LASTEST NEWS

18 มิ.ย. 2561สพฐ./สอศ./กศน.และท้องถิ่น เปิดสอบพนักงานราชการครู และครูอัตราจ้าง 147 อัตรา สมัครบัดนี้เป็นต้นไป 18 มิ.ย. 2561สมาพันธ์ครูชายแดนใต้ วอนดูแลธุรการ รร. กว่า600 ชีวิตระส่ำหลัง"สพฐ."เลิกจ้าง 17 มิ.ย. 2561วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย รับสมัครสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครู สมัคร18มิ.ย.-6ก.ค.2561 17 มิ.ย. 2561โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) รับสมัครครูอัตราจ้าง สมัครบัดนี้-27มิ.ย.2561 17 มิ.ย. 2561ตารางสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย สพฐ. รอบทั่วไป ปี พ.ศ.2561 17 มิ.ย. 2561รวมลิงค์ประกาศรับสมัคร สอบครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปี พ.ศ.2561 17 มิ.ย. 2561ศธจ.บุรีรัมย์ ประสงค์สอบครูผู้ช่วย 2561 จำนวน 146 อัตรา 17สาขาวิชา 17 มิ.ย. 2561ดาวน์โหลดเอกสารประกอบการอบรมคูปองครู Credit ครูสุรีรัตน์ บุญหล้า 17 มิ.ย. 2561ดาวน์โหลดแนวข้อสอบครูผู้ช่วย พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ที่มักออกสอบ โดยยุทธพงษ์ชัยติวเตอร์และติวอีสานดอทคอม 17 มิ.ย. 2561โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 32 เปิดรับสมัครสอบธุรการโรงเรียน (ครูธุรการ) วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา สมัคร18-24มิ.ย.61

สสค.จวกการศึกษาไทย

  • 28 พ.ค. 2557 เวลา 21:16 น.
  • 1,098 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
สสค.จวกการศึกษาไทย
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ผู้จัดการ สสค.จวกการศึกษาไทยผ่านมา 10 กว่าปียังไม่กระเตื้อง ทั้งที่ได้งบฯการศึกษาสูงติดอันดับ 2 ของโลก ชี้เด็กจบมหาวิทยาลัยไม่ได้ตอบโจทย์ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา.
 
วันนี้ (28 พ.ค.) ที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) อภิปรายเรื่อง "การพัฒนาการศึกษาไทยและมุสลิมไทย:ต้นทุนและศักยภาพในเวทีอาเซียน " ในการประชุมวิชาการโลกมุสลิมประจำปี 2557 ว่า ในยุคโลกาภิวัฒน์สังคมและทุกคนต้องเร่งพัฒนาตนเองให้พร้อมที่จะเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงทางสังคมเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรมที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 แต่ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของประเทศไทยกลับตกต่ำลง ซึ่งสวนทางกับงบประมาณที่รัฐลงทุนไปกับระบบการศึกษาอย่างสิ้นเชิง โดยปี 2557 งบประมาณด้านการศึกษาของไทยสูงกว่า 500,000 ล้านบาท หรือ มากกว่า ร้อยละ 20 ของงบประมาณแผ่นดิน และสูงติดอันดับที่ 2 ของโลก
 
นพ.สุภกร กล่าวต่อไปว่า พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ประกาศใช้มา 10 กว่าปี แต่ระบบการศึกษาไทยยังไม่กระเตื้อง โครงสร้างการศึกษายังเป็นปัญาหาเรื้อรังที่มีผลต่อเด็กไทยหลายล้านคน ในจำนวนเด็กไทยที่เกิดมาปีละราว 9 แสนคน ร้อยละ 10 หรือ 9 หมื่นคน หลุดออกไปจากระบบการศึกษาก่อนจบชั้นม.3 หรือภาคบังคับ ร้อยละ 30 หรือ 2.7 แสนคน ยุติชีวิตการเรียนลงตั้งแต่ชั้น ม.3 ร้อยละ 20 หรือ1.8แสนคน ออกจากระบบการศึกษาไปเมื่อจบชั้นม.6 หรือ ปวช.ซึ่งส่วนใหญ่เด็กเหล่านี้หลุดออกไปด้วยปัญหาความยากจน และความจำเป็นในชีวิต และร้อยละ 40 หรือ 3.6 แสนคน เท่านั้นที่เข้ามาถึงระดับอุดมศึกษา และจะจบออกมา 3 ใน 4 จากทั้งหมด
 
" เด็กที่จบระดับอุดมศึกษา 1 ใน 3 มีงานทำ เพราะฉะนั้นการเข้ามหาวิทยาลัยได้ ไม่ใช่ความสำเร็จที่สุดในระบบการศึกษาไทย" นพ.สุภกร กล่าวและว่า การสูญเสียการศึกษาทำให้ท้องถิ่นสูญเสียรายได้กว่า 85 ล้านบาทต่อปีหากคำนวณรายได้ตลอดชีพในช่วงอายุทำงาน15-60 ปีระหว่างคนที่ไม่จบชั้น ม.3กับคนที่จบ ม.3 หรือ ม.6 ปวช.และที่จบปริญญตรี จะมีความต่างของรายได้สะสมหลายล้านบาท ดังนั้น ควรจะกระตุ้นการใช้จ่ายและเศรษฐกิจในท้องถิ่น อาทิ เด็กที่ออกก่อนจบม.3 ที่เป็นแรงงานกินค่าแรงขั้นต่ำทำเงินตลอดอายุการทำงานอายุ15-60ปี น้อยกว่าคนจบปริญญาตรี 2 เท่า สูญเสียรายได้ปีละ 50 ล้านบาทส่วนใหญ่เข้าไปเป็นแรงงานในเมืองต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่า50%ของรายได้เหลือกลับถิ่นแค่ 50% สูญเสียรายได้ออกนอกท้องถิ่นอีกปีละ15 ล้านบาท อีกทั้งพ่อแม่ที่ไม่ไว้ใจโรงเรียนในท้องถิ่นส่งลูกเข้าเมืองเสียค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอย่างน้อย 2,500 บาทต่อคนต่อเดือนเป็นค่าใช้จ่ายของลูกที่ไปเช้า-เย็นกลับเสียค่าใช้จ่ายในการส่งลูกเรียนในเมืองอีกปีละ 20 ล้านบาท ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเร่งแก้ไข.
 
นพ.สุภกรกล่าวด้วยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากคุณภาพการศึกษาในโรงเรียน ที่เน้นจะเน้นพัฒนาโรงเรียนที่ดังๆ ไม่กี่แห่ง ส่วนโรงเรียนที่เหลืออีก2-3 หมื่นกลับถูกมองข้าม หรือเด็กที่จบมหาวิทยาลัยออกมาทำงานไม่เป็นเพราะเด็กเหล่านี้ไม่ได้ถูกสอนให้เตรียมพร้อมออกมาทำงานเหมือนลูกนกที่อยู่ในกรงเมื่อถูกปล่อยออกไปหากินไม่ได้สุดท้ายก็ไม่รอด ดังนั้นการจะแก้ระบบการศึกษาต้องแก้ที่คุณภาพและต้องเอาเด็กเข้าสู่ระบบ
 
 
Advertisement
Advertisement

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : สสค.จวกการศึกษาไทย

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^