LASTEST NEWS

01 ธ.ค. 2565ไฟเขียวร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ “ตรีนุช”มั่นใจกฎหมายลูก 13 ฉบับเสร็จทัน 01 ธ.ค. 2565กศจ.บุรีรัมย์ เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 15 อัตรา - รายงานตัว 6 ธันวาคม 2565 01 ธ.ค. 2565โรงเรียนพันท้ายนรสิงห์วิทยา รับสมัครครูอัตราจ้าง เงินเดือน 15,000.-บาท บัดนี้-7 ธันวาคม 2565 01 ธ.ค. 2565ดาวน์โหลดฟรี !! เอกสารการใช้ Canva for Education โดย ศน.รัชภูมิ สมสมัย 01 ธ.ค. 2565ตัวอย่างรูปเล่มย้ายครู ไฟล์ Word แก้ไขได้ ใช้ปรับแก้ สำหรับยื่นคำร้องขอย้ายครู เกณฑ์ใหม่ ครั้งที่ 1 ม.ค. ปี66 01 ธ.ค. 2565ดาวน์โหลด..แบบคำร้องขอย้ายครู ปรับใหม่ล่าสุด ตามเกณฑ์ย้ายครู 2 ปี แบบคำร้องย้ายครู 2566 ที่นี่ 30 พ.ย. 2565สพป.บุรีรัมย์ เขต 2 รับสมัครพนักงานราชการครู 8 อัตรา ตั้งแต่วันที่ 1 - 9 ธันวาคม 2565 30 พ.ย. 2565​​​​​​​กรมที่ดิน เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ 20 อัตรา เงินเดือน 11,500-12,650.-บาท สมัครทางอินเทอร์เน็ต 30 พ.ย. 2565ด่วน กศจ.ร้อยเอ็ด เรียกบรรจุ รอบ 4 จำนวน 78 อัตรา - รายงานตัว 14 ธ.ค.2565 30 พ.ย. 2565กศจ.ราชบุรี เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 25 อัตรา - รายงานตัว 7 ธันวาคม 2565

ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ “ตรีนุช” จ่อประกาศแยก “วิชาประวัติศาสตร์” ออกจาก 8 กลุ่มสาระเรียนรู้

  • 25 พ.ย. 2565 เวลา 14:58 น.
  • 5,831
ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ “ตรีนุช” จ่อประกาศแยก “วิชาประวัติศาสตร์” ออกจาก 8 กลุ่มสาระเรียนรู้

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ “ตรีนุช” จ่อประกาศแยก “วิชาประวัติศาสตร์” ออกจาก 8 กลุ่มสาระเรียนรู้ กลายเป็นโครงสร้างใหม่ 8+1

“หากบอร์ด กพฐ.พิจารณาให้ความเห็นชอบและ ดิฉัน ได้ลงนามในประกาศ ศธ.ฉบับดังกล่าวแล้ว การเปลี่ยนแปลงที่จะเห็นได้อย่างชัดเจน คือ จะมีการแยกรายการประเมินผลการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ใหม่ โดยในแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา (ปพ.3) จะมีการแสดงผลการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์แยกออกมา จากเดิมที่รวมอยู่ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม”

23พ.ย.2565-นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พัฒนาและปรับปรุงการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ให้มีความน่าสนใจ ซึ่งที่ผ่านมา ศธ.ได้มีนโยบาย 8+1 โดยการกำหนดโครงสร้างเวลาเรียน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานจัดรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ แยกออกมา 1 รายวิชาอย่างชัดเจน เพื่อบ่มเพาะให้นักเรียนภาคภูมิใจรักความเป็นไทย หวงแหนในสิ่งที่บรรพชนให้ไว้เป็นมรดกทางปัญญา รักษา สืบสาน ต่อยอดและนำมาปรับประยุกต์ในปัจจุบันไปแล้วนั้น

ดังนั้น เพื่อให้มีการแยกรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ออกมาเป็น 1 รายวิชาอย่างเป็นทางการ ตนจึงมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 28 พ.ย.นี้ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ (ร่าง) ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง” การบริหารจัดการโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และ 1 รายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ” และ พิจารณาแนวทางขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ปีงบประมาณ 2566 เพื่อเป็นแนวทางให้ต้นสังกัดของสถานศึกษา และสถานศึกษาสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รมว.ศธ. กล่าวถึงรายละเอียดในร่างประกาศ ศธ.ฉบับดังกล่าวว่า กําหนดให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานจัดโครงสร้างหลักสูตร สถานศึกษา 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ 1 รายวิชา โดยจัดเวลาเรียนรายวิชาประวัติศาสตร์ ระดับประถมศึกษา 40 ชั่วโมงต่อปี ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 40 ชั่วโมงต่อปี (1 หน่วยกิตต่อปี) และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รวม 3 ปี 80 ชั่วโมง (2 หน่วยกิต) ซึ่งสถานศึกษาสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ด้วยวิธีการที่หลากหลาย เช่น การใช้พิพิธภัณฑ์เป็นสื่อ การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและต่อยอดประวัติศาสตร์สู่งานอาชีพ การบูรณาการประวัติศาสตร์กับรายวิชาอื่น และการศึกษานอกสถานที่และแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ เป็นต้น


“หากบอร์ด กพฐ.พิจารณาให้ความเห็นชอบและ ดิฉัน ได้ลงนามในประกาศ ศธ.ฉบับดังกล่าวแล้ว การเปลี่ยนแปลงที่จะเห็นได้อย่างชัดเจน คือ จะมีการแยกรายการประเมินผลการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ใหม่ โดยในแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา (ปพ.3) จะมีการแสดงผลการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์แยกออกมา จากเดิมที่รวมอยู่ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม” นางสาวตรีนุชกล่าว

รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า การขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ในปีงบประมาณ 2566 นี้ นอกจากจะเน้นเรื่องการเรียนการสอนแนวใหม่ สร้างการรับรู้ เน้นย้ำความสำคัญโดยจะออกเป็นประกาศ ศธ.ในเรื่องดังกล่าวแล้ว ยังมีการวางระบบสนับสนุนอย่างเหมาะสมให้ครอบคลุมทุกมิติ เช่น การจัดกลุ่มตัวชี้วัดสาระประวัติศาสตร์และสาระหน้าที่พลเมือง เพื่อลดความซ้ำซ้อนของตัวชี้วัด, การส่งเสริมประสิทธิภาพจัดการเรียนรู้ฯ โดยส่งเสริมให้ใช้แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเป็นห้องเรียน อาทิ อุทยานประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ แหล่งเรียนรู้ชุมชน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนําองค์ความรู้ที่ได้จากแหล่งเรียนรู้ ไปต่อยอด ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวัน และเกิดเป็นจริยธรรมของนักเรียน มีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยบูรณาการการทํางานข้ามกระทรวง เช่น สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา วัฒนธรรมจังหวัด การท่องเที่ยว พิพิธภัณฑ์จังหวัด เป็นต้น , มีการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อส่งเสริมความเป็นเลิศด้านการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง , การใช้สื่อดิจิทัลและวิธีการเรียนรู้สมัยใหม่และมีการติดตาม ให้คำปรึกษา และประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องด้วย.

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ วันที่ 23 พฤศจิกายน 2565 เวลา 16:41 น.
  • 25 พ.ย. 2565 เวลา 14:58 น.
  • 5,831

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^