กทม. นำร่อง 437 โรงเรียนในสังกัด ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในเวลาเรียน
ข่าวสารแวดวงการศึกษา: กรุงเทพมหานคร เดินหน้ายกระดับคุณภาพการศึกษาและดูแลสุขภาวะของนักเรียนอย่างเต็มรูปแบบ ล่าสุดได้ประกาศเดินหน้ามาตรการเชิงรุก ด้วยการนำร่องห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในเวลาเรียน ครอบคลุมโรงเรียนในสังกัด กทม. ทั้ง 437 แห่ง ภายใต้โครงการ Phone Off, Learning On โฟกัสการเรียนรู้ ฝากมือถือไว้กับครู
ในขณะที่สถานศึกษากำลังปรับเปลี่ยนนโยบายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ดีขึ้น สำหรับคุณครูและผู้ปกครองที่ต้องวางแผนจัดสรรค่าใช้จ่ายในครอบครัว หรือเตรียมความพร้อมด้านการสนับสนุนการเรียนรู้ด้านอื่นๆ นอกห้องเรียนให้บุตรหลาน ครูวันดีขอแนะนำ บัตรเฟิร์สช้อยส์ สำหรับข้าราชการ ดอกเบี้ย 13.99% ฐานเงินเดือน 12,000 สมัครไว้ใช้อุ่นใจ เพื่อเป็นทางเลือกในการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน ช่วยให้การจับจ่ายใช้สอยสิ่งจำเป็นด้านการศึกษาเป็นไปอย่างราบรื่นครับ
3 หลักการสำคัญของโครงการ Phone Off, Learning On
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายหลักในการควบคุมและกำกับการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลภายในโรงเรียน เพื่อป้องกันผลกระทบด้านสุขภาพและพฤติกรรมจากการใช้งานหน้าจอเกินความจำเป็น โดยขับเคลื่อนผ่าน 3 หลักการสำคัญ ได้แก่
- สนับสนุนให้ใช้อุปกรณ์ดิจิทัลเป็น เครื่องมือการเรียนรู้ ภายใต้การดูแลของครูผู้สอนในคาบเรียนที่เหมาะสม แทนการใช้งานเพื่อความบันเทิงอย่างไร้ทิศทาง
- กำหนดเขตปลอดดิจิทัล (Digital-Free Zone) ในบางช่วงเวลา เช่น พักเที่ยง หรือพื้นที่ส่วนรวม เพื่อกระตุ้นให้เด็กนักเรียนมีการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ออกกำลังกาย และพักสายตาจากหน้าจอ
- สร้างระบบเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันปัญหาการกลั่นแกล้งทางออนไลน์ (Cyberbullying) และการเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมในสถานศึกษา

มาตรการนี้ได้รับความสนใจและเสียงตอบรับอย่างกว้างขวางจากหลายฝ่าย เนื่องจากปัจจุบันปัญหาสมาธิสั้นและผลกระทบทางสายตาจากการติดหน้าจอสมาร์ตโฟนในเด็กนักเรียน ถือเป็นความท้าทายระดับโลก การมีพื้นที่ปลอดอุปกรณ์ดิจิทัลจะช่วยคืนชีวิตชีวาในวัยเด็ก และกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมกลุ่มได้มากขึ้นครับ
ติดตามอ่านรายละเอียดข่าวเพิ่มเติม
สำนักงานประชาสัมพันธ์ กรุงเทพมหานคร และ Ch7HD News
อ่านข่าวต้นฉบับคลิกที่นี่
