LASTEST NEWS

23 ม.ค. 2560สพป.ชุมพร เขต 1 เปิดสอบครูอัตราจ้างแก้ปัญหาขาดแคลนขั้นวิกฤต สมัคร 25-31ม.ค.2560 23 ม.ค. 2560สพป.พิจิตร เขต 2 เปิดสอบครูอัตราจ้าง 3 อัตรา สมัคร 14-22กุมภาพันธ์2560 23 ม.ค. 2560เอามาฝากสำหรับหนูๆ ที่กำลังจะเข้าเรียนต่อ และสนใจที่จะเป็นครู รับตรงจุฬา 291คน 23 ม.ค. 2560สพม.13 เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 8 วิชาเอก จำนวน 12 อัตรา 23 ม.ค. 2560สพม.20 รับสมัครครูอัตราจ้าง (ครูผู้ทรงคุณค่าแห่งแผ่นดิน) 10 อัตรา เงินเดือน 17,000 บาท 23 ม.ค. 2560ผลเทียบโอนความรู้ฯ ครั้งที่ 117 23 ม.ค. 2560โรงเรียนมัธยมวัดหนองแขม รับสมัครเจ้าหน้าที่้สำนักงาน วุฒิป.ตรี 15,000บาท 22 ม.ค. 2560เทศบาลตำบลศรีษะเกษ เปิดสอบครูอัตราจ้าง วิชาเอกภาษาอังกฤษ สมัคร18-26ม.ค.60 22 ม.ค. 2560สพป.พิจิตร เขต 2 เปิดสอบครูธุรการ 5 อัตรา วุฒิป.ตรีทุกสาขา เงินเดือน15,000.- 22 ม.ค. 2560แนวปฏิบัติการดำเนินการทางวินัยพนักงานราชการ

สพฐ.เปลี่ยนงบฯแจกแท็บเล็ตเป็นสมาร์ทคลาสรูม

  • 19 มิ.ย. 2557 เวลา 12:40 น.
  • 1,035 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
สพฐ.เปลี่ยนงบฯแจกแท็บเล็ตเป็นสมาร์ทคลาสรูม

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

“กมล” เผย สพฐ.เตรียมผุดสมาร์ทคลาสรูม แทนแจกแท็บเล็ตเด็ก คาดปี 57 สร้าง 19,000 ห้อง หวังให้เด็กทุกระดับชั้นได้ใช้ร่วมกันทุกคน เผยยังให้เด็กใช้แท็บเล็ตที่แจกไปแล้วเหมือนเดิม แต่ถึงที่สุดแล้วก็ต้องคืนราชการ
 
ตามที่ฝ่ายสังคมจิตวิทยา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีมติให้ยุติโครงการ 1 คอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต)ต่อ 1 นักเรียน ทั้งในส่วนของการดำเนินโครงการในปีงบประมาณ 2557 และปีงบประมาณ 2556 ในโซน 4 ของนักเรียนชั้นม. 1 (ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ที่ยังค้างอยู่ เพราะเห็นว่าไม่คุ้มค่า และไม่เหมาะสม โดยให้นำงบฯ ทั้ง 2 ส่วน รวมแล้วเกือบ 7,000 ล้านบาท มาดำเนินโครงการอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาแทน
 
ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้(17 มิ.ย.)ดร.กมล รอดคล้าย รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า หลังจากนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ต้องทำเรื่องเพื่อขอเปลี่ยนแปลงโครงการไปยังสำนักงบประมาณ โดยต้องใช้ชื่ออื่นแทน ซึ่งอาจใช้ชื่อโครงการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา หรือโครงการเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา นอกจากนี้ต้องขอกันงบฯเหลื่อมปี เพื่อให้สามารถใช้งบฯ ปี 2556 ในการจัดทำโครงการใหม่ต่อไปได้ ทั้งนี้ 10 หน่วยงานที่มีงบฯ จัดซื้อแท็บเล็ต ได้แก่ สพฐ. สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร สำนักการศึกษา เมืองพัทยา กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) สถาบันการพลศึกษา และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ มีความเห็นตรงกันว่าโครงการใหม่ควรเป็นลักษณะของห้องเรียน เพื่อให้นักเรียนทุกระดับชั้นได้ใช้แท็บเล็ตร่วมกัน หรือที่เรียกว่าสมาร์ทคลาสรูม แต่ในห้องดังกล่าวจะมีรูปแบบและการบริหารจัดการแท็บเล็ตอย่างไรนั้น พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา มอบให้ สพฐ.ในฐานะเจ้าภาพหลักมาประชุมหารือ และเสนอข้อมูลกลับมาอีกครั้ง ก่อนเสนอ คสช.เพื่อพิจารณาต่อไป
 
รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า ในวันที่ 23 มิ.ย.นี้ จะเชิญผู้แทนจาก 10 หน่วยงาน กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) และอาจารย์จากมหาวิทยาลัยที่มีความเชี่ยวชาญด้านไอซีที มาให้คำแนะนำว่าควรเป็นห้องเรียนลักษณะใด ทั้งนี้ในเบื้องต้น สพฐ.ได้ประเมินค่าใช้จ่ายในการจัดทำสมาร์ทคลาสรูมแบบมาตรฐานทั่วไป ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ห้องละ 250,000 บาท โดยงบฯ ปี 2557 จะทำสมาร์ทคลาสรูมได้ 15,000 ห้อง และงบฯ ปี 2556 ที่เหลืออยู่ในโซน 4 ทำสมาร์ทคลาสรูมได้ 4,000 ห้อง รวมแล้ว 19,000 ห้อง อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้กำหนดเกณฑ์ในการจัดทำสมาร์ทคลาสรูมของแต่ละโรงเรียนไว้เบื้องต้นแล้วโดยให้ทำโรงเรียนละ 1 ห้องก่อน แบ่งเป็น 4 กลุ่มคือ 1.โรงเรียนในโครงการพัฒนามาตรฐานสู่สากล และโรงเรียนดีประจำจังหวัด จะทำเป็นห้องขนาดใหญ่มีแท็บเล็ต 50 เครื่อง 2.โรงเรียนดีประจำอำเภอ มีแท็บเล็ต 40 เครื่อง 3.โรงเรียนดีประจำตำบล มีแท็บเล็ต 30 เครื่อง และ4.โรงเรียนขนาดเล็ก มีแท็บเล็ต 20 เครื่อง ซึ่งถ้าใช้รูปแบบนี้ใน 1 ปีจะจัดทำสมาร์ทคลาสรูมได้ 15,000-20,000 ห้อง ดังนั้นเพียง 2 ปีก็สามารถทำสมาร์ทคลาสรูมได้ประมาณ 30,000 โรงเรียนทั่วประเทศ ซึ่งครอบคลุมเด็กประมาณ 10 ล้านคน
 
“การประเมินค่าใช้จ่ายในการจัดทำสมาร์ทคลาสรูมนั้น ได้เพิ่มค่าเครื่องแท็บเล็ตให้สูงขึ้นจากเดิมประมาณ 2,000 บาท เป็น 8,500 บาท ซึ่งเครื่องจะมีคุณภาพที่ดีกว่าเดิม บรรจุข้อมูลได้เยอะ และใช้งานได้ประมาณ 5-6 ปี รวมทั้งจะบรรจุเนื้อหาทุกชั้นเรียนไว้ในเครื่อง โดยระดับประถมศึกษาบรรจุเนื้อหา ป.1-ป.6 ส่วนระดับมัธยมศึกษาบรรจุเนื้อหา ม.1-ม.6 ทั้งนี้คาดว่านักเรียนน่าจะได้ใช้สมาร์ทคลาสรูมตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 เป็นต้นไป ส่วนจะเริ่มจัดทำที่โรงเรียนใดก่อนนั้น คงต้องหารือกันก่อน โดยหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยาได้ฝากไว้ว่า กลุ่มเป้าหมายที่ต้องดูแลเป็นพิเศษคือ กลุ่มภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องทำให้กลุ่มนี้ก่อน เพียงแต่ต้องชี้แจงให้เด็กกลุ่มนี้เข้าใจว่าจะได้ของใหม่ที่ดีกว่าเดิม” ดร.กมล กล่าวและว่า การจัดทำสมาร์ทคลาสรูมเป็นการดำเนินการเฉพาะโรงเรียนในสังกัด สพฐ.เท่านั้น ส่วนโรงเรียนในสังกัดอื่นให้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของต้นสังกัดว่าจะดำเนินการรูปแบบใด และจัดซื้อจัดจ้างอย่างไร
 
ต่อข้อถามว่า แท็บเล็ตที่มีการแจกให้แก่เด็กไปแล้วจะต้องมีการเรียกคืนหรือไม่ ดร.กมล กล่าวว่า ขณะนี้ยังคงให้แท็บเล็ตที่แจกไปแล้วดำเนินการไปตามเดิม แต่หลังจากนี้คณะทำงานต้องมาหารือว่าจะนำแท็บเล็ตที่แจกไปแล้วมาใช้ให้เกิดประโยชน์ที่สุดอย่างไร เช่น อาจนำเอากลับมารวมกันให้เด็กคนอื่นได้ใช้ด้วย หรือยังคงให้เด็กใช้ต่อเนื่องต่อไป แต่ทั้งนี้เมื่อถึงที่สุดแล้วแท็บเล็ตก็ไม่ได้เป็นสมบัติของเด็ก แต่เป็นครุภัณฑ์ของราชการที่เด็กต้องนำมาคืน.
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : สพฐ.เปลี่ยนงบฯแจกแท็บเล็ตเป็นสมาร์ทคลาสรูม

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^