01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดจันทบุรี ปี 2569 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดขอนแก่น ปี 2569 01 พ.ค. 2569ด่วน! รร.เพชรพิทยาคม รับสมัครงาน 6 อัตรา (ICT, ธุรการ, ช่าง, ภารโรง, แม่บ้าน) สมัคร 5-9 พ.ค. 69 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดกำแพงเพชร ปี 2569 01 พ.ค. 2569ประกาศ สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ รับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ปี พ.ศ. 2569 จำนวน 223 อัตรา 01 พ.ค. 2569สพป.นครราชสีมา เขต 3 ประกาศเรียกบรรจุครูผู้ช่วย 14 อัตรา และเตรียมขอใช้บัญชีข้ามเขต 9 อัตรา 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดกาฬสินธุ์ ปี 2569 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ สพป.กาญจนบุรี ปี 2569 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ กรุงเทพมหานคร ปี 2569 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ สพป.กระบี่ ปี 2569
ข่าวการศึกษา >
(27 ม.ค.2565) ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 1/2565

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 1/2565 วันพฤหัสบดีที่ 27 มกราคม 2565 โดยมีนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม และมี รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นเลขานุการการประชุม ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและมีมติที่สำคัญ ดังนี้
1. เห็นชอบ หลักเกณฑ์และวิธีสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการครูและบุคลกรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ขอกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ นั้น ก.ค.ศ. พิจารณาเห็นว่าเพื่อให้ได้บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ทักษะ สมรรถนะในระดับดีเยี่ยม เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถานศึกษาตามมติคณะรัฐมนตรี และมีคุณลักษณะของบุคคลที่จะต้องได้รับการคัดสรรเป็นกรณีพิเศษ ด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะด้านการเตรียมกำลังคนที่มีศักยภาพระดับสูงทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์ ในการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจึงควรเปิดให้มีการสอบแข่งขันเพื่อให้ได้บุคคลที่มีความเหมาะสมเข้ามาปฎิบัติหน้าที่ จึงมอบให้สำนักงาน ก.ค.ศ. จัดทำ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลกรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย สังกัด สพฐ.ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบในหลักเกณฑ์และวิธีการดังกล่าวแล้ว โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
คุณสมบัติผู้มีสิทธิสมัครสอบแข่งขัน
- มีคุณสมบัติตามมาตรา 30 แห่ง พรบ. ครู พ.ศ. 2547
- มีคุณสมบัติตามมาตรฐานตำแหน่งฯ สำหรับตำแหน่งที่ต้องมีใบอนุญาตประกอบ วิชาชีพในวันสมัครใบอนุญาตประกอบวิชาชีพดังกล่าวจะต้องไม่หมดอายุ
- สพฐ. อาจกำหนดคุณสมบัติเพิ่มเติมหรือเงื่อนไขอื่นได้
- มีสิทธิสมัครสอบแข่งขันได้เพียงตำแหน่งเดียว
การสอบแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 ภาค
- ภาค ก ความรู้ความสามารถทั่วไป
- ภาค ข ความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง
- ภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่ง
เกณฑ์การตัดสิน
ผู้สอบแข่งขันต้องได้คะแนนภาค ก ภาค ข และภาค ค ในแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 โดยให้ประกาศรายชื่อเรียงตามลำดับจากมากไปหาน้อย
การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ กำหนดไว้ไม่เกิน 2 ปี นับแต่วันที่ประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
การบรรจุและแต่งตั้ง
- ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน โดยอนุมัติ กศจ. และให้ส่งสำเนาคำสั่งบรรจุและแต่งตั้งพร้อมทั้งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ไปยัง สพฐ., สพม. และสำนักงาน ก.ค.ศ. ภายในเจ็ดวัน นับแต่วันออกคำสั่ง
- ผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งต้องได้รับการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการในตำแหน่ง รวมทั้ง ปฏิบัติตามข้อตกลงและเงื่อนไขที่ สพฐ. กำหนด (ถ้ามี) โดยให้ระบุไว้ในประกาศรับสมัครสอบแข่งขันและเมื่อบรรจุและแต่งตั้ง
2. เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการขอรับเงินเพิ่ม ตามระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ตำแหน่งด้านพัสดุ พ.ศ. 2564
สืบเนื่องจากที่ ก.ค.ศ. ได้ออกระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ตำแหน่งด้านพัสดุ พ.ศ. 2564 ที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2564 ซึ่งหลักเกณฑ์และวิธีการฯ นี้ กำหนดให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่งนักวิชาการพัสดุและเจ้าพนักงานพัสดุที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุเช่นเดียวกับข้าราชการพลเรือนตามมาตรฐานตำแหน่งที่ ก.ค.ศ. กำหนด ดังนั้นเพื่อให้หน่วยงานการศึกษาหรือส่วนราชการในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกันในการพิจารณาขอรับเงินเพิ่ม ดังกล่าวฯ จึงเห็นควรกำหนด (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการขอรับเงินเพิ่ม ตามระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ตำแหน่งด้านพัสดุ พ.ศ. 2564 ขึ้น โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
1. ให้ผู้มีสิทธิขอรับเงินเพิ่ม กรอกรายละเอียดลงใน “แบบขอรับเงินเพิ่มฯ” พร้อมแนบหลักฐาน ได้แก่ สำเนาวุฒิบัตรผ่านการอบรมฯ และสำเนาคำสั่งแต่งตั้ง ยื่นเสนอต่อส่วนราชการหรือหน่วยงานการศึกษาผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับ
2. ส่วนราชการหรือหน่วยงานการศึกษาตรวจสอบเอกสารและคุณ สมบัติของผู้มีสิทธิรับเงินเพิ่มตามระเบียบ ก.ค.ศ.ฯ
3. ส่วนราชการหรือหน่วยงานการศึกษานำเสนอ กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง พิจารณาและให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งดำเนินการออกคำสั่ง
4. การจ่ายเงินเพิ่มให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่ผู้มีสิทธิขอรับเงินเพิ่มมีคุณสมบัติครบถ้วน แต่ไม่ก่อนวันที่ระเบียบ ก.ค.ศ.ฯ มีผลใช้บังคับ
5. หัวหน้าส่วนราชการหรือหน่วยงานการศึกษากำกับดูแลให้เป็นไปตามระเบียบ ก.ค.ศ.ฯ โดยเคร่งครัดหากภายหลังตรวจสอบแล้วพบว่า การขอรับเงินเพิ่มของผู้ใดมีการแจ้งข้อมูลหรือรับรองข้อมูลอันเป็นเท็จให้ถือว่าเป็นความผิดทางวินัย
3. เห็นชอบ รายละเอียดการดำเนินการเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ขอให้ ก.ค.ศ. พิจารณารายละเอียดการดำเนินการเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา (ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ.) เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด (ว8/2564) ซึ่ง ก.ค.ศ. พิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อให้ได้ผู้บริหารที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนงานนโยบายในการบริหารสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพ จึงเห็นชอบรายละเอียดการดำเนินการดังกล่าว ตามที่ สพฐ. เสนอ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
องค์ประกอบในการคัดเลือก
- ภาค ก ความรู้ความสามารถในการบริหารงานในหน้าที่ (๑๐๐ คะแนน)
- ภาค ข ประวัติ ประสบการณ์ และผลงาน (๑๐๐ คะแนน)
- ภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่ง (๑๐๐ คะแนน)
เกณฑ์การตัดสิน
- ผู้ผ่านการคัดเลือก ภาค ก ต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละหกสิบ จึงมีสิทธิเข้ารับการประเมิน ภาค ข และ ภาค ค
- ผู้ได้รับการคัดเลือกต้องได้คะแนนแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละหกสิบ โดยให้ประกาศรายชื่อเรียงตามลำดับผู้ที่ได้คะแนนรวมทั้ง ๓ ภาค จากมากไปหาน้อย
เงื่อนไขระยะเวลาการขึ้นบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือก
- ไม่เกินสองปี นับแต่วันที่ประกาศขึ้นบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือก เว้นแต่มีประกาศขึ้นบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกครั้งใหม่ บัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกครั้งก่อนเป็นอันยกเลิก
การบรรจุและแต่งตั้ง
- ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา ๕๓ บรรจุและแต่งตั้งผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามมาตรฐานตำแหน่งตามลำดับที่
4. เห็นชอบ (ร่าง) แนวทางการประพฤติปฏิบัติตนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ตามที่ประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2564 โดยข้อ 5 ของประมวลจริยธรรมฉบับดังกล่าว ได้กำหนดให้จัดทำแนวทางการประพฤติปฏิบัติตนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษานี้ ให้เป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด ดังนั้น ก.ค.ศ. จึงได้ดำเนินการกำหนดแนวทางการประพฤติปฏิบัติตนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไว้ 4 ข้อ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องรักษาจริยธรรมอย่างเคร่งครัดอยู่เสมอ โดยต้องประพฤติปฏิบัติตนอย่างมีคุณธรรม โดยมีแนวทางการประพฤติปฏิบัติตน ดังต่อไปนี้
1) ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ ชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประซาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
2) ซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสำนึกที่ดี มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่และต่อผู้เกี่ยวข้อง ในฐานะข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษา
3) กล้าคิด กล้าตัดสินใจ กล้าแสดงออก และกระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม
4) มีจิตอาสา จิตสาธารณะ มุ่งประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัวหรือพวกพ้อง
5) มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน มุ่งมั่นในการปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ ที่สะท้อนถึงคุณภาพผู้เรียนและคุณภาพการศึกษา
6) ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ
7) ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
8) เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ คำนึงถึงสิทธิเด็ก และยอมรับความแตกต่างของบุคคล
ข้อ 2 แนวทางการประพฤติปฏิบัติตนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษานี้ เป็นกรอบแนวทางที่แสดงถึงการประพฤติปฏิบัติตนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งในการปฏิบัติตนจะต้องคำนึงถึงข้อเท็จจริง สภาพแวดล้อม และปัจจัยในขณะนั้นด้วย
ข้อ 3 กรณีที่ส่วนราชการมีการจัดทำข้อกำหนดจริยธรรมเพื่อใช้บังคับกับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดเพิ่มเติมจากประมวลจริยธรรม ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษารักษาจริยธรรมตามข้อกำหนดจริยธรรมที่ส่วนราชการกำหนดเพิ่มเติมนั้นด้วย
ข้อ 4 ให้เป็นหน้าที่ของหัวหน้าส่วนราชการและผู้บังคับบัญชาในการส่งเสริม สนับสนุน และกำกับดูแลให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม ประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและข้อกำหนดจริยธรรมของส่วนราชการ รวมถึงส่งเสริมและพัฒนาให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีพฤติกรรมทางจริยธรรมเป็นแบบอย่างที่ดี
5. อนุมัติ ย้ายและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้ดำรงตำแหน่งและวิทยฐานะเดิม ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งใหม่
จำนวนรวม 17 ราย
6. อนุมัติ บรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ได้รับการคัดเลือกและผ่านการพัฒนาก่อนการแต่งตั้งฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัด สพฐ.
จำนวนรวม 4 ราย
7. อนุมัติ ย้ายและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้ดำรงตำแหน่งและวิทยฐานะเดิม ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งใหม่
จำนวนรวม 11 ราย
8. อนุมัติ บรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ได้รับการคัดเลือกและผ่านการพัฒนาก่อนการแต่งตั้งฯ ให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัด สพฐ.
จำนวนรวม 40 ราย
ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: เว็บไซต์สำนักงาน ก.ค.ศ. วันที่ 27 มกราคม 2565