02 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดนครศรีธรรมราช ปี 2569 02 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดนครราชสีมา ปี 2569 02 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดนครพนม ปี 2569 02 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดนครนายก ปี 2569 02 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดนครปฐม ปี 2569 02 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดตาก ปี 2569 02 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดตราด ปี 2569 02 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดตรัง ปี 2569 02 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดเชียงใหม่ ปี 2569 02 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดเชียงราย ปี 2569
ข่าวการศึกษา >
สตง.เผยผลสอบโครงการDLIT ของอปท. เสี่ยงใช้จ่ายงบแผ่นดินไม่คุ้มค่า

สตง. แจงผลการตรวจสอบเชิงป้องกันโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ DLIT ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 และ 2561 วงเงิน 232.71 ล้านบาท พบการใช้อุปกรณ์ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ มีความเสี่ยงต่อการบรรลุผลสัมฤทธิ์ของโครงการและการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินไม่คุ้มค่า ชี้เหตุเกิดจากขาดความพร้อมก่อนขอรับการจัดสรรงบประมาณ พร้อมเผยแผนการดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาระดับปฐมวัยด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ DLTV ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ถึง 2564 วงเงิน 1,136.25 ล้านบาท ซึ่งอาจจะมีปัญหาในลักษณะเดียวกันได้ จึงมีหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบพร้อมข้อเสนอแนะไปยังอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ล่าสุดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้มีหนังสือแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดให้ดำเนินการตามข้อเสนอแนะของ สตง. แล้ว
นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เปิดเผยว่า ตามที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ DLIT (Distance Learning Information Technology) ให้กับโรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 และ 2561 รวมจำนวน 1,996 แห่ง วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 232.71 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพและคุณภาพการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ นั้น จากการตรวจสอบเอกสาร สัมภาษณ์ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสุ่มสังเกตการณ์โรงเรียนสังกัด อปท. ที่ได้รับจัดสรรอุปกรณ์ ประกอบด้วย เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก โทรทัศน์ (LED TV) และชุดโปรแกรมระบบปฏิบัติการในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร พบว่าการใช้อุปกรณ์ดังกล่าวไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และมีความเสี่ยงต่อการบรรลุผลสัมฤทธิ์ของโครงการและการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินไม่คุ้มค่า
“โรงเรียนสังกัด อปท. ที่ได้รับการจัดสรรอุปกรณ์ดังกล่าวไม่สามารถใช้อุปกรณ์ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้แก่นักเรียนได้อย่างมีคุณภาพ โดยมีปัญหาสัญญาณจากระบบอินเทอร์เน็ตช้าและไม่เสถียร บุคลากรครูขาดความรู้ ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ DLIT ไม่มีการใช้ชุดอุปกรณ์เพื่อจัดการเรียนการสอนหลังจากได้รับชุดอุปกรณ์แล้วนานถึง 11 เดือน ในขณะที่โรงเรียนสังกัด อปท. ที่จัดการศึกษาปฐมวัย (ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและระดับชั้นอนุบาล) ไม่สามารถจัดการเรียนการสอนที่สมวัย เนื่องจากไม่มีหลักสูตรสำหรับเด็กปฐมวัยในคลังสื่อห้องเรียนแห่งคุณภาพ DLIT ซึ่งโรงเรียนต้องนำมาใช้เพื่อจัดการเรียน การสอน” ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าว
ผลการตรวจสอบของ สตง. ระบุว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าว เนื่องจากการขาดการเตรียมความพร้อมก่อนขอรับการจัดสรรงบประมาณและการติดตามประเมินผลหลังดำเนินโครงการ เช่น การจัดอบรมให้ผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษาล่าช้า การสำรวจข้อมูลการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (ระบบอินเทอร์เน็ต) ของโรงเรียนสังกัด อปท. และการติดตามผลการดำเนินงานขาดความต่อเนื่อง และจากการพิจารณาแผนการดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาระดับปฐมวัยด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ DLTV (Distance Learning TV) ในโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่จัดการศึกษาระดับปฐมวัยสังกัด อปท. ซึ่งกำหนดระยะเวลา 3 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562-2564) จำนวน 20,659 แห่ง วงเงินงบประมาณ 1,136.25 ล้านบาท โดยได้จัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2562 วงเงินงบประมาณ 378.78 ล้านบาท เพื่อจัดสรรเงินอุดหนุนเฉพาะกิจให้กับ อปท. ดำเนินการจัดการศึกษาระดับปฐมวัย ทั่วประเทศ สำหรับติดตั้งห้องเรียน DLTV ในโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัด อปท. จำนวน 6,887 แห่ง พบปัญหาการขาดการเตรียมความพร้อมให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ดำเนินการ และความพร้อมด้านบุคลากรครูหรือผู้ดูแลเด็กเล็กอย่างเพียงพอเช่นเดียวกัน
“จากข้อมูลจำนวนพนักงานครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ณ วันที่ 30 เมษายน 2561 มีอัตราส่วนเด็กปฐมวัยต่อครูผู้ดูแลเด็ก 20 ต่อ 1 ยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานศูนย์เด็กเล็กแห่งชาติ : คู่มือการดำเนินงานตามมาตรฐาน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่กำหนดอัตราส่วนเด็กปฐมวัยต่อครูผู้ดูแลเด็กไว้ 10 ต่อ 1 และหากมีเศษเด็กปฐมวัยตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปให้มีตำแหน่งครูผู้ดูแลเด็กเพิ่มได้อีก 1คน ซึ่งการใช้สื่อเทคโนโลยีทางการศึกษาในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปี) ที่มุ่งเน้นพัฒนาการด้านสติปัญญา และร่างกาย จำเป็นอย่างยิ่งที่บุคลากรครูหรือผู้ดูแลเด็กต้องมีความพร้อมทั้งด้านองค์ความรู้ ทักษะในการดูแลเด็กปฐมวัยอย่างถูกต้อง และสามารถจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อ DLTV หรือ DLIT ได้อย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานการพัฒนาสมวัย สามารถให้คำแนะนำ กำกับ ดูแลเด็กได้อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันปัญหาเกี่ยวกับพัฒนาการด้านสติปัญญาและร่างกาย รวมทั้งด้านสังคมและอารมณ์ร่วมอันเกิดจากการใช้สื่อ DLTV หรือ DLIT” ผลการตรวจสอบของ สตง. ระบุ
จากผลการตรวจสอบข้างต้น สตง. ได้มีข้อเสนอแนะให้อธิบดี สถ. พิจารณาดำเนินการเพื่อให้การดำเนินโครงการเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล เช่น สั่งการให้ อปท. ที่จัดการศึกษาระดับปฐมวัยสำรวจสภาพปัญหาด้านคุณภาพการศึกษา เช่น ปัญหาขาดแคลนครูหรือครูสอนไม่ตรงสาขาวิชา รวมถึงความพร้อมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของสถานศึกษา ประสานหน่วยงานที่มีความสามารถในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยีการศึกษาทางไกล อาทิ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อขอความร่วมมือในการ บูรณาการ นิเทศก์ ติดตาม ให้คำปรึกษา แนะนำ ช่วยเหลือสถานศึกษาในสังกัด อปท. ในการจัดการศึกษาด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงกำชับผู้รับผิดชอบให้มีการติดตามและประเมินผลการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องโดยเคร่งครัด เพื่อให้มีข้อมูลประกอบการวางแผนการดำเนินโครงการหรือจัดสรรงบประมาณให้แก่ อปท. อย่างมีประสิทธิภาพ โดยล่าสุด สถ. ได้มีหนังสือแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด เพื่อให้แจ้ง อปท. ที่จัดการศึกษาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามข้อเสนอแนะของ สตง. แล้วรายงานผลการดำเนินการให้ สถ. เพื่อรายงานให้ สตง. ทราบ และใช้เป็นข้อมูลในการบริหารและพัฒนาการศึกษาของ อปท. ให้เกิดประสิทธิภาพต่อไป
ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์สยามรัฐออนไลน์ วันที่ 13 มีนาคม 2562 เวลา 16:17 น.