LASTEST NEWS

27 ก.พ. 2567องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ รับสมัครพนักงานจ้าง 17 อัตรา ตั้งแต่ 1-22 มีนาคม 2567 27 ก.พ. 2567ด่วน!! สพป.ขอนแก่น เขต 1 ประกาศให้เขตพื้นที่การศึกษา ทั่วประเทศ ขอใช้บัญชีครูผู้ช่วย ไปบรรจุได้ 27 ก.พ. 2567“คุรุสภา” ใช้เทคโนโลยีอำนวยความสะดวกการบริการ 27 ก.พ. 2567สถาบันวิทยาลัยชุมชน รับสมัครพนักงานราชการทั่วไป จำนวน 45 อัตรา สมัครทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 5-11 มีนาคม 2567 26 ก.พ. 2567สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ 52 อัตรา สมัครทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 ถึงวันที่ 20 มีนาคม 2567 25 ก.พ. 2567กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ 134 อัตรา ตั้งแต่บัดนี้ - 13 มี.ค.2567 25 ก.พ. 2567โรงเรียนชุมชนวัดเขาไม้แก้ว รับสมัครครูอัตราจ้าง 3 อัตรา เงินเดือน 15,000.-บาท ตั้งแต่วันที่ 4 - 7 มีนาคม 2567  25 ก.พ. 2567โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ อดิศรศึกษา รับสมัครครูอัตราจ้าง 5 อัตรา ตั้งแต่บัดนี้ - วันศุกร์ที่ 15 มีนาคม 2567  25 ก.พ. 2567มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เปิดสอบพนักงานมหาวิทยาลัย 10 อัตรา วุฒิปริญญาตรี เงินเดือน 22,500 บาท สมัครตั้งแต่บัดนี้ - 29 กุมภาพันธ์ 2567 25 ก.พ. 2567“คุรุสภา” เปิดแผนพฤติกรรมครูที่ควรและไม่ควรปฏิบัติต่อเด็ก

ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ “ตรีนุช” จ่อประกาศแยก “วิชาประวัติศาสตร์” ออกจาก 8 กลุ่มสาระเรียนรู้

  • 25 พ.ย. 2565 เวลา 14:58 น.
  • 7,107
ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ “ตรีนุช” จ่อประกาศแยก “วิชาประวัติศาสตร์” ออกจาก 8 กลุ่มสาระเรียนรู้

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ “ตรีนุช” จ่อประกาศแยก “วิชาประวัติศาสตร์” ออกจาก 8 กลุ่มสาระเรียนรู้ กลายเป็นโครงสร้างใหม่ 8+1

“หากบอร์ด กพฐ.พิจารณาให้ความเห็นชอบและ ดิฉัน ได้ลงนามในประกาศ ศธ.ฉบับดังกล่าวแล้ว การเปลี่ยนแปลงที่จะเห็นได้อย่างชัดเจน คือ จะมีการแยกรายการประเมินผลการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ใหม่ โดยในแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา (ปพ.3) จะมีการแสดงผลการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์แยกออกมา จากเดิมที่รวมอยู่ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม”

23พ.ย.2565-นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พัฒนาและปรับปรุงการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ให้มีความน่าสนใจ ซึ่งที่ผ่านมา ศธ.ได้มีนโยบาย 8+1 โดยการกำหนดโครงสร้างเวลาเรียน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานจัดรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ แยกออกมา 1 รายวิชาอย่างชัดเจน เพื่อบ่มเพาะให้นักเรียนภาคภูมิใจรักความเป็นไทย หวงแหนในสิ่งที่บรรพชนให้ไว้เป็นมรดกทางปัญญา รักษา สืบสาน ต่อยอดและนำมาปรับประยุกต์ในปัจจุบันไปแล้วนั้น

ดังนั้น เพื่อให้มีการแยกรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ออกมาเป็น 1 รายวิชาอย่างเป็นทางการ ตนจึงมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 28 พ.ย.นี้ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ (ร่าง) ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง” การบริหารจัดการโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และ 1 รายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ” และ พิจารณาแนวทางขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ปีงบประมาณ 2566 เพื่อเป็นแนวทางให้ต้นสังกัดของสถานศึกษา และสถานศึกษาสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รมว.ศธ. กล่าวถึงรายละเอียดในร่างประกาศ ศธ.ฉบับดังกล่าวว่า กําหนดให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานจัดโครงสร้างหลักสูตร สถานศึกษา 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ 1 รายวิชา โดยจัดเวลาเรียนรายวิชาประวัติศาสตร์ ระดับประถมศึกษา 40 ชั่วโมงต่อปี ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 40 ชั่วโมงต่อปี (1 หน่วยกิตต่อปี) และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รวม 3 ปี 80 ชั่วโมง (2 หน่วยกิต) ซึ่งสถานศึกษาสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ด้วยวิธีการที่หลากหลาย เช่น การใช้พิพิธภัณฑ์เป็นสื่อ การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและต่อยอดประวัติศาสตร์สู่งานอาชีพ การบูรณาการประวัติศาสตร์กับรายวิชาอื่น และการศึกษานอกสถานที่และแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ เป็นต้น


“หากบอร์ด กพฐ.พิจารณาให้ความเห็นชอบและ ดิฉัน ได้ลงนามในประกาศ ศธ.ฉบับดังกล่าวแล้ว การเปลี่ยนแปลงที่จะเห็นได้อย่างชัดเจน คือ จะมีการแยกรายการประเมินผลการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ใหม่ โดยในแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา (ปพ.3) จะมีการแสดงผลการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์แยกออกมา จากเดิมที่รวมอยู่ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม” นางสาวตรีนุชกล่าว

รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า การขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ในปีงบประมาณ 2566 นี้ นอกจากจะเน้นเรื่องการเรียนการสอนแนวใหม่ สร้างการรับรู้ เน้นย้ำความสำคัญโดยจะออกเป็นประกาศ ศธ.ในเรื่องดังกล่าวแล้ว ยังมีการวางระบบสนับสนุนอย่างเหมาะสมให้ครอบคลุมทุกมิติ เช่น การจัดกลุ่มตัวชี้วัดสาระประวัติศาสตร์และสาระหน้าที่พลเมือง เพื่อลดความซ้ำซ้อนของตัวชี้วัด, การส่งเสริมประสิทธิภาพจัดการเรียนรู้ฯ โดยส่งเสริมให้ใช้แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเป็นห้องเรียน อาทิ อุทยานประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ แหล่งเรียนรู้ชุมชน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนําองค์ความรู้ที่ได้จากแหล่งเรียนรู้ ไปต่อยอด ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวัน และเกิดเป็นจริยธรรมของนักเรียน มีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยบูรณาการการทํางานข้ามกระทรวง เช่น สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา วัฒนธรรมจังหวัด การท่องเที่ยว พิพิธภัณฑ์จังหวัด เป็นต้น , มีการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อส่งเสริมความเป็นเลิศด้านการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง , การใช้สื่อดิจิทัลและวิธีการเรียนรู้สมัยใหม่และมีการติดตาม ให้คำปรึกษา และประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องด้วย.

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ วันที่ 23 พฤศจิกายน 2565 เวลา 16:41 น.
  • 25 พ.ย. 2565 เวลา 14:58 น.
  • 7,107

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^