LASTEST NEWS

21 ม.ค. 2561อัดเกณฑ์ย้ายครู สพฐ.ทำศึกษาชาติดิ่งเหว 21 ม.ค. 2561สพป.นราธิวาส เขต 1 เปิดสอบบุคลากรคณิตศาสตร์ จำนวน 4 อัตรา 21 ม.ค. 2561ข้าราชการท้องถิ่นหนีงานวันศุกร์เจอตัดเงินเดือนขั้นสูงสุด 21 ม.ค. 2561“ประเมินภายนอก”ทุกข์ของครูสู่วิวาทะ 20 ม.ค. 2561อบจ.ภูเก็ต เปิดสอบพนักงานจ้างตำแหน่งผู้ช่วยครู และตำแหน่งต่างๆ 71 อัตรา 20 ม.ค. 2561สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 1 เปิดสอบพนักงานราชการ และลูกจ้างชั่วคราว 33 อัตรา 19 ม.ค. 2561โรงเรียนวัดหาดสองแคว (สมบูรณ์วิทยาคาร) รับสมัครครูอัตราจ้าง 3 อัตรา 18 ม.ค. 2561ด่วน! สอศ.เรียกบรรจุครูล็อตใหญ่ 737 อัตรา (รายงานตัว 12-13-14กุมภาพันธ์61) 18 ม.ค. 2561แชร์ประสบการณ์ การสอบครูคืนถิ่น & TOEIC ตั้งแต่สมัครสอบ-เตรียมสอบ-จนได้บรรจุ 18 ม.ค. 2561โฆษก ศธ.ชี้แจงยุบโรงเรียนขนาดเล็กไม่ทำให้เด็กขาดโอกาสทางการศึกษา

สพฐ.เคาะไม่ดึงประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมืองฯพ้นกลุ่มสังคมฯ

  • 16 มิ.ย. 2557 เวลา 09:34 น.
  • 495 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
สพฐ.เคาะไม่ดึงประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมืองฯพ้นกลุ่มสังคมฯ
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

สพฐ.เคาะไม่ดึงประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมืองฯพ้นกลุ่มสังคมฯ
 
สพฐ.มีมติคงวิชาประวัติศาสตร์ และหน้าที่พลเมืองฯ ไว้ในกลุ่มสาระสังคมฯ เหมือนเดิม แต่แทรกหน้าที่พลเมืองเพิ่มในส่วนกิจกรรมที่สถานศึกษาจัดตามความพร้อมและจุดเน้น ขีดเส้นเด็ก ป.1-ม.6 ต้องเรียนวิชาละ 40 ชั่วโมงต่อปี เผยนักวิชาการด้านสังคมฯ ติงไม่ควรแยกสองวิชานี้ออกจากวิชาอื่น ชี้จะไม่เกิดผลดี
 
วันนี้ (13 มิ.ย.) นายวินัย รอดจ่าย ประธานกรรมการพัฒนาการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการพัฒนาการเรียนฯ ว่า ที่ประชุมมีมติให้คงวิชาประวัติศาสตร์ และวิชาหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคมไว้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเหมือนเดิม แต่ให้แยกการเรียนการสอนออกมาเป็นวิชาเฉพาะ โดยวิชาประวัติศาสตร์ได้กำหนดว่าจะต้องเรียนรวม 40 ชั่วโมงต่อปี ส่วนวิชาหน้าที่พลเมืองให้เรียนรวมกับเนื้อหาศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม เศรษฐศาสตร์ และภูมิศาสตร์ รวม 80 ชั่วโมงต่อปี และให้เพิ่มวิชาหน้าที่พลเมืองฯ ไว้ในรายวิชา/กิจกรรมที่สถานศึกษาจัดเพิ่มเติมตามความพร้อมและจุดเน้น 40 ชั่วโมงต่อปี โดยให้ดำเนินการในทุกระดับการศึกษาตั้งแต่ชั้น ป.1-ม.6 ของสถานศึกษาในทุกสังกัด ส่วนโรงเรียนนานาชาตินั้นจะมีการศึกษารายละเอียดว่าต้องเพิ่มวิชาเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน 
 
นายวินัย กล่าวต่อไปว่า ในการจัดการเรียนการสอนทั้ง 2 วิชา นอกจากจะมีหนังสือเรียน หนังสืออ่านนอกเวลา และกิจกรรมเสริมแล้ว ยังจะแต่งเพลงซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักชาติ และเชิญนักร้องที่มีชื่อเสียง ซึ่งเป็นที่นิยมของวัยรุ่นมาร้องเพลงให้เด็กได้ฟัง และร้องตาม เพื่อปลุกใจและให้เด็กเกิดความรักชาติ  ทั้งนี้ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ จะมีการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อกำหนดรายละเอียดว่าจะเพิ่มเติมเนื้อหาสาระใดบ้าง พร้อมกันนี้จะจัดทำคู่มือการจัดการเรียนการสอนให้แก่ครู ซึ่งอาจจะเป็นเอกสารแนบ เพื่อนำไปใช้เสริมเพิ่มเติมหากเห็นว่าเนื้อหาในหนังสือเรียนยังไม่ครบถ้วน อย่างไรก็ตามในระหว่างนี้หากมีความพร้อมที่จะดำเนินการในเรื่องใดได้ก่อน ก็ให้โรงเรียนสามารถดำเนินการได้ทันที แต่หากจะดำเนินการให้ครบกระบวนการทั้งหมดคาดว่าจะเริ่มได้ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557  
 
ด้าน ดร.กมล รอดคล้าย รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า สาเหตุที่ไม่แยกออกมาเป็นกลุ่มสาระวิชาประวัติศาสตร์ และวิชาหน้าที่พลเมืองฯ ตามนโยบายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เนื่องจากนักวิชาการด้านสังคมศึกษาได้มีข้อทักท้วงว่าการจะเรียนสองวิชานี้ให้เกิดผล จะต้องเรียนรวมกับเนื้อหาสาระอื่นในกลุ่มสาระสังคมศึกษาฯ จะแยกจากกันไม่ได้ นอกจากนี้หากต้องแยกออกมาเป็นกลุ่มสาระจะต้องใช้เวลาในการดำเนินการค่อนข้างนานด้วย ดังนั้นที่ประชุมจึงมีมติให้เพิ่มชั่วโมงเรียนกิจกรรมและจุดเน้นแทน. 
 
 
Advertisement

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : สพฐ.เคาะไม่ดึงประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมืองฯพ้นกลุ่มสังคมฯ

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^