LASTEST NEWS

24 เม.ย. 2560เทคนิคการตอบสัมภาษณ์ที่ชนะใจกรรมการ โดย ดร. ถวิล อรัญเวศ 23 เม.ย. 2560รวมลิงค์! ประกาศผลการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 23 เม.ย. 2560วิธีสอบสัมภาษณ์ครูผู้ช่วย พิชิตใจกรรมการ ผ่านแบบฉลุย โดย ดร.วีระ ติวสอบ เพจการศึกษา 23 เม.ย. 2560เผยสอบครูบุรีรัมย์ ขาดสอบวันแรก 404 คน ผอ.เขตพื้นที่สั่งดูแลคนท้อง-คนป่วย กรณีพิเศษ 23 เม.ย. 2560(รับเยอะ 43 อัตรา)ศูนย์เอราวัณ กรุงเทพมหานคร รับสมัครสอบบุคคลภายนอกช่วยปฏิบัติราชการ 23 เม.ย. 2560เทคนิคในการเข้าสอบสัมภาษณ์ ให้ได้ผลโดนใจกรรมการ ตอนที่ 1 23 เม.ย. 2560เทคนิคในการเข้าสอบสัมภาษณ์ ให้ได้ผลโดนใจกรรมการ ตอนที่ 2 23 เม.ย. 2560เทคนิคในการเข้าสอบสัมภาษณ์ ให้ได้ผลโดนใจกรรมการ ตอนที่ 3 23 เม.ย. 256010วิธีเตรียมพร้อมสอบสัมภาษณ์ สอบครูผู้ช่วย โดยDrPongFC 23 เม.ย. 2560อบจ.ปทุมธานี เปิดสอบผู้ช่วยครู 15 อัตรา - บุคลากร 5 อัตรา (สมัครตั้งแต่บัดนี้-4พ.ค.60)

ศธ.สั่งเร่งทำวิจัยเชิงลึกวางแผนแก้ปัญหากวดวิชา

  • 20 ส.ค. 2557 เวลา 10:40 น.
  • 323 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ศธ.สั่งเร่งทำวิจัยเชิงลึกวางแผนแก้ปัญหากวดวิชา

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

      ศธ.สังเคราะห์งานวิจัยเกี่ยวข้องกับธุรกิจกวดวิชาตั้งแต่ปี 45-57 ระบุข้อมูลปี 55 พบไทยมี ร.ร. กวดวิชากว่า 2 พันแห่งเป็น นร. ระดับมัธยมสูงกว่า 4 แสนคนที่กวดวิชา ขณะที่มูลค่าการตลาดเติบโตเฉลี่ย 5.4 ต่อปี คาดในปี 58 จะสูงถึง 8 พันกว่าล้านบาท จากการเพิ่มค่าเรียนและจำนวน นร. ที่เข้าสู่วงจรกวดวิชา ส่วนสาเหตุที่กวดวิชาเพื่อผลการเรียนดีขึ้น โอกาสการสอบ เตรียมตัวเข้ามหา’ลัย แม้ค่าใช้จ่ายที่สูงเป็นปัญหามากที่สุด องค์กรหลัก ศธ. มอบ สนย. ไปทำวิจัยเชิงลึกโดยรวมประเด็น ร.ร. เปิดสอนกวดวิชา หรือสอนพิเศษตอนเย็นด้วยและนำมาเสนอก่อนนำไปสู่กำหนดแผนแก้ปัญหากวดวิชาในต้นเดือน ก.ย. นี้
       
       วันนี้ (19 ส.ค.) นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) เปิดเผยผลการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานผลการดำเนินงานศึกษาวิจัยเรื่อง “ยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาการกวดวิชา” ของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ (สนย.) สำนักงานปลัด ศธ. โดยงานวิจัยดังกล่าวเป็นการสังเคราะห์รายงานวิจัย ปริญญานิพนธ์ และวิทยานิพนธ์ ในช่วงปี 2545 - 2557 ซึ่งเผยแพร่ในหนังสือวิชาการ บทความ สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ 27 เรื่อง ผลการสังเคราะห์ พบว่า มีผู้ประกอบการธุรกิจกวดวิชา ทั้งโรงเรียนกวดวิชา และติวเตอร์อิสระรายใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2555 ประเทศไทยมีโรงเรียนกวดวิชา 2,005 แห่ง แบ่งเป็น กรุงเทพฯ 460 แห่ง และภูมิภาค 1,545 แห่ง มีนักเรียนที่เรียนกวดวิชา 453,881 คน คิดเป็น 12% ของจำนวนนักเรียนระดับมัธยมศึกษาทั้งหมด
       
       นอกจากนี้ เมื่อดูมูลค่าตลาดธุรกิจกวดวิชา พบว่า ในปี 2556 อยู่ที่ประมาณ 7,160 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2555 ที่มีมูลค่าประมาณ 7,000 ล้านบาท และจะเติบโตไปสู่ 8,189 ล้านบาท ในปี 2558 หรือเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 5.4 ต่อปี ทั้งนี้ คาดว่ามูลค่าตลาดที่เพิ่มขึ้นมีปัจจัยมาจากการเพิ่มราคาค่าเรียน และจำนวนนักเรียนที่เรียนกวดวิชาเพิ่มขึ้น สำหรับปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการกวดวิชา เช่น ผู้เรียนคาดว่าจะทำให้ผลการเรียนดีขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสในการสอบได้ ใช้เตรียมตัวสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย ต้องการเทคนิคการทำข้อสอบ และไม่เชื่อมั่นในคุณภาพของสถาบันอุดมศึกษา ส่วนผลกระทบจากการกวดวิชา เช่น ค่าใช้จ่ายในการเรียนกวดวิชาต่อเทอมค่อนข้างสูง ผู้เรียนต้องออกนอกบ้าน และสถาบันกวดวิชาไม่เน้นสอนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง อย่างไรก็ตาม มีข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหากวดวิชา เช่น ต้องพัฒนาศักยภาพของสถานศึกษาให้เท่าเทียมกัน สร้างแรงจูงใจให้นักเรียนตั้งใจเรียนในห้องเรียน และปรับระบบการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย หรือเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นต่างๆ
       
       “จากข้อมูลที่ดังกล่าวที่ประชุมได้มอบให้ สนย. ไปศึกษาวิจัยประเด็นดังกล่าวในเชิงลึกอีกครั้ง รวมทั้งให้ไปศึกษากรณีโรงเรียนที่เปิดสอนกวดวิชา หรือสอนพิเศษในช่วงเย็น หรือเสาร์ - อาทิตย์ ให้แก่นักเรียนด้วยว่าสอนอะไร อย่างไร และครูมีการกั๊กวิชาในห้องเรียนหรือไม่ โดยให้เร่งสรุปผลเสนอในการประชุมปฏิบัติการ เพื่อระดมความคิดเห็นกำหนดยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาการกวดวิชาต้นเดือนกันยายนนี้” นายชัยพฤกษ์ กล่าว
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ศธ.สั่งเร่งทำวิจัยเชิงลึกวางแผนแก้ปัญหากวดวิชา

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^