รายงานวิจัย ปริญญานิพนธ์ และวิทยานิพนธ์ ในช่วงปี 2545 - 2557 ซึ่งเผยแพร่ในหนังสือวิชาการ บทความ สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ 27 เรื่อง ผลการสังเคราะห์ พบว่า มีผู้ประกอบการธุรกิจกวดวิชา ทั้งโรงเรียนกวดวิชา และติวเตอร์อิสระรายใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2555 ประเทศไทยมีโรงเรียนกวดวิชา 2,005 แห่ง แบ่งเป็น กรุงเทพฯ 460 แห่ง และภูมิภาค 1,545 แห่ง มีนักเรียนที่เรียนกวดวิชา 453,881 คน คิดเป็น 12% ของจำนวนนักเรียนระดับมัธยมศึกษาทั้งหมด
       
       นอกจากนี้ เมื่อดูมูลค่าตลาดธุรกิจกวดวิชา พบว่า ในปี 2556 อยู่ที่ประมาณ 7,160 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2555 ที่มีมูลค่าประมาณ 7,000 ล้านบาท และจะเติบโตไปสู่ 8,189 ล้านบาท ในปี 2558 หรือเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 5.4 ต่อปี ทั้งนี้ คาดว่ามูลค่าตลาดที่เพิ่มขึ้นมีปัจจัยมาจากการเพิ่มราคาค่าเรียน และจำนวนนักเรียนที่เรียนกวดวิชาเพิ่มขึ้น สำหรับปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการกวดวิชา เช่น ผู้เรียนคาดว่าจะทำให้ผลการเรียนดีขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสในการสอบได้ ใช้เตรียมตัวสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย ต้องการเทคนิคการทำข้อสอบ และไม่เชื่อมั่นในคุณภาพของสถาบันอุดมศึกษา ส่วนผลกระทบจากการกวดวิชา เช่น ค่าใช้จ่ายในการเรียนกวดวิชาต่อเทอมค่อนข้างสูง ผู้เรียนต้องออกนอกบ้าน และสถาบันกวดวิชาไม่เน้นสอนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง อย่างไรก็ตาม มีข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหากวดวิชา เช่น ต้องพัฒนาศักยภาพของสถานศึกษาให้เท่าเทียมกัน สร้างแรงจูงใจให้นักเรียนตั้งใจเรียนในห้องเรียน และปรับระบบการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย หรือเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นต่างๆ
       
       “จากข้อมูลที่ดังกล่าวที่ประชุมได้มอบให้ สนย. ไปศึกษาวิจัยประเด็นดังกล่าวในเชิงลึกอีกครั้ง รวมทั้งให้ไปศึกษากรณีโรงเรียนที่เปิดสอนกวดวิชา หรือสอนพิเศษในช่วงเย็น หรือเสาร์ - อาทิตย์ ให้แก่นักเรียนด้วยว่าสอนอะไร อย่างไร และครูมีการกั๊กวิชาในห้องเรียนหรือไม่ โดยให้เร่งสรุปผลเสนอในการประชุมปฏิบัติการ เพื่อระดมความคิดเห็นกำหนดยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาการกวดวิชาต้นเดือนกันยายนนี้” นายชัยพฤกษ์ กล่าว
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ศธ.สั่งเร่งทำวิจัยเชิงลึกวางแผนแก้ปัญหากวดวิชา

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^