สปป.ลาว ประกาศลดวันเรียนเหลือ 3 วันต่อสัปดาห์ หวังลดภาระค่าเชื้อเพลิง
ในยุคที่เศรษฐกิจและราคาพลังงานผันผวนอย่างหนัก ปัญหาค่าใช้จ่ายในการเดินทางถือเป็นแรงกดดันทางการเงินที่สำคัญของหลายครอบครัวครับ ล่าสุดทางการ สปป.ลาว ได้ออกมาตรการด่วนสั่งลดวันเรียนในสถานศึกษาลงเหลือเพียง 3 วันต่อสัปดาห์ เพื่อบรรเทาภาระค่าเชื้อเพลิงให้กับผู้ปกครอง สำหรับคุณครูหรือบุคลากรในไทยที่กำลังเผชิญกับภาระค่าใช้จ่ายและต้องการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินเพื่อรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจ ครูวันดีขอแนะนำ บัตรเฟิร์สช้อยส์ สำหรับข้าราชการ ดอกเบี้ย 13.99% ฐานเงินเดือน 12,000 สมัครไว้ใช้อุ่นใจ เพื่อเป็นตัวช่วยสำรองยามฉุกเฉินและช่วยให้การวางแผนการเงินในครอบครัวมีความยืดหยุ่นมากขึ้นครับ
มาตรการฉุกเฉิน รับมือวิกฤตพลังงาน
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สำนักนายกรัฐมนตรีของลาว ได้ออกประกาศคำสั่งอย่างเป็นทางการให้สถาบันการศึกษาทั่วไปทั่วประเทศ ทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชน ปรับลดจำนวนวันเรียนลงจากเดิม 5 วันต่อสัปดาห์ เหลือเพียง 3 วันต่อสัปดาห์
โดยมาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อบรรเทาแรงกดดันทางการเงินของครอบครัวท่ามกลางภาวะราคาเชื้อเพลิงที่ผันผวนอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม ทางการลาวยืนยันว่าจะยังคงรักษามาตรฐานทางวิชาการตามหลักสูตรไว้อย่างเคร่งครัด โดยจะใช้วิธีการขยายปฏิทินปีการศึกษาออกไปเพื่อชดเชยเวลาเรียนที่หายไปครับ
เตรียมพร้อมระบบเรียนออนไลน์ทางไกล
นอกจากคำสั่งลดวันเรียนแล้ว รัฐบาลลาวยังได้วางมาตรการรับมือเพิ่มเติมในกรณีที่แรงกดดันด้านเชื้อเพลิงยังคงยืดเยื้อ โดยสถาบันการศึกษาที่มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล จะถูกปรับเปลี่ยนให้ไปดำเนินการเรียนการสอนทางไกลผ่านระบบออนไลน์ ส่วนสถาบันที่ยังขาดความพร้อมทางเทคนิคอาจมีความจำเป็นต้องระงับการเรียนการสอนลงชั่วคราว
ทั้งนี้ กระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสารของลาว จะเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบความเสถียรในการใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศ พร้อมทั้งประเมินความพร้อมของอุปกรณ์สื่อสารที่จำเป็น เพื่อสนับสนุนและรองรับการเรียนการสอนทางออนไลน์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ พร้อมเรียกร้องให้พ่อแม่ผู้ปกครอง ครู และนักเรียน เตรียมพร้อมรับมือกับมาตรการฉุกเฉินเพิ่มเติม เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจกับการศึกษาของเยาวชนครับ
ติดตามอ่านรายละเอียดข่าวต้นฉบับ
ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักข่าวซินหัว และ Ch7HD News
อ่านข่าวฉบับเต็มคลิกที่นี่
