LASTEST NEWS

19 ก.พ. 2560แชร์งานดีๆ ให้ลูกหลาน! รวมข่าวเปิดสอบรับราชการ ก.พ./มี.ค./เม.ย. กว่า 5,281 อัตรา ทั่วประเทศ 19 ก.พ. 2560การรับสมัครสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักศึกษาทุน สควค. ระดับปริญญาโททางการศึกษา (ทุน Premium) 19 ก.พ. 2560โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ลำปาง เปิดสอบครูอัตราจ้าง 5 อัตรา สมัครตั้งแต่บัดนี้-28ก.พ.2560 19 ก.พ. 2560(วุฒิป.ตรีทางการศึกษา ทุกสาขา) กศน.เชียงใหม่ เปิดสอบพนักงานราชการครู 10 อัตรา 18 ก.พ. 2560มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย เปิดสอบพนักงานราชการ วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา 18 ก.พ. 2560มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เปิดสอบพนักงานราชการ วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา 18 ก.พ. 2560ราชกิจจานุเบกษา กฎ ก.ค.ศ.การจัดประเภทตำแหน่ง ระดับตำแหน่ง การให้ได้รับเงินเดือน และเงินประจำตำแหน่ง... 18 ก.พ. 2560ข่าว Hot หน้าสื่อ "ปลดล็อคออกใบอนุญาตการสอนชั่วคราว" ให้คนที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู 18 ก.พ. 2560ศธจ.สุโขทัยเปิดสอบ"ครูผู้ช่วย" 17 ก.พ. 2560ใครสอบรอบนี้! โหลดไปอ่านด่วน! คู่มือสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ 2560

แยกวิชาหน้าที่พลเมืองเรียนตั้งแต่ป.1-ม.6

  • 18 มิ.ย. 2557 เวลา 09:54 น.
  • 2,536 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
แยกวิชาหน้าที่พลเมืองเรียนตั้งแต่ป.1-ม.6

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

แยกวิชาหน้าที่พลเมืองเรียนตั้งแต่ป.1-ม.6
 
 สพฐ.แยกวิชาหน้าที่พลเมืองเป็นวิชาบังคับเลือก ป.1-ม.6 เรียน 40 ชั่วโมงต่อปี ส่วน ม.ปลายเรียนเข้มข้นขึ้น เพิ่มเป็น 80 ชั่วโมงต่อปี เผยเตรียมเผยแพร่แนวคิด ศีลธรรม หน้าที่พลเมืองต่อชาติ ให้สาธารณะเกิดจิตสำนึกไปพร้อมกับเด็กด้วย
 
    นายกมล รอดคล้าย รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยความคืบหน้าการพัฒนาปรับการเรียนการสอนในวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองว่า ได้หารือร่วมกับนายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการ กพฐ. และนายวินัย รอดจ่าย ประธานคณะกรรมการพัฒนาการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง โดยมีความเห็นร่วมกันว่า การเพิ่มชั่วโมงเรียนเป็นวิชาละ 40 ชั่วโมง และทำกิจกรรมเพิ่มเติมตามความพร้อม และเน้นมาใช้จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนการสอนหน้าที่พลเมืองนั้น ยังไม่ตอบโจทย์สภาพสังคมที่เป็นปัญหา ซึ่งเป็นแนวนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เน้นให้ดำเนินการ ดังนั้น สพฐ.จึงปรับปรุงแนวทางใหม่ ในส่วนของวิชาประวัติศาสตร์นั้น ซึ่งมีการแยกออกมา เพราะเป็นวิชาอยู่แล้ว จึงให้จัดการเรียนการสอนตามโครงสร้างเวลาเรียนของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ซึ่งกำหนดให้เรียน 40 ชั่วโมงต่อปี จำนวน 1 หน่วยกิต ในระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนต้น ส่วนมัธยมปลาย ตลอด 3 ปี 80 ชั่วโมง จำนวน 2 หน่วยกิต ส่วนที่ปรับใหม่จึงมีเฉพาะวิชาหน้าที่พลเมืองเดิมที่อยู่ในกลุ่มศาสนา ศีลธรรม เศรษฐศาสตร์ ภูมิศาสตร์ โดยแยกออกมาเป็นรายวิชาบังคับเลือก จำนวน 1 หน่วยกิต กำหนดให้เรียน 40 ชั่วโมงต่อปี หรือสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง ในระดับชั้น ป.1-ม.3
 
    สำหรับระดับ ม.ปลาย กำหนดให้เรียน 80 ชั่วโมง ตลอด 3 ปี จำนวน 2 หน่วยกิต ซึ่งวิชาหน้าที่พลเมืองที่เพิ่มขึ้นมา จะให้โรงเรียนใช้เป็นชั่วโมงกิจกรรม ที่โรงเรียนต้องจัดเพิ่มเติมตามความพร้อม โดยเร็วๆ นี้ เลขาธิการ กพฐ.จะลงนามในหนังสือ สพฐ. แจ้งแนวปฏิบัติไปยังผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศเพื่อแจ้งให้สถานศึกษาให้ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว และทำหนังสือขอให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ปรับหลักสูตรโรงเรียนนานาชาติกำหนดให้เด็กไทยที่เรียนในโรงเรียนนานาชาติเรียนวิชาประวัติศาสตร์ไทยและวิชาหน้าที่พลเมืองด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งในเรื่องนี้ได้แจ้ง สช.ทราบเบื้องต้นแล้ว และในวันที่ 25-26 มิถุนายนนี้ จะมีการประชุมเสวนากำหนดจุดเน้นเพิ่มเติมวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองในแต่ละระดับชั้น เพื่อจัดทำตำราเรียนกลางของประเทศ กำหนดเอกสารและหนังสืออ่านประกอบ พร้อมกับทำคู่มือการเรียนการสอนสองวิชา เพื่อให้ทันภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 ต่อไป
 
    "จุดเน้นของการเรียนการสอนและทำกิจกรรมในประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ก็คือการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม การสร้างวินัย การมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม ยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และมีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ขั้นต่อไป สพฐ.จะประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ความรู้และแนวคิดเรื่องหน้าที่พลเมือง ศีลธรรม การเพิ่มสำนึกรักชาติ ให้สาธารณชนรับทราบ โดยอาจจะทำเป็นสปอตโฆษณา เพลงส่งเสริมสำนึกรักชาติ รายการวิทยุ โทรทัศน์ เป็นต้น" นายกมลกล่าว.
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : แยกวิชาหน้าที่พลเมืองเรียนตั้งแต่ป.1-ม.6

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^