LASTEST NEWS

10 ธ.ค. 2559สพม.20 เปิดสอบพนักงานราชการครู จำนวน 14 อัตรา 10 ธ.ค. 2559สพป.ชัยภูมิ เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู จำนวน 10 อัตรา 10 ธ.ค. 2559สพป.เลย เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู จำนวน 6 อัตรา สมัคร12-18ธ.ค.2559 09 ธ.ค. 2559“5 ธันวาฯ”ยังให้เป็น“วันพ่อแห่งชาติ”ต่อไป 08 ธ.ค. 2559ค้าน "คลัง" ยกงบ7หมื่นล.ให้ประกันดูแลสวัสดิการขรก. 08 ธ.ค. 2559ข่าวดี! กศจ.กทม. อนุมัติเรียกบรรจุครูผู้ช่วย 530 อัตรา 08 ธ.ค. 2559ว่างไปสมัคร! รับเยอะ 28 อัตรา (วุฒิม.6-ปริญญาตรีทุกสาขา) เปิดสอบพนักงานราชการครู และลูกจ้างชั่วคราว 08 ธ.ค. 2559สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รับสมัครอาจารย์ 08 ธ.ค. 2559จ่อฟันผู้บริหารอาชีวะเอี่ยวเปิดเทียบโอนไร้มาตรฐาน 08 ธ.ค. 2559เตือนใช้วุฒิปลอมโดนคดีอาญา

โจทย์ใหญ่ที่ท้าทาย สอศ.'ปัญหานักศึกษาอาชีวะออกกลางคัน'

  • 07 ก.ค. 2557 เวลา 09:06 น.
  • 876 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
โจทย์ใหญ่ที่ท้าทาย สอศ.'ปัญหานักศึกษาอาชีวะออกกลางคัน'

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

โจทย์ใหญ่ที่ท้าทาย สอศ.'ปัญหานักศึกษาอาชีวะออกกลางคัน'
 
          ปัญหานักเรียน นักศึกษาอาชีวะออกกลางคัน นับเป็น อีกหนึ่งโจทย์สำคัญ ที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จำเป็นต้องเร่งแก้ไขเพื่อลดจำนวนการออกกลางคันของนักศึกษาอาชีวะให้น้อยลงหรือหมดไปโดยเร็ว มิฉะนั้น ภาพลักษณ์ของ สอศ.คงจะไม่ได้ยืนอยู่บนเส้นมาตรฐาน แห่งองค์กรคุณภาพได้แน่ๆ
 
          เมื่อเร็วๆ นี้ นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการ คณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.)ได้เดินทางไป ตรวจเยี่ยมการดำเนิน "โครงการลดปัญหาการออกกลางคัน" ที่วิทยาลัยเทคนิคจันทบุรี จ.จันทบุรี ซึ่งได้จัดกิจกรรมปล่อยขบวนคาราวานคณะอาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์แนะแนวออกไปเยี่ยมบ้านนักศึกษากลุ่มเสี่ยงออกกลางคัน เพื่อแก้ปัญหาเชิงรุกในการป้องกันการออกกลางคัน
 
          นายชัยพฤกษ์ กล่าวว่า ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ต้องการให้สอศ.ผลิตกำลังคนสายอาชีวะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา สอศ.ได้มีการระดมรับนักศึกษาอาชีวะ แต่มีเด็กมาสมัครเรียนสายอาชีวะยังไม่ได้ตามเป้า ขณะเดียวกันก็พบว่าปัญหาเด็กที่เข้ามาเรียนอาชีวะแล้วเรียนไม่จบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจัดการศึกษาและ เกิดการสูญเปล่าด้านงบประมาณ ที่ผ่านมา สอศ.จึงทุ่มเทและให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาการออกกลางคันของ ผู้เรียนในทุกระดับ
 
          นายชัยพฤกษ์ กล่าวต่อว่า สอศ.ได้ให้วิทยาลัยอาชีวะ ทั้ง 421 แห่ง รายงานข้อมูลนักศึกษาออกกลางคัน เข้ามา ณ วันที่ 2 ก.ค. 2557 โดยมีวิทยาลัยอาชีวะ 183 แห่ง ทยอยรายงานเข้ามา พบว่านักศึกษาระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพ(ปวช.) ออกกลางคัน 27,090 คน คิดเป็นร้อยละ 14.66 แบ่งเป็น ปวช.1 ออก 12,649 คน ปวช.2 ออก 6,397 คน ปวช.3 ออก 8,044 คน ส่วนระดับ ปวส.ออกกลางคัน จำนวน 6,019 คน คิดเป็นร้อยละ 8.68 แบ่งเป็นระดับ ปวส.1 จำนวน 3,172 ปวส. 2 จำนวน 2,847 คน รวมมีจำนวนนักศึกษาออกกลางคันแล้วทั้งสิ้น 33,109 คน คิดเป็นร้อยละ 13.03 คน

          ส่วนสาเหตุหลักของการออกกลางคัน คือ มีผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ ขาดเรียนบ่อย ปัญหาทะเลาะวิวาท ปัญหาชู้สาว-ตั้งครรภ์ ยาเสพติด เล่นการพนัน ติดเกมส์ คบเพื่อนกลุ่มเสี่ยง ได้เรียนสาขาที่ไม่ถนัด และครอบครัวมีปัญหาพ่อแม่หย่าร้าง ครอบครัวยากจน ผู้ปกครองไม่ให้ความสำคัญกับการศึกษา ฯลฯ ซึ่งขณะนี้ สอศ.ได้กำชับให้สถานศึกษา ทุกแห่งมีระบบดูแลช่วยเหลือนักศึกษา และให้จำแนกเด็กเป็น
 
          กลุ่มๆ เพื่อเข้าไปดูแลช่วยเหลือเด็กแต่ละกลุ่มแต่ละคน และให้ดำเนิน "โครงการลดปัญหาการออกกลางคัน" โดยจัดอาจารย์ที่ปรึกษาออกไปเยี่ยมบ้าน เพื่อดูสภาพความเป็นอยู่ของเด็กพร้อมให้รายงานพฤติกรรมและผลการเรียนให้ผู้ปกครองรับทราบ และ การไปพูดคุยกับผู้ปกครองก็ให้เสมือนญาติสนิท ใช้หลักเสมอภาค ภราดรภาค ไม่ว่าผู้ปกครองจะมีสถานะทางเศรษฐกิจเช่นไร การพูดคุยให้ยึดประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับตัวเด็กเป็นสำคัญ ทั้งนี้ สอศ.ตั้งเป้าว่า ภายในเทอมนี้เด็กทุกคนจะต้องได้รับการเยี่ยมบ้าน และในปีการศึกษา 2557 นี้ สอศ.จะพยายามไม่ให้นักศึกษาออกกลางคันเกิน 5%

          นายฤทธิเกียรติ พูลกสิ นักศึกษาชั้น ปวส.1 แผนกช่างอิเล็กทรอนิกส์ วท.จันทบุรี กล่าวว่า ที่ถูกเลือกให้อยู่ในโครงการลดปัญหาการออกกลางคันของนักศึกษา เนื่องจากเป็นนักศึกษากลุ่มเสี่ยงออกกลางคัน เนื่องจากต้องทำงานที่ร้านสะดวกซื้อตั้งแต่เวลา 16.00-22.00 น. เพื่อหาเงินช่วยเหลือครอบครัวช่วงหลังเลิกเรียน ทำให้นอนดึกตื่นสายไปเรียนไม่ทันเนื่องจากต้องขับรถมอเตอร์ไซค์จากบ้านซึ่งอยู่ไกลจากวิทยาลัย 30 กิโลเมตร

          จากนั้นนายชัยพฤกษ์ ได้เดินทางไปเยี่ยมบ้าน น.ส.จุฑามณี สุทราทิพย์ นศ.ชั้นปวส.2 สาขาการตลาด วท.จันทบุรี ซึ่งเป็นนักศึกษากลุ่มเสี่ยงออกกลางคัน เนื่องจากเป็นเด็กแบ่งเวลาไม่เป็น ขยันมาเรียนแต่ชอบทำกิจกรรมมากกว่าเข้าเรียน จึงทำให้ผลการเรียนต่ำมาก ทางวิทยาลัยจึงหาทางช่วยโดยให้เพื่อนที่เรียนเก่งกว่ามาช่วยเพื่อน ปัจจุบัน น.ส.จุฑามณี ได้เกรด 2.55 ขยันเรียนขึ้น
 
          นายสมประสงค์ สิงห์สุวรรณ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคจันทบุรี กล่าวว่า หลังจากที่วิทยาลัยแบ่งนักศึกษา ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มเด็กเก่ง กลุ่มขาดเรียนซึ่งมีสัปดาห์ละ 200 คน ที่เสี่ยงต่อการเรียนไม่จบ กลุ่มเสี่ยงด้านยาเสพติด มีอยู่ 2 คน และกลุ่มเสี่ยงติดบุหรี่ 200 กว่าคน จากนักศึกษาที่มีทั้งหมด 3,300 คน ทางวิทยาลัยได้หาทางแก้ไขปัญหาแต่ละกลุ่ม สำหรับกลุ่มเสี่ยงออกกลางคัน ทุกวันเสาร์อาทิตย์ คณะอาจารย์ที่ปรึกษา ครูแนะแนว ออกไปเยี่ยมบ้านจนครบ 100% เพื่อไปรับทราบปัญหาเกี่ยวกับตัวนักศึกษา และให้อาจารย์ที่ปรึกษานำผลการเรียนแต่ละวิชาและรายงาน พฤติกรรมขณะอยู่วิทยาลัยให้ผู้ปกครองรับทราบด้วย และให้รายงาน ผู้ปกครองทาง SMS หรือโทรศัพท์รับทราบทันทีหากนักศึกษา ขาดเรียน เพื่อร่วมมือกันแก้ปัญหานี้ให้หมดไป
 
          "โครงการลดปัญหาออกกลางคันทางวิทยาลัย ได้ทำมา 2 ปีแล้ว บางครั้งนักเรียนหมดกำลังใจ ไม่อยากมาเรียน แล้ว เมื่อครูไปให้กำลังใจถึงบ้าน ไปรับรู้ปัญหาและหาทาง ช่วยเหลือ ก็ทำให้เด็กกลับมาเรียนได้อีกครั้งหนึ่ง และจัดกิจกรรมภายในให้เด็กมีความสุขสนุกอยากมาเรียน รวมถึงให้อาจารย์ และนักศึกษาออกไปร่วมกับผู้ปกครอง ผู้แทนชุมชน นายกเทศมนตรี อบต.และกำนัน จัดกิจกรรมสร้างสัมพันธ์อันดีและช่วยกันดูแลเฝ้าระวัง เพื่อให้นักศึกษาเรียนจบอย่างมีคุณภาพ
 
          เชื่อสถานศึกษาทุกแห่ง หวังที่จะให้เด็กทุกคน ที่เข้ามาเรียนนั้นจบออกไปอย่างมีคุณภาพ ประกอบสัมมา อาชีพได้ แต่ในขณะเดียวกันผู้เรียนซึ่งมีความแตกต่างกัน ทั้งความเป็นอยู่และฐานะ หากได้รับการเอาใจใส่จากครู อาจารย์ อย่างทั่วถึงและพร้อมจะรับฟังให้โอกาส เชื่อว่าเด็ก ที่กำลังจะก้าวเดินไปในทางที่ผิด จะกลับมาเป็นคนดีของ สังคมได้อย่างแน่นอน
 
ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : โจทย์ใหญ่ที่ท้าทาย สอศ.'ปัญหานักศึกษาอาชีวะออกกลางคัน'

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้


Advertisement
^