02 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดชลบุรี ปี 2569 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดฉะเชิงเทรา ปี 2569 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดจันทบุรี ปี 2569 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดขอนแก่น ปี 2569 01 พ.ค. 2569ด่วน! รร.เพชรพิทยาคม รับสมัครงาน 6 อัตรา (ICT, ธุรการ, ช่าง, ภารโรง, แม่บ้าน) สมัคร 5-9 พ.ค. 69 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดกำแพงเพชร ปี 2569 01 พ.ค. 2569ประกาศ สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ รับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ปี พ.ศ. 2569 จำนวน 223 อัตรา 01 พ.ค. 2569สพป.นครราชสีมา เขต 3 ประกาศเรียกบรรจุครูผู้ช่วย 14 อัตรา และเตรียมขอใช้บัญชีข้ามเขต 9 อัตรา 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดกาฬสินธุ์ ปี 2569 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ สพป.กาญจนบุรี ปี 2569
ข่าวการศึกษา >
5 คำถามจาก(ร่าง)พรบ.การศึกษาแห่งชาติ: สัญญาณความถดถอยของการศึกษาไทย?

รองศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ นพรัก
ประธานสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย
ประธานที่ประชุมคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย
คณบดีวิทยาลัยการศึกษา มหาวิทยาลัยพะเยา
๑.จากบทความจาก”ผู้อำนวยการ” สู่ตำแหน่ง “หัวหน้าสถานศึกษา” เปลี่ยนแปลงเพื่ออะไร? ที่ส่งผลกระทบต่อผู้บริหาร โพสต์เมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๖๔ มีผู้แชร์ ๒๓๕ ครั้ง
๒.จากบทความ ๕ คำถาม จาก”ใบอนุญาต” สู่ “ใบรับรอง” หรือความหมายจะวิบัติในกฎหมายการศึกษา? ที่ส่งผลกระทบต่อครู โพสต์เมื่อวันที่ “๑๐ เมษายน ๒๕๖๔ มีผู้แชร์ ๒๐๗ ครั้ง
จากจำนวนครั้งของการแชร์สองบทความข้างต้น แสดงว่ามีผู้สนใจ(ร่าง)พระราชบัญญัติการศึกษา จำนวนพอสมควร.
วันนี้ จึงขอเขียนบทความ มาตราที่ส่งผลกระทบต่อสภาวิชาชีพครูคือ”คุรุสภา” และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน ก.ค.ศ.)
##อะไรคือข้อกำหนดที่ ละเมิดกฎหมายและลดศักดิ์ศรีของสภาวิชาชีพครูคือ”คุรุสภา”?

(ร่าง) มาตรา ๑๐๐”วรรคสอง “ครูซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่และยังไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูตามกฎหมาย ว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มีสิทธิขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูตามกฎหมายดังกล่าว หรือจะขอใบรับรองการประกอบวิชาชีพครูความเป็นครูตามพระราชบัญญัตินี้ก็ได้
###กฎหมายมาตรา ๑๐๐ วรรคสองข้างต้น เสมือนกับเป็น”กฎหมายอภัยโทษ” ให้ครูที่ไม่มีคุณสมบัติตาม”พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖”โดย ให้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูโดยอัตโนมัติ เป็นการออกกฎหมายที่ละเมิดกฎหมายอื่น ที่มีศักดิ์เป็น”พระราชบัญญัติ”เท่าเทียมกัน ที่สำคัญคือ”การออกกฎหมายเยี่ยงนี้ สามารถกระทำได้หรือไม่? การออกกฎหมายที่ทำให้คนที่ทำผืดกฎหมายกลายเป็นคนที่ทำถูกกฎหมาย และบุคคลกลุ่มใดได้ผลประโยชน์?
ภายใต้บังคับมาตรา ๓๓ และมาตรา ๓๕ การกําหนดมาตรฐานความเป็นครู การออก การพักใช้ และการเพิกถอนใบรับรองการประกอบวิชาชีพครูความเป็นครู และการปฏิบัติตาม มาตรฐานและจรรยาบรรณของความเป็นครูให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ แต่คุรุสภาต้องนําผล การศึกษาวิจัยตามมาตรา ๓๖ มาเป็นเงื่อนไขส่วนหนึ่งในการออกใบรับรองการประกอบวิชาชีพครู ความเป็นครู
#ผลการศึกษาวิจัยตามมาตรา ๓๖ มาจากไหน?
(ร่าง) มาตรา ๓๖ ให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายและสํานักงานกองทุน เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาร่วมกันจัดให้มีการศึกษาและวิจัยหาต้นแบบ กระบวนการ และวิธีการที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอนในการผลิตครู ที่สามารถจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) รวมตลอดทั้งวิธีการในการพัฒนาศักยภาพครูให้สูงขึ้นและทันต่อความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพื่อให้สามารถจัดกระบวนการเรียนรู้ให้ผู้เรียนบรรลุเป้าหมายตามมาตรา ๘ ได้
ความในวรรคหนึ่งไม่เป็นการตัดอํานาจหรือสิทธิของสถาบันอุดมศึกษาในการศึกษา และวิจัยตามหน้าที่ของตน
###ทำไมจึงเป็นการ”ลดศักดิ์ศรีคุรุสภา”หรือทำให้”คุรุสภาไร้ศักดิ์ศรี”?
เนื่องจากคุรุสภาเป็นสภาของวิชาชีพครู ควรที่จะต้องพัฒนาองค์กรวิชาชีพครูให้เข้มแข็งด้วยตนเอง โดยเฉพาะการพัฒนาการศึกษาด้วยงานวิจัย ที่สามารถจะใช้พลังของครูที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพไม่น้อยกว่าแปดแสนคน ทำการวิจัยเพื่อพัฒนาศักยภาพขององค์กร และศักยภาพครูให้เข้มแข็งได้ แต่(ร่าง)กฎหมายฉบับนี้กลับกำหนดให้ต้องพึ่งพาคณะกรรมการนโยบายและสํานักงานกองทุน เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งโดยนัยยะคือ “การวิจัยทางการศึกษาจะต้องเป็นอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการฯ”รวมทั้งงบประมาณด้วย
##๑.(ร่าง)พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.........
มาตรา ๔๐ ให้มีองค์กรของครู เรียกว่า “คุรุสภา” มีหน้าที่และอํานาจ ดังต่อไปนี้
(๑) ออกใบรับรองการประกอบวิชาชีพครูความเป็นครู
(๒) การพักใช้ และการเพิกถอนใบรับรองการประกอบวิชาชีพครูความเป็นครู
(๓) ดูแล ส่งเสริม ช่วยเหลือด้านสวัสดิการ และประโยชน์อื่นใด
(๔) รวมตลอดทั้ง การพัฒนาครูใหญ่หัวหน้าสถานศึกษา ผู้ช่วยครูใหญ่หัวหน้าสถานศึกษา และครู ให้สอดคล้องกับ มาตรา ๓๓ และมาตรา ๓๕ และ
(๕) หน้าที่อื่นที่จะยังประโยชน์ต่อครู

##๒.พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒”
มาตรา ๕๓ ให้มีองค์กรวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา
(๑) มีฐานะเป็นองค์กรอิสระภายใต้การบริหารของสภาวิชาชีพ ในกำกับของกระทรวง
(๒) มีอำนาจหน้าที่กำหนดมาตรฐานวิชาชีพ
(๓) ออกและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
(๔) กำกับดูแลการปฏิบัติตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ
(๕) รวมทั้งการพัฒนาวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา
(๖) ให้ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่นทั้งของรัฐและเอกชนต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามที่กฎหมายกำหนด
(๗) การจัดให้มีองค์กรวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่น
(๘) คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการในการออกและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
###สรุป .(ร่าง)พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.........ยึดอำนาจและหน้าที่ของคุรุสภาไปจากกฎหมายฉบับเดิม คือ “พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒” ดังต่อไปนี้
(๑) คุรุสภาไม่มีฐานะเป็นองค์กรอิสระอีกต่อไป
(๒) คุรุสภาไม่มีอำนาจและหน้าที่กำหนดมาตรฐานวิชาชีพ อีกต่อไป
(๓) คุรุสภาไม่มีอำนาจและหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ อีกต่อไป
(๔) คุรุสภาไม่มีอำนาจและหน้าที่ในการพัฒนาวิชาชีพ อีกต่อไป
(๕) คุรุสภาไม่มีอำนาจและหน้าที่ในการต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ อีกต่อไป และ
(๖) คุรุสภาไม่มีอำนาจและหน้าที่ในการออกและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่น อีกต่อไป
(๑) มาตรา ๓๗ วรรคสาม “ใบรับรองการประกอบวิชาชีพครู ความเป็นครูให้ใช้ได้ตลอดไป แต่ครูต้องเข้ารับการ พัฒนาตามระยะเวลาที่กําหนดในกฎหมายว่าด้วยการนั้น
สรุป ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูใช้ได้ตลอดชีพ ไม่มีความจำเป็นต้องกำหนดเงื่อนไขการต่ออายุใบอนุญาตอีกต่อไป
หมายเหตุ ประเด็นนี้ครูอาจจะชอบ
มาตรา ๓๘ วรรคสอง ครูใหญ่หัวหน้าสถานศึกษานอกจากต้องเคยทําหน้าที่ครูมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปีและ ผู้ช่วยครูใหญ่หัวหน้าสถานศึกษามาแล้ว ต้องมีความรู้ด้านการบริหารศึกษา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และ เงื่อนไขที่กำหนดในกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของครู “แต่จะกําหนดเงื่อนไขให้ต้องได้รับใบอนุญาตมิได้”
สรุป หัวหน้าสถานศึกษา(ผู้บริหารสถานศึกษา) ไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา รวมทั้งผู้บริหารการศึกษา(ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา)ก็ไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษาด้วย
หมายเหตุ ประเด็นนี้ผู้เกี่ยวข้องอาจจะชอบ
มาตรา ๖๘ วรรคห้า ศึกษานิเทศก์ต้องแต่งตั้งจากผู้ซึ่งเคยเป็นครูใหญ่หัวหน้าสถานศึกษา ผู้ช่วยครูใหญ่ หัวหน้าสถานศึกษา หรือครูมาแล้วตามระยะเวลา และตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลที่เกี่ยวข้อง แต่จะกำหนดเงื่อนไขให้ต้องได้รับใบอนุญาตมิได้
สรุป ศึกษานิเทศก์ก็ไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์ด้วย
หมายเหตุ ประเด็นนี้ศึกษานิเทศก์อาจจะชอบ
หมายเหตุ นอกจากยึดอำนาจจากคุรุสภาแล้ว(ร่าง) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ..........” ฉบับนี้ ยังมีเจตนายุบเลิกการมี”องค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู คือ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน ก.ค.ศ.)
โดยการไม่กำหนดให้มีหน่วยงานเช่นเดียวกับ “พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒”ที่กำหนดในมาตรา ๕๔ “ให้มีองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู โดยให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งของหน่วยงานทางการศึกษาในระดับสถานศึกษาของรัฐ และระดับเขตพื้นที่การศึกษาเป็นข้าราชการในสังกัดองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูโดยยึดหลักการกระจายอำนาจการบริหารงานบุคคลสู่เขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด”

สิ่งที่(ร่าง)พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.......ควรกำหนดคือการสร้างความเข้มแข็งโดยออกกฎหมายให้ คุรุสภา”เป็นสภาวิชาชีพครูโดยแท้จริง” มิใช่เป็น”เป็นสภาของผู้ประกอบวิชาชีพครู” และยกระดับให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน ก.ค.ศ.)เป็นหน่วยงานหลัก แยกออกมาจากสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
#####ถ้าลดบทบาททั้งสองหน่วยงานลง การเข้าไปกำกับแทรกแซงก็ทำได้ง่ายขึ้น ผลประโยชน์ในด้านอำนาจบารมีและผลประโยชน์อื่นก็จะมีมากขึ้นด้วย
โดยสรุป(ร่าง) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ..........ฉบับนี้ มีจุดเด่นสามประการ คือ
#หนึ่ง ลดความเข้มแข็งในการจัดการศึกษาของภาครัฐ
##สอง เอื้อประโยชน์ในการจัดการศึกษาของภาคเอกชน
###สาม สร้างเงื่อนไขในการบริหารจัดการการศึกษาของรัฐ โดยศูนย์อำนาจอยู่ที่ส่วนกลาง
###รออ่านการวิเคราะห์(ร่าง) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ......... มาตราอื่นๆครับ ถ้าสนใจ

รองศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ นพรัก
ประธานสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย
ประธานที่ประชุมคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย
คณบดีวิทยาลัยการศึกษา มหาวิทยาลัยพะเยา

รองศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ นพรัก
ประธานสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย
ประธานที่ประชุมคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย
คณบดีวิทยาลัยการศึกษา มหาวิทยาลัยพะเยา