LASTEST NEWS

27 มิ.ย. 2560โรงเรียนบ้านนาสนุ่น เปิดสอบพี่เลี้ยงเด็กพิการเรียนร่วม สมัคร3-9 กรกฎาคม 2560 27 มิ.ย. 2560โรงเรียนบ้านท่าโรง เปิดสอบครูอัตราจ้าง เอกปฐมวัย/อนุบาล หรือเอกทั่วไป 27 มิ.ย. 2560"ประจิน"ยันไม่ยุบสมศ.แค่ปรับตัวใหม่ 27 มิ.ย. 2560เปิดปฏิทินคัดเลือกผอ.เขตพื้นที่ฯ ย้ำไม่มีขึ้นบัญชี 27 มิ.ย. 2560กสถ.แจ้งหนังสือด่วนที่สุด เรื่องการดำเนินการสอบแข่งขันบรรจุข้าราชการท้องถิ่น (ลว.26มิ.ย.2560) 27 มิ.ย. 2560กสถ.เปิด23สาขาวิชาใช้เปิดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุครูผู้ช่วย สังกัดท้องถิ่นปี2560 27 มิ.ย. 2560อบจ.ปทุมธานี เปิดสอบผู้ช่วยครู 10 อัตรา และพนักงานจ้าง 7 อัตรา (สมัคร29มิ.ย.-20ก.ค.60) 27 มิ.ย. 2560โครงสร้างสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด 26 มิ.ย. 2560โรงเรียนบ้านกาดวิทยาคม รับสมัครครูผู้สอน 2 อัตรา (สมัครตั้งแต่บัดนี้-11ก.ค.2560) 26 มิ.ย. 2560ไม่ต้องมีวุฒิครู 7 อัตรา วุฒิป.ตรีทุกสาขา สพป.ปราจีนบุรี เขต 2 เปิดสอบครูธุรการ (สมัคร28มิ.ย.-4ก.ค.60)

เปิดสอบครูผู้ช่วยสพฐ.และครูคืนถิ่น จำนวน 4,079 อัตรา

usericon

เปิดสอบครูผู้ช่วย โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น จำนวน 4,079 อัตรา (จบสาขาวิชาอื่นที่ไม่ใช่วิชาชีพครูก็สมัครสอบได้) ลงทะเบียนทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 4 – 18 กรกฏาคม 2559 (และยื่นใบสมัครด้วยตนเอง หรือทางไปรษณีย์ ตั้งแต่วันที่ 5 – 27 กรกฎาคม 2559)

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การสมัครเข้าร่วมโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ปี พ.ศ. 2559

โดยจะบรรจุเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย จำนวน 4,079 คน แบ่งเป็น
– ในส่วนของ สพฐ. จำนวน 3,845 อัตรา
– ในส่วนของ สอศ. จำนวน 224 อัตรา
– ในส่วนของ กศน. 10 อัตรา

คุณสมบัติผู้สมัครสอบ


วิธีการสมัคร
ลงทะเบียนออนไลน์ผ่าน http://www.niets.or.th/protbyohec/ ตั้งแต่วันที่ 4 – 18 กรกฏาคม 2559 แล้วให้ผู้สมัครพิมพ์ใบสมัครพร้อมติดรูปถ่ายให้เรียบร้อย พร้อมแนบเอกสารหลักฐานการสมัครให้ถูกต้องครบถ้วน จัดส่งให้กับโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ด้วยตนเอง หรือทางไปรษณีย์ ตั้งแต่วันที่ 5 – 27 กรกฎาคม 2559 ทุกวัน ในเวลาราชการ

รายละเอียดเพิ่มเติม
– ไฟล์ประกาศรับสมัครสอบ
– คู่มือการสมัคร





แนวข้อสอบครูคืนถิ่น
1 ความสามารถในการใช้ภาษาไทย
2 ความสามารถทางด้านเหตุผล (อุปมาอุปไมย)
3 ความสามารถในอ่านและการเขียน
4 แนวข้อสอบความเข้าใจภาษา การสรุปความและตีความ
5 แนวข้อสอบความสาสารถด้านการใช้ภาษา
6 แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ การใช้ Conversation
7 แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ การใช้ Grammar
8 แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ การใช้ Reading








ครูผู้ช่วย สพฐ.
1 แนวข้อสอบความรู้เหตุการณ์ปัจจุบัน การเมือง เศรษฐกิจและสังคม
2 นโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา
3 แนวข้อสอบวัฒนธรรมและประเพณี
4 แนวข้อสอบพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
5 แนวข้อสอบ พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ
6 แนวข้อสอบ พรบ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
7 แนวข้อสอบ พรบ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
8 แนวข้อสอบกฎหมาย พรบ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546
9 แนวข้อสอบ พ.ร.บ.การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ.2551
10 แนวข้อสอบวินัยและการรักษาวินัย
11 แนวข้อสอบ คุณธรรม จริยธรรมและค่านิยม
12 แนวข้อสอบจรรยาบรรณและมาตรฐานวิชาชีพครู
13 แนวข้อสอบสมรรถนะวิชาชีพครู
14 แนวข้อสอบการวัดและประเมินผล
15 แนวข้อสอบสื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา

***สนใจสั่งซื้อ โทร 081-6010132 Line : testthai2

อ่านเข้าใจง่าย เข้าใจเร็ว ครบ ตรงประเด็น อัดแน่นด้วยคุณภาพ
รวมข้อสอบเก่าเด็ดๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยๆ รวบรวมข้อสอบจากรุ่นพี่ที่สอบได้ จากสนามจริง
ติดตามข่าวการที่ https://www.facebook.com/sheetchula.kate


ส่งเป็นไฟล์ทางอีเมล์ สนใจสั่งซื้อมาที่ โทร 081-6010132 Line : testthai2
สามารถนำไปปริ้นเพื่ออ่านได้เลย ราคา 401 บาท
ส่งเป็นหนังสือ +Mp3 ทำเล่มต่อเล่ม อัพเดตล่าสุด ราคา 701 บาท รวมค่าส่ง ems

อ่านต่อได้ที่: http://www.kruwandee.com/forum/21.html?wbid=12776
usericon

เทคนิคในการทำข้อสอบ
สำหรับใครที่ต้องการสอบครูผู้ช่วย จะต้องฝึกทำโจทย์วิชาเอกให้เยอะๆๆ เช่น ข้อสอบ O-net ข้อสอบสมาคม ข้อสอบสนามสอบต่างๆของนักเรียน อ่านหนังสือให้มาก เน้นอ่านตัวข้อสอบ และคำตอบ ชุดละหลายๆรอบ อ่านจนกระทั่ง อ่านโจทย์แล้วตอบได้โดยไม่ต้องดูตัวเลือก หรือใครที่มีเวลามากพอให้อัดเสียงข้อสอบ+คำตอบ เอาไว้ฟังตอน ไปวิ่งออกกำลังกาย ซักผ้า ล้างจาน หลับไฟก่อนนอน ฯลฯ
***ติดต่อเราได้ที่ โทร.081-6010132
Line: testthai2
ความคิดเห็นที่ #1 khobkhun.prakai 11 ก.ค. 2559 เวลา 12:04 น. 223.206.xxx.xx
usericon

คำแนะนำในการสอบครูผู้ช่วย สพฐ.
การสอบครูผู้ช่วย สพฐ. จะแบ่งออกเป็น 3 ภาค คือ ภาค ก ภาค ข และ ภาค ค การที่จะสอบขึ้นบัญชีได้ ผู้เข้าสอบต้องผ่านสอบผ่านทั้งภาค ภาค ก. และ ภาค ข. และได้คะแนนอย่างละ 60% ขึ้นไป จึงจะผ่าน ดังนั้นผู้เข้าสอบต้องเตรียมตัวมาอย่างดี หลายคนส่วนใหญ่ทำข้อสอบในวิชาภาค ก ความสามารถทั่วไปไม่ทัน เนื่องจากในวิชาภาษาไทยโจทย์จะยาวมาก การเลือกทำข้อสอบก็เป็นแนวทางอย่างหนึ่งที่จะทำให้ทำข้อสอบได้ทันเวลา ควรเลือกทำวิชาภาษาไทยก่อน แล้วค่อยไปทำคณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ
ก่อนอื่นผู้เข้าสอบต้องดูหลักสูตรการสอบที่เขาประกาศก่อน เพื่อให้รู้ว่าเนื้อหาที่เราจะอ่านหรือต้องรู้มีอะไรบ้าง...จะได้ไม่สับสน อ่านไปโดยไม่รู้ว่าเขาสอบอะไรบ้างเพราะหลักสูตรการสอบบรรจุคือไกด์ไลน์ที่จะทำให้ผู้เข้าสอบไปถูกทาง ถ้ามีเวลาต้องหมั่นศึกษาหาความรู้รอบตัว ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม เพื่อให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลง และได้เปรียบคู่แข่ง นอกจากนี้ต้องสำรวจตัวเองว่ามีข้อด้อยในวิชาอะไร และหมั่นฝึกฝน หาความรู้ เช่น ด้านภาษาไทย ด้านตัวเลข วิชาการศึกษา โดยเฉพาะที่ไม่ผ่านกันมากคือ วิชาเอกของตัวเอง
ในการสอบสัมภาษณ์แนะนำให้ทำแผ่นพับแนะนำตนเอง สำหรับแผ่นพับแนะนำตัวเองนั้นมีคนบอกว่า ถ้าเราเขียนอะไรที่มันเยิ่นเย้อ จัดเต็มอัดแน่นจนเกินไปจากที่เป็นแผ่นพับอันสวยงามเต็มไปด้วยข้อมูลดีๆของเรา แผ่นพับนั้นมันจะกลายเป็นขยะทันที พูดง่ายๆ ก็คือ แผ่นพับแนะนำตัวเองควรนำเสนอข้อมูลที่เป็นสุดยอดของเรา เป็นผลงานที่เราภูมิใจและล่าสุด ในแผ่นพับไม่ต้องบอกก็ได้ว่าเราจบโรงเรียนอนุบาลอะไรมา สมัยประถมแข่งประกวดวาดรูปได้ที่ 1 ได้รับเข็มบำเพ็ญประโยชน์ของโรงเรียน ตอน ม.2 ไม่ต้องจัดเต็มอะไรแบบนี้มาก็ได้ แต่ให้เขียนเข้าประเด็นไปเลย จบ ป.ตรี เอกอะไรมา ป.โท เอกอะไร เป็นวิทยากรอบรม ICT พาเด็กไปแข่งขันทักษะได้เหรียญทองระดับชาติ ให้เอาผลงานที่ดีที่สุดและเขียนให้กระชับได้ใจความที่สุด อีกทั้งไม่มีกรรมการคนไหนหรอกที่อยากอ่านแผ่นพับที่เต็มไปด้วยตัวหนังสือเยอะแยะมากมาย จับประเด็นอะไรไม่ได้ว่าเรามีดีอะไร ว่าเราคือใคร มีผลงานอะไรบ้าง มีความสามารถพิเศษอะไรบ้าง แบบนี้เขาไม่อ่านแน่นอน เพราะไม่ใช่มีเราคนเดียวที่มาสอบสัมภาษณ์ มีคนเป็นร้อยๆพันๆ ที่เข้ามาสอบสัมภาษณ์
ที่สำคัญที่คนทั่วไปมองข้ามอีกอย่างหนึ่ง คือการใส่รูปในแผ่นพับ ควรหารูปที่คิดว่าตัวเองดูดีที่สุดใส่ลงไป เพราะคนส่วนใหญ่แล้วชอบมองรูปก่อนอ่านตัวหนังสือ รูปภาพหนึ่งภาพแทนคำพูดเป็นพันๆคำ คนเรามองที่หน้าตาก่อนจะมองที่จิตรใจ สรุปของการทำแผ่นพับแนะนำตนเองก็คือ สั้น กระชับ ได้ใจความ
ความคิดเห็นที่ #2 khobkhun.prakai 12 ก.ค. 2559 เวลา 13:03 น. 223.206.xxx.xx
usericon

ข้อใดเป็นกระบวนการที่แตกต่างจากข้ออื่น
ก. การวางแผน
ข. การกำกับติดตาม
ค. การนิเทศ
ง. การประเมินผล
ความคิดเห็นที่ #3 khobkhun.prakai 13 ก.ค. 2559 เวลา 05:57 น. 223.206.xx.xx
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^