ด่วนที่สุด! รัฐบาลสั่งข้าราชการ WFH ทันที จ่อปิดปั๊มน้ำมันหลัง 4 ทุ่ม รับมือวิกฤตพลังงานโลก!
สรุปประเด็นด่วน: นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการเตรียมความพร้อมรับมือความผันผวนด้านพลังงานจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง สั่งการให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจเริ่มมาตรการ Work from Home ทันที (เฉพาะส่วนที่ไม่กระทบงานบริการประชาชน) พร้อมงดดูงานต่างประเทศ และจ่อใช้มาตรการปิดสถานีบริการน้ำมันหลัง 22.00 น. หากสถานการณ์ยืดเยื้อ
สั่งราชการนำร่องลดใช้พลังงาน ยันน้ำมันสำรองมีเพียงพอ
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลต่อความผันผวนของพลังงานโลก นายกรัฐมนตรีจึงมีข้อสั่งการให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ ปรับรูปแบบการทำงานเป็น Work from Home ในทันที เฉพาะในส่วนงานที่ไม่กระทบกับการให้บริการประชาชน พร้อมทั้งให้งดการเดินทางไปศึกษาดูงานหรืออบรมในต่างประเทศ โดยให้ปรับเปลี่ยนมาดำเนินการภายในประเทศแทน
ด้าน นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกฯ ชี้แจงเพิ่มเติมเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนว่า ปัจจุบันกระทรวงพลังงานได้จัดตั้งศูนย์ Energy ICS เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองรวมทั้งสิ้นถึง 8,055 ล้านลิตร (ข้อมูล ณ วันที่ 5 มี.ค.) ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำมันเฉลี่ยที่ 124 ล้านลิตรต่อวัน รัฐบาลจึงขอความร่วมมือภาครัฐให้เป็น "ต้นแบบ" ในการลดใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก
แนวทางปฏิบัติด้านการลดใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ
- การใช้เครื่องปรับอากาศ: ตั้งอุณหภูมิที่ 26 - 27 องศาเซลเซียส
- การแต่งกาย: อนุญาตให้ใส่เสื้อแขนสั้น และงดการใส่สูทผูกเน็กไท (ยกเว้นงานพิธีการ)
- การใช้ไฟฟ้าและอาคาร: ปิดไฟและอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็น, ใช้โหมด Energy Saver สำหรับคอมพิวเตอร์, ลดการใช้ลิฟต์โดยส่งเสริมการใช้บันไดในระยะใกล้
- การทำงานและการประชุม: ลดการใช้กระดาษ ส่งเสริมระบบ e-Document, ประชุมผ่านระบบออนไลน์ และ Work from Home ตามความเหมาะสม
- การเดินทาง: ตรวจสอบสภาพรถยนต์, ขับรถด้วยความเร็วที่เหมาะสม, ส่งเสริมการใช้รถร่วมกัน (Car Pool) และวางแผนการเดินทาง
แผนสำรองบังคับใช้ หากสถานการณ์ยืดเยื้อ
รัฐบาลได้เตรียมมาตรการรองรับหากสถานการณ์มีความรุนแรงกระทบต่อการจัดหาพลังงาน โดยเห็นสมควรเสนอแนวทางมาตรการภาคบังคับเพิ่มเติม เช่น การหลีกเลี่ยงใช้ไฟฟ้าสำหรับการโฆษณาป้ายสินค้า ป้ายชื่อร้าน หรือสถานที่ทำธุรกิจในช่วงเวลาตั้งแต่ 22.00 น. เป็นต้นไป และอาจมีการกำหนดระยะเวลาเปิดปิดสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ไม่เกินเวลา 22.00 น. (โดยมีข้อยกเว้นสถานีบริการบนทางหลวงหลัก)
เป้าหมายของมาตรการ: หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันลดการใช้น้ำมันลงได้ประมาณร้อยละ 5 จะช่วยประเทศประหยัดน้ำมันได้ถึง 3.3 แสนลิตรต่อเดือน (ประหยัดงบประมาณ 10.45 ล้านบาท) และหากลดการใช้ไฟฟ้าได้ร้อยละ 5 จะช่วยประหยัดไฟฟ้าได้ถึง 31 ล้านหน่วยต่อเดือน ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว
อ่านข่าวต้นฉบับคลิกที่นี่

