LASTEST NEWS

23 เม.ย. 2561โรงเรียนวัดยาง(มีมานะวิทยา) รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกปฐมวัย สมัคร17-30เม.ย.61 23 เม.ย. 2561โรงเรียนสมเด็จพิทยาคม รับสมัครครูอัตราจ้าง และลูกจ้างชั่วคราว 33 อัตรา (สมัคร25-26เม.ย.61) 23 เม.ย. 2561โรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้า รับสมัครลูกจ้างชั่วคราว 40 อัตรา (สมัครบัดนี้-25เม.ย.2561) 22 เม.ย. 2561โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการสุวรรณภูมิ รับสมัครครูอัตราจ้าง สมัคร20-25เม.ย.61 22 เม.ย. 2561โรงเรียนอนุบาลศรีประชานุกูล รับสมัครครูและพี่เลี้ยงเด็กอนุบาล 12 อัตรา สมัคร23 – 25 เมษายน 2561 22 เม.ย. 2561วิทยาลัยเทคโนโลยีพัฒนบัณฑิตบริหารธุรกิจโพนสวรรค์ รับสมัครหัวหน้างานวิชาการ 3 อัตรา 22 เม.ย. 2561วิทยาลัยเทคโนโลยีบริหารธุรกิจสมุทรปราการ รับสมัครครู 6 อัตรา สมัครบัดนี้-4พ.ค.61 22 เม.ย. 2561สพป.พัทลุง 2 เรียก ‘7 ครูผู้ช่วย’ รายงานตัว 22 เม.ย. 2561มีใครเรียนจบครูมาแล้วไม่อยากเป็นครูบ้างไหมคะ แล้วทำประกอบอาชีพอะไร 22 เม.ย. 2561สพป.ตาก เขต 1 รับรายงานตัวครูบรรจุใหม่ 9 ราย

แยกวิชาหน้าที่พลเมืองเรียนตั้งแต่ป.1-ม.6

  • 18 มิ.ย. 2557 เวลา 09:54 น.
  • 2,789 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
แยกวิชาหน้าที่พลเมืองเรียนตั้งแต่ป.1-ม.6
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

แยกวิชาหน้าที่พลเมืองเรียนตั้งแต่ป.1-ม.6
 
 สพฐ.แยกวิชาหน้าที่พลเมืองเป็นวิชาบังคับเลือก ป.1-ม.6 เรียน 40 ชั่วโมงต่อปี ส่วน ม.ปลายเรียนเข้มข้นขึ้น เพิ่มเป็น 80 ชั่วโมงต่อปี เผยเตรียมเผยแพร่แนวคิด ศีลธรรม หน้าที่พลเมืองต่อชาติ ให้สาธารณะเกิดจิตสำนึกไปพร้อมกับเด็กด้วย
 
    นายกมล รอดคล้าย รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยความคืบหน้าการพัฒนาปรับการเรียนการสอนในวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองว่า ได้หารือร่วมกับนายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการ กพฐ. และนายวินัย รอดจ่าย ประธานคณะกรรมการพัฒนาการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง โดยมีความเห็นร่วมกันว่า การเพิ่มชั่วโมงเรียนเป็นวิชาละ 40 ชั่วโมง และทำกิจกรรมเพิ่มเติมตามความพร้อม และเน้นมาใช้จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนการสอนหน้าที่พลเมืองนั้น ยังไม่ตอบโจทย์สภาพสังคมที่เป็นปัญหา ซึ่งเป็นแนวนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เน้นให้ดำเนินการ ดังนั้น สพฐ.จึงปรับปรุงแนวทางใหม่ ในส่วนของวิชาประวัติศาสตร์นั้น ซึ่งมีการแยกออกมา เพราะเป็นวิชาอยู่แล้ว จึงให้จัดการเรียนการสอนตามโครงสร้างเวลาเรียนของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ซึ่งกำหนดให้เรียน 40 ชั่วโมงต่อปี จำนวน 1 หน่วยกิต ในระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนต้น ส่วนมัธยมปลาย ตลอด 3 ปี 80 ชั่วโมง จำนวน 2 หน่วยกิต ส่วนที่ปรับใหม่จึงมีเฉพาะวิชาหน้าที่พลเมืองเดิมที่อยู่ในกลุ่มศาสนา ศีลธรรม เศรษฐศาสตร์ ภูมิศาสตร์ โดยแยกออกมาเป็นรายวิชาบังคับเลือก จำนวน 1 หน่วยกิต กำหนดให้เรียน 40 ชั่วโมงต่อปี หรือสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง ในระดับชั้น ป.1-ม.3
 
    สำหรับระดับ ม.ปลาย กำหนดให้เรียน 80 ชั่วโมง ตลอด 3 ปี จำนวน 2 หน่วยกิต ซึ่งวิชาหน้าที่พลเมืองที่เพิ่มขึ้นมา จะให้โรงเรียนใช้เป็นชั่วโมงกิจกรรม ที่โรงเรียนต้องจัดเพิ่มเติมตามความพร้อม โดยเร็วๆ นี้ เลขาธิการ กพฐ.จะลงนามในหนังสือ สพฐ. แจ้งแนวปฏิบัติไปยังผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศเพื่อแจ้งให้สถานศึกษาให้ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว และทำหนังสือขอให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ปรับหลักสูตรโรงเรียนนานาชาติกำหนดให้เด็กไทยที่เรียนในโรงเรียนนานาชาติเรียนวิชาประวัติศาสตร์ไทยและวิชาหน้าที่พลเมืองด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งในเรื่องนี้ได้แจ้ง สช.ทราบเบื้องต้นแล้ว และในวันที่ 25-26 มิถุนายนนี้ จะมีการประชุมเสวนากำหนดจุดเน้นเพิ่มเติมวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองในแต่ละระดับชั้น เพื่อจัดทำตำราเรียนกลางของประเทศ กำหนดเอกสารและหนังสืออ่านประกอบ พร้อมกับทำคู่มือการเรียนการสอนสองวิชา เพื่อให้ทันภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 ต่อไป
 
    "จุดเน้นของการเรียนการสอนและทำกิจกรรมในประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ก็คือการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม การสร้างวินัย การมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม ยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และมีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ขั้นต่อไป สพฐ.จะประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ความรู้และแนวคิดเรื่องหน้าที่พลเมือง ศีลธรรม การเพิ่มสำนึกรักชาติ ให้สาธารณชนรับทราบ โดยอาจจะทำเป็นสปอตโฆษณา เพลงส่งเสริมสำนึกรักชาติ รายการวิทยุ โทรทัศน์ เป็นต้น" นายกมลกล่าว.
 
 
Advertisement

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : แยกวิชาหน้าที่พลเมืองเรียนตั้งแต่ป.1-ม.6

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^