LASTEST NEWS

30 เม.ย. 2560รัฐทุ่มเงินเดือนหลักแสน ชวนคนเก่งรับราชการ 30 เม.ย. 2560รถส่วนกลางใช้เป็นรถประจำตำแหน่งมิได้ 30 เม.ย. 2560สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอบพนักงานราชการ วุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า 30 เม.ย. 2560ด่วนที่สุด! การจัดสรรงบประมาณปี พ.ศ. 2560 เพื่อเป็นค่าตอบแทนจ้างครูสาขาขาดแคลน ครั้งที่ 2 30 เม.ย. 2560ด่วนที่สุด การจัดสรรงบประมาณปี พ.ศ. 2560 ค่าตอบแทนจ้างครูขาดแคลนขั้นวิกฤต 8,180 อัตรา ครั้งที่2 30 เม.ย. 2560แชร์เลย! คัดตำแหน่งงานว่าง จำนวน 1,652 อัตรา เปิดสอบรับราชการ งานราชการ รัฐวิสาหกิจ ที่กำลังรับสมัคร 29 เม.ย. 2560รวมลิงค์! ประกาศผลการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 29 เม.ย. 2560แนวทางการอ่านหนังสือสอบบรรจุครูผู้ช่วย 29 เม.ย. 2560แนวทางการสอบครูผู้ช่วย จากผู้มีประสบการณ์ ได้เรียกบรรจุรอบแรก 28 เม.ย. 2560คุรุสภาประกาศรายชื่อผู้ผ่านการรับรองความรู้ฯ โดยการเทียบโอน

ยกระดับการอ่านหนังสือของเด็กไทย เปิดชุมชนต้นแบบแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต

  • 23 มิ.ย. 2557 เวลา 11:54 น.
  • 892 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ยกระดับการอ่านหนังสือของเด็กไทย เปิดชุมชนต้นแบบแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ยกระดับการอ่านหนังสือของเด็กไทย เปิดชุมชนต้นแบบแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต
 
          โครงการ "สถานศึกษาต้นแบบชุมชนอ่านสร้างสุข" ปี2557 ซึ่งต่อเนื่องมาจากผลแห่งความสำเร็จของโครงการ "อ่านสร้างสุขในโรงเรียนและสถานศึกษา" ที่ได้ดำเนินการมาตลอด 2 ปี ทำให้เกิดการยกระดับการทำงานและขยายฐานการทำงานจากโรงเรียนสู่ความร่วมมือในชุมชน ทั้งนี้เนื่องจากคณะทำงาน พบว่า การปลูกฝัง ให้ประชาชน เยาวชนในประเทศอ่านหนังสือจนเป็นนิสัยนั้น ต้องเริ่มต้นในครอบครัวและกิจกรรมในสถานศึกษากว่า ร้อยละ 90 ต้องอาศัยการอ่าน เพื่อเปิดมุมมอง เปิดความคิดและเปิดโลกทัศน์ โดยชุมชนต้องร่วมสร้างสิ่งแวดล้อมหนุนเสริมอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การบ่มเพาะนิสัยให้คนไทยรักการอ่านจึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ของชีวิต และการพัฒนาประเทศ
          คุณสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวถึง โครงการ "สถานศึกษาต้นแบบชุมชนอ่านสร้างสุข" ปี2557 ภายใต้แนวคิด "อ่านสร้างสุข" ว่า ได้ร่วมกับสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) จัดทำโครงการ "สถานศึกษาต้นแบบชุมชนอ่านสร้างสุข" ปี2557 โดยเราจะเน้น ในเรื่องของการอ่านให้เข้มข้นยิ่งขึ้น
 
          ว่าที่ ร.อ.ดร.อาศิส เชยกลิ่น ผู้อำนวยการสถาบัน ส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้สำนักงานส่งเสริมการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.)กล่าวว่า ทางหน่วยงาน ของเราได้ดำเนินการกิจกรรมส่งเสริมการอ่านผ่าน "ห้องสมุดประชาชน" ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนทั่วไป การร่วมดำเนินโครงการอ่านสร้างสุขฯ ปี พ.ศ.2555-2556 นั้น เกิดประโยชน์อย่างยิ่งกับนักศึกษาของ กศน. มีสถานศึกษาในสังกัดให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก จากการทำแบบประเมินพบว่าผู้เรียนสนใจการอ่านมากขึ้น ส่งผลให้การเรียนดีขึ้น ตามลำดับ ส่งผลถึงคุณภาพด้านการศึกษา และกิจกรรมที่ดำเนินงาน รูปแบบในการคิด การทำโครงการสอดคล้องกับเนื้อหาของ การศึกษา เช่น โครงงานต้นไม้สอนธรรม โครงงานต้นไม้พูดได้ ตอบรับนโยบายส่งเสริมการอ่านได้เป็นอย่างดี
 
          จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าในปี 2556 ที่ผ่าน สัดส่วนการอ่านหนังสือของคนไทยเฉลี่ย 37 นาทีต่อวัน เพิ่มสูงขึ้น จากเดิมร้อยละ 10 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นโครงการสถานศึกษาต้นแบบ ชุมชนอ่านสร้างสุขที่กำลังจะเกิดขึ้นจะได้ช่วยกระตุ้นให้คนไทย เยาวชน ผู้เรียน หันมาสนใจการอ่านเพิ่มสูงขึ้น ดังเช่นการปูทาง ความร่วมมือก่อนหน้านี้ ซึ่งถือได้ว่าผลการดำเนินโครงการประสบ ความสำเร็จเป็นอย่างดี เหนือความคาดหมาย ทางหน่วยงานของเรา อยากจะฝากให้มีโครงการลักษณะนี้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ
 
          นางสาวศศิธร ศรีวิชัย อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.4/2 โรงเรียนปุรณาวาส เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร ผู้ได้รับ รางวัลยุวทูตการอ่าน กล่าวว่า สนใจเข้าร่วมโครงการ เพราะเป็นคนชอบอ่านอยู่แล้ว และจะอ่านหนังสือทุกประเภท หนังสือเล่มโปรดที่ชอบคือ การ์ตูนมุนิน เป็นหนังสือการ์ตูนไทย แนวจิตวิทยา มีภาพประกอบเป็นลายเส้นสีเทา ประณีต สวยงามสะอาดตา เนื้อหาของหนังสือสอนให้รู้จักคุณค่าของชีวิต คุณค่าของความรักทุกๆ รูปแบบ นอกจากนี้ก็ยังมีหนังสือการ์ตูนอื่นๆที่สอนให้รู้จักกฎแห่งกรรม ทำดีต้องได้พบเจอสิ่งดี ทำชั่วต้องได้รับผลกรรมตอบแทน ส่วนหนังสือประเภทฮาวทูก็เป็นหนังสือที่ โปรดเหมือนกัน เพราะสามารถเรียนรู้วิธีที่จะทำอะไรหลายๆ อย่างได้จากหนังสือประเภทนี้ ส่วนหนังสือภาษาอังกฤษก็มีความชื่นชอบ อยู่แล้ว หยิบขึ้นมาอ่านได้ตลอดเวลา หลังเลิกเรียน ทำการบ้าน เสร็จแล้ว เวลาว่างก็จะหมดไปกับการอ่าน สำหรับตนการอ่าน ถือเป็นการพักผ่อน ในทุกๆ วัน ทุกๆ ที่จะหยิบหนังสือติดมือไปด้วยเสมอ ถ้าไปศูนย์การค้า สิ่งแรกที่ทำคือ การเข้าร้านหนังสือ
 
          เป็นที่คาดหวังได้ว่า หากโครงการปลูกฝังให้เยาวชนของชาติรักการอ่านจนติดเป็นนิสัยมากขึ้น โอกาสของการพัฒนาคนและพัฒนาสังคมคงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ยกระดับการอ่านหนังสือของเด็กไทย เปิดชุมชนต้นแบบแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^