LASTEST NEWS

02 ธ.ค. 2559ฝาก ศธ.สอนเด็กยอมรับการคิดต่างแต่มีจุดลงตัวร่วมกัน 02 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องมีวุฒิครู) รับป.ตรีทุกสาขา สพป.นครสวรรค์ เขต 3 เปิดสอบครูธุรการ 2 อัตรา เงินเดือน15,000บาท 02 ธ.ค. 2559มติบอร์คุรุสภาไม่รับอุทธรณ์จาก ม.กรุงเทพธนบุรี 02 ธ.ค. 2559ขำลั่นโรงเรียน !! ท่าน ผอ. อารมณ์ดี ร่ายกลอนลำแนะนำตัวรับตำแหน่งใหม่ 01 ธ.ค. 2559บอร์ดคุรุสภาไม่รับอุทธรณ์มกธ.เยียวยา ‘2.5 พัน’ มหาบัณฑิต เห็นชอบร่างเกณฑ์ให้ผู้จบสาขาอื่น ขอใบอนุญาตฯได้ 01 ธ.ค. 2559ผอ.โรงเรียนตามเกณฑ์ใหม่ไม่ต้องจบโทบริหารก็ได้ 01 ธ.ค. 2559กสถ.คัดเลือกมหา'ลัยไม่ลงตัว ส่อเลื่อนสมัครสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น 01 ธ.ค. 2559สพป.ขอนแก่น เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู 5 อัตรา 01 ธ.ค. 2559คุณครูต้องอ่าน!! กรณีตัวอย่างการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ 30 พ.ย. 2559แชร์เลย!! สทศ.เปิดให้ดาวน์โหลดข้อสอบโอเน็ตทุกวิชา พร้อมเฉลย ชั้น ป.6 ม.3 ม.6

ติงครูมีส่วนทำให้เด็กอ่านไม่ออก

  • 29 ก.ค. 2557 เวลา 13:24 น.
  • 1,431 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ติงครูมีส่วนทำให้เด็กอ่านไม่ออก

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ผู้ได้รับรางวัลผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่นฟันธงครูมีส่วนสำคัญทำให้เด็กอ่านเขียนไม่ได้ ชี้การสอนโดนนำวิธีสะกดเขียนมาสอนให้สะกดอ่านเป็นการสอนที่ผิดวิธี ทำให้เด็กสับสน แนะใช้แบบเรียนภาษาพาทีของกระทรวงศึกษาธิการ ระดับชั้นป.1-6 ที่กลั่นออกมาจากผู้เชี่ยวชาญหลายคน ย้ำครูต้องสอนให้เด็กรู้จักรูปสระ รูปพยัญชนะ เสียงสระ และเสียงพยัญชนะ
 
วันนี้(28ก.ค.) รศ.ปิตินันท์ สุทธิสาร ผู้ได้รับรางวัลผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่นประจำปี 2557 ของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม(สวธ.) กล่าวถึงปัญหาเด็กอ่านไม่ออกว่า ถ้าวิเคราะห์ดูแล้วคนที่เป็นต้นเหตุของปัญหาคือครู  หากครูสอนอย่างถูกวิธี เอาใจใส่ให้เด็กฝึกฝนอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้เด็กอ่านออกเขียนได้ แต่การสอนของครูในปัจจุบันสอนอย่างสะเปะสะปะซึ่งเป็นการทำร้ายเด็ก ตัวอย่างที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้คือ การสอนแบบสะกดคำที่แปลกไปจากเดิมทำให้เด็กไขว้เขว ซึ่งหลักการสอนสะกดคำมี 2 ลักษณะคือ อ่านสะกดคำ และเขียนสะกดคำ ถ้าครูสอนปนเปกันทั้ง 2 ตัวนี้เด็กจะอ่านไม่ออก
 
รศ.ปิตินันท์ กล่าวต่อไปว่า การอ่านสะกดคำ เป็นการอ่านสะกด โดยการออกเสียงเริ่มจากเสียงพยัญชนะต้น ตามด้วยเสียงสระ ตัวสะกด และวรรณยุกต์ การอ่านต้องสะกดด้วยเสียงจะทำให้เด็กอ่านได้ถูกต้อง เช่นคำว่า “เรือ” ถ้าอ่านสะกดคำต้องอ่านว่า รอ-เอือ เรือ หรือคำว่า “ใบ” สะกดว่า บอ-ใอ ใบ แม้ว่าสระใอ จะเขียนขึ้นก่อนก็ตาม ส่วนการสอนเขียนสะกดคำ จะเน้นรูปร่างตัวพยัญชนะหรือสระที่ปรากฎ เช่นคำว่า “เรือ” จะสะกดว่า สระเอ รอ-เรือ สระอือ ออ-อ่าง หรือคำว่า “ใบ” จะสะกดว่า สระใอ บอ-ใบไม้ แต่ที่เด็กสับสนเพราะครูไปสะกดการเขียนให้เด็กอ่าน เช่นคำว่าเรียน หากครูสอนว่า สระเอ-รอ-สระอี-ยอ-นอ เด็กจะอ่านไม่ออกทันที ต้องสอนว่า รอ-เอีย-ยอ-นอ อ่านว่า เรียน เด็กถึงจะอ่านได้ ครูจึงต้องสอนให้เด็กรู้จักกับรูปสระ รูปพยัญชนะ เสียงสระ และเสียงพยัญชนะ
 
รศ.ปิตินันท์ กล่าวอีกว่า การสอนอ่านเขียนในระดับป.1-2 เน้นการสอนแบบอ่านสะกดและแจกลูกทุกสระ เพื่อให้เด็กอ่านออก แต่ถ้าระดับที่โตขึ้นเช่น ป.3-6 เด็กจะเจอคำที่ยากขึ้น ครูก็จะสอนแบบเขียนสะกดคำ เช่น คำว่าบริสุทธิ์ จะสอนแบบเขียนสะกดคำว่า บอ-ใบไม้ รอ-เรือ สระอิ สอ-เสือ สระอุ ทอ-ทหาร ธอ-ธง สระอิ การันต์ เพื่อให้เด็กเขียนสะกดได้ถูกต้อง จึงอยากให้ครูสอนตามแบบเรียนภาษาพาทีของกระทรวงศึกษาธิการ ระดับชั้นป.1-6 เพราะผู้ที่ทำแบบเรียนไม่ใช่คนเดียวจะคิดขึ้นมา แต่ผ่านคณะกรรมการหลายคนที่มีความรู้ด้านภาษา ถ้าครูสอนตามนี้และฝึกฝนเด็กอย่างต่อเนื่องจะไม่เกิดปัญหาเด็กอ่านไม่ออก” รศ.ปิตินันท์ กล่าว
 
การสอนอ่านเขียนไม่ได้มีแค่การสอนแบบแจกลูกเพียงอย่างเดียว ยังมีการสอนโดยให้เด็กเดาคำจากรูปภาพ หรือการสอนให้เด็กเดาจากรูปร่างของคำ รวมถึงการสอนแบบจำเป็นคำ เช่น คำว่า ‘ประโยชน์’ ทำไมไม่อ่านออกเสียงว่า ‘ประโยด’ ซึ่งคำว่า ‘โยชน์’ มีความหมายว่า หน่วยวัด แต่ครูจะสอนให้จำเป็นคำ เพราะหากเรียนหลักภาษาที่สูงกว่านี้จะต้องมีคำอธิบายถึงที่มา ครูจึงต้องรู้จักวิธีสอนที่หลากหลายโดยวิธีเอามาผสมผสานกัน ไม่มีวิธีไหนเป็นสูตรสำเร็จตายตัว สิ่งสำคัญคือครูต้องฝึกให้เด็กอ่านเขียนสม่ำเสมอ เพราะวิชาภาษาไทยเป็นวิชาที่เน้นทักษะ เด็กจะอ่านเขียนออกหรือไม่จึงอยู่ที่ครูในทุกวิชาต้องช่วยกันเพื่อให้ภาษาไทยเข้มแข็งขึ้น และตามด้วยผู้ปกครองในการส่งเสริมเด็กมากน้อยเพียงใด” รศ.ปิตินันท์ กล่าว  
 
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ติงครูมีส่วนทำให้เด็กอ่านไม่ออก

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^