LASTEST NEWS

24 ก.ย. 2560ด่วน! เปิดรับสมัครสอบเป็นนายสิบสัสดี ปี2561 จำนวน 100 อัตรา (สมัคร11-30ต.ค.60) 24 ก.ย. 2560โรงเรียนห้วยนางราษฎร์บำรุง รับสมัครครูอัตราจ้าง เจ้าหน้าที่บรรณารักษ์ เจ้าหน้าที่ธุรการ 7 อัตรา 24 ก.ย. 2560จัดสอบท้องถิ่นใหม่กว่า 1.2 พันคน หลังเกิดผิดพลาด จี้ ม.ดัง รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด 24 ก.ย. 2560โรงเรียนแม่หอพระวิทยาคม รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกภาษาไทย 24 ก.ย. 2560โรงเรียนบ้านโทกน้ำกัด รับสมัครครูอัตราจ้าง วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา 24 ก.ย. 2560โรงเรียนอนุบาลภูซาง(บ้านดอนตัน) รับสมัครครูอัตราจ้าง วุฒิป.ตรี ฟรีอาหารกลางวัน 24 ก.ย. 2560ด่วน! กสถ.ประกาศยกเลิกการสอบแข่งขันภาค ข. ในตำแหน่งนักสันทนาการปฏิบัติการ และตำแหน่งบรรณารักษ์ปฏิบัติการ 24 ก.ย. 2560โรงเรียนวัดสันต้นธง เปิดสอบครูอัตราจ้าง วิชาเอกภาษาอังกฤษ สมัคร22ก.ย.-10ต.ค.2560 24 ก.ย. 2560โรงเรียนห้วยสักวิทยาคม รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาคอมพิวเตอร์ 24 ก.ย. 2560โรงเรียนบ้านโคนพิทยา รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกพลศึกษา

"กมล" ดันฟื้นสอบตกเรียนซ้ำ

usericon

"กมล" ดันฟื้นสอบตกเรียนซ้ำ

“กมล”ยอมรับ 1 ใน 3 ของเด็กป.3 อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ เตรียมตั้ง กก.ยกระดับการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนครบวงจร ดันฟื้นสอบตกเรียนซ้ำชั้น

วันนี้ (29 ต.ค.) ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวถึงข้อมูลของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่พบว่าโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีนักเรียนชั้นประถมศึกษา โดยเฉพาะ ป.3 อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้เป็นจำนวนมาก ว่า ที่ผ่านมา สพฐ.ได้ทำการสำรวจเรื่องการอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ในเด็กนักเรียนชั้น ป.3 ทั่วประเทศ ที่มีอยู่กว่า 600,000 คน พบว่า อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ประมาณ 35,000 คน อ่านไม่คล่อง เขียนไม่คล่อง ประมาณ 200,000 คน ซึ่งก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่มาก เพราะเป็นจำนวนถึง 1 ใน 3 ของเด็กชั้น ป.3 ทั้งหมด และที่ผ่านมา สพฐ.ก็ได้พยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาตลอด โดยส่งสื่อการเรียนการสอนที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆไปบ้างแล้ว และล่าสุดตนได้หารือกับนายวินัย รอดจ่าย กรรมการ กพฐ. และเห็นว่าควรมีการตั้งคณะกรรมการยกระดับการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน โดยเชิญนางวีณา อัครธรรม อดีตที่ปรึกษา สพฐ.ด้านการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ เป็นประธาน เพื่อดูแลเรื่องนี้เป็นการเฉพาะอย่างครบวงจร

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า คณะกรรมการชุดนี้ จะทำงานใน 4 ขั้นตอน คือ 1.การขอข้อมูลของเด็กนักเรียนที่อ่านไม่ออกและเขียนไม่ได้จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทุกแห่ง เพื่อให้ได้ข้อมูลล่าสุดที่สุด 2.เชิญนักวิชาการที่มีนวัตกรรมในการแก้ไขปัญหาการอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ มาประชุมหารือ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และประมวลผลว่านวัตกรรมใดที่เหมาะสมที่จะนำไปใช้กับเด็กกลุ่มไหน และในพื้นที่ใดบ้าง ซึ่งนวัตกรรมในเรื่องนี้ก็มีอยู่จำนวนไม่น้อย ทั้งการสอนแบบคาราโอเกะ หรือ การแยกกลุ่มสอน เป็นต้น 3.เชิญผู้อำนวย สพท. ศึกษานิเทศก์ และผู้ที่เกี่ยวข้องมาประชุมเพื่ออบรมนวัตกรรมในการจัดการเรียนการสอนตามรูปแบบที่เหมาะสมกับพื้นที่นั้นๆ และ 4.จัดส่งสื่อการเรียนการสอนไปให้โรงเรียน โดยคาดว่าประมาณกลางเดือน พ.ย.นี้น่าจะเริ่มดำเนินการในขั้นตอนแรกได้

"ต้องยอมรับว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้เลื่อนขึ้นมาเรียนอยู่ชั้น ป.3 หรือสูงกว่าได้เป็นเพราะนโยบาย ศธ. ที่กำหนดไม่ให้เด็กตกแล้วต้องเรียนซ้ำชั้น เด็กสอบไม่ผ่านก็ให้สอบแก้ หรือไม่ก็ให้ทำกิจกรรมอื่นแทนแล้วปล่อยให้ผ่าน ซึ่งก็เหมือนเป็นการหมักหมมปัญหาเอาไว้ ไม่เหมือนกับโรงเรียนเอกชนที่สามารถให้เด็กที่สอบไม่ผ่านซ้ำชั้นได้ ทั้งนี้ หากจะแก้ไขนโยบายของ ศธ.ในประเด็นดังกล่าว ก็ถือเป็นเรื่องใหญ่เพราะต้องมีการแก้ไขกฏกระทรวงให้ รมว.ศธ.เป็นผู้ลงนามให้ความเห็นชอบ " ดร.กมล กล่าวและว่า อย่างไรก็ตามตนจะนำปัญหานี้ไปหารือกับคณะกรรมการยกระดับการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนก่อน เมื่อได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแล้วจึงนำมาหารือในที่ประชุม กพฐ. และที่ประชุมกระทรวงต่อไป อย่างไรก็ตามส่วนตัวตนอยากให้มีการนำระบบสอบตกซ้ำชั้นกลับมาใช้อีก.

ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 29 ตุลาคม 2557
29 ต.ค. 2557 เวลา 19:42 น. 0 1,449
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^