02 พ.ค. 2569เงินเดือน 21,780 บาท! ว.การอาชีพพรหมคีรี เปิดรับสมัครครู 1 อัตรา (สมัคร 14-20 พ.ค. 69) 02 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดชลบุรี ปี 2569 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดฉะเชิงเทรา ปี 2569 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดจันทบุรี ปี 2569 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดขอนแก่น ปี 2569 01 พ.ค. 2569ด่วน! รร.เพชรพิทยาคม รับสมัครงาน 6 อัตรา (ICT, ธุรการ, ช่าง, ภารโรง, แม่บ้าน) สมัคร 5-9 พ.ค. 69 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดกำแพงเพชร ปี 2569 01 พ.ค. 2569ประกาศ สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ รับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ปี พ.ศ. 2569 จำนวน 223 อัตรา 01 พ.ค. 2569สพป.นครราชสีมา เขต 3 ประกาศเรียกบรรจุครูผู้ช่วย 14 อัตรา และเตรียมขอใช้บัญชีข้ามเขต 9 อัตรา 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดกาฬสินธุ์ ปี 2569
ข่าวการศึกษา >
คลัง-ก.พ.แจงยิบปม 'ระเบียบจ้างพนักงานลูกจ้าง' หวั่นบานปลาย

หวั่นม็อบแพทย์ชนบทนัดรวมพล 1 มิ.ย. หน้า ก.คลัง อธิบดีกรมบัญชีกลางขอแรงเลขาธิการ ก.พ. แจงยิบระเบียบคลังเรื่องจ้างพนักงาน-ลูกจ้าง ย้ำเรื่องเงินเดือนค่าจ้างขึ้นกับหน่วยงานต้นสังกัด ยืนยัน ก.สาธารณสุขมีระเบียบเฉพาะตามข้อตกลงแล้ว ฟาก ก.พ.ย้ำระเบียบใหม่ใช้สำหรับรวบรวมข้อมูล วางแผนบริหารจัดการกำลังพลภาครัฐ
น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยถึงกรณีชมรมแพทย์ชนบทนัดรวมตัวแต่งดำมาประท้วงที่กระทรวงการคลัง วันที่ 1 มิ.ย.นี้ ภายหลังกระทรวงการคลังออกระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ้างพนักงาน หรือ ลูกจ้างโดยใช้จ่ายจากเงินนอกงบประมาณ 2561 ว่า ระเบียบดังกล่าวไม่ได้ใช้กับกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากเดิมได้มีการทำข้อตกลงเรื่องการจ้างพนักงานหรือลูกจ้างโดยใช้เงินนอกงบประมาณกับกระทรวงการคลังแล้ว รวมถึงกระทรวงสาธารณสุขก็มีระเบียบเฉพาะของตัวเอง ซึ่งได้ให้ปฏิบัติตามระเบียบเฉพาะของหน่วยงานไป
สำหรับข้อกังวลเกี่ยวกับการแก้ไขระเบียบว่าด้วยเงินบำรุงของหน่วยบริการในสังกัดสาธารณสุข พ.ศ. 2561 ที่ระบุว่า การกำหนดกรอบอัตราและค่าจ้างของลูกจ้างชั่วคราวหรือพนักงานสาธารสุขจากเงินบำรุงต้องได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังก่อน ทำให้ยังเข้าข่ายระเบียบกระทรวงการคลังฉบับดังกล่าวอยู่ดีนั้น ถือเป็นเรื่องภายในของกระทรวงสาธารณสุขที่จะต้องไปคุยกันเอง เพราะการแก้ไขระเบียบดังกล่าวถือเป็นเรื่องภายใน ไม่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลังแต่อย่างใด
กรณีการปรับขึ้นเงินเดือนพนักงานหรือลูกจ้างนั้น ระเบียบใหม่ของกระทรวงการคลังให้หน่วยงานต้นสังกัด ต้องเสนอเรื่องมาให้พิจารณา ซึ่งหน่วยงานต้นสังกัดจะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสม หลักการและเหตุผลมาให้กรมบัญชีกลาง ซึ่งหากหน่วยงานต้นสังกัดเห็นสมควร กรมบัญชีกลางก็จะอนุมัติขึ้นเงินเดือนได้
ดังนั้น การตัดสินใจขึ้นหรือไม่ขึ้นเงินเดือน จึงไม่ใช่หน้าที่ของกรมบัญชีกลาง เพราะเป็นแค่หน่วยงานปลายทาง ในอนาคตหลังจากที่ลูกจ้างที่ใช้เงินนอกระบบ เข้ามาอยู่ในฐานข้อมูลหมดแล้ว อาจจะต้องมีการพิจารณาในการขึ้นเดือนที่ความเหมาะสมมากขึ้น
"กรณีนี้เกิดความไม่เข้าใจระเบียบใหม่ ไม่เข้าใจกระทรวงการคลัง กลัวว่าเมื่อมีการขอจ้างลูกจ้างนอกงบประมาณ และขอขึ้นเงินเดือนจะไม่ได้รับการอนุมัติ ซึ่งทุกอย่างคงเป็นไปตามระเบียบใหม่ ถ้ามีเหตุผลและความจำเป็นตามที่หน่วยงานต้นทางเสนอมา เราก็อนุมัติให้ได้อยู่แล้ว พร้อมทั้งยืนยันว่าระเบียบที่ออกมาในครั้งนี้เพื่อเป็นการรวบรวมข้อมูลอัตรากำลังพลที่ถูกจ้างโดยเงินนอกงบประมาณ และขณะนี้ยังไม่มีแนวคิดที่จะลดอัตราการจ้างลง เพราะยังไม่อยากให้มีผลกระทบอะไรเกิดขึ้น เมื่อหน่วยงานขออะไรมา เราก็พร้อมจะพิจารณาไปตามนั้น เพียงแต่ตอนนี้ต้องการเอาข้อมูลเข้ามาก่อน" น.ส.สุทธิรัตน์ กล่าว
อธิบดีกรมบัญชีกลางยืนยันว่าระเบียบที่ออกมาใหม่เป็นระเบียบที่ใช้โดยทั่วไปกับส่วนราชการเท่านั้น ซึ่งเป็นคำนิยามที่กำหนดไว้ตาม พ.ร.บ.การเงินการคลังของรัฐ ดังนั้นหน่วยงานใดที่ไม่ใช่ส่วนราชการจึงไม่เข้าข่ายตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ้างพนักงานหรือลูกจ้างโดยใช้จ่ายจากเงินนอกงบประมาณ พ.ศ. 2561 จึงไม่อยากให้ทุกฝ่ายต้องตกใจ โดยหน่วยงานใดที่เคยมีการจ้างแรงงานอย่างไร ก็ให้ทำเหมือนเดิมได้ ซึ่งหน่วยงานใดที่เคยทำข้อตกลงกับกระทรวงการคลังแล้วก็ดำเนินการตามเดิม
ส่วนหน่วยงานใดที่ยังไม่เคยทำข้อตกลง เมื่อครบรอบระยะเวลาการจ้างงาน ก็ให้ส่งเรื่องมาให้กระทรวงการคลังพิจารณาภายในเดือน ก.ค.ของทุกปี โดยให้ทำเรื่องมาก่อนหมดสัญญาเพื่อการดำเนินงานต่อเนื่อง เพราะหากรอหมดสัญญาเดิมและทำเรื่องจะพิจารณาไม่ทันจะทำให้การว่าจ้างมีปัญหาได้
ก.พ. ร่วมแจงระเบียบคลังทำเพื่อรวบรวมฐานข้อมูลกำลังพล
ด้านนางเมธินี เทพมณี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดเผยว่า ระเบียบกระทรวงการคลังที่ออกมานั้น เพื่อเป็นการรวบรวมฐานข้อมูลกำลังพลที่มีการจ้างงานโดยเงินนอกงบประมาณ สำหรับใช้ในการพิจารณาบริหารจัดการกำลังพลของภาครัฐในระยะต่อไปว่าเพียงพอและสอดรับกับภาระงานต่าง ๆ รวมถึงค่าตอบแทนอยู่ในระดับที่เหมาะสมหรือไม่ โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของวิธีการจ้างงานแบบใหม่ของรัฐบาล ที่จะเน้นการจ้างงานที่สั้นลง และให้เหมาะกับประเภทของงาน ตำแหน่ง และหน่วยงาน
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีกำลังพลภาครัฐทั้งสิ้น 3 ล้านกว่าคน ในส่วนนี้รวมถึงข้าราชการครู ข้าราชการท้องถิ่น และตำรวจ เป็นต้น ขณะที่มีข้าราชการพลเรือนประมาณ 4 แสนคน จึงจำเป็นที่จะต้องมีฐานข้อมูลเพื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับรายได้และการจัดเก็บภาษีของรัฐบาลที่มีจำกัด
นอกจากนี้ กรมบัญชีกลาง ได้เปิดเผยหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติในการจ้างลูกจ้างชั่วคราวเงินนอกงบประมาณ โดยระบุว่า 1) หลักเกณฑ์พิจารณา 1.1 พิจารณาตำแหน่ง หน้าที่ วุฒิการศึกษา อัตราค่าจ้าง เหตุผลความจำเป็น หากสอดคล้องเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ก็ต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่ ก.พ. กำหนดไว้ ซึ่งจะกำหนดเป็นรายตำแหน่ง 1.2 หากต้องการขอเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนด เช่น กรณีขอจ้างเกินระยะเวลาเกิน 1 ปี เช่น ต้องเป็นไปตามนโยบาย หรืองาน/โครงการ
ที่มีกำหนดระยะเวลาเกิน 1 ปี หรือกรณีการขอเกินกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ก็จะพิจารณาความรู้ความสามารถ ความเหมาะสม ประสบการณ์การทำงาน ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้ความสามารถเฉพาะด้าน
2) มีการกำหนดปฏิทินการดำเนินการ โดย 2.1 การกำหนดระยะเวลาการยื่นขอตกลง ภายในเดือนกรกฎาคม ก่อนสิ้นปีงบประมาณ 2.2 ระยะเวลาพิจารณา ภายใน 1 เดือน หลังจากได้รับหนังสือขอทำความตกลง 2.3 กำหนดแบบฟอร์มในการขอข้อมูลเพื่อประกอบพิจารณา
แรงต้านระเบียบใหม่ จุดพนักงาน -ลูกจ้างหน่วยงานรัฐ ก่อม็อบ
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในหน่วยงานราชการและหน่วยงานรัฐหลายแห่ง อาทิ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง 'ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ้างพนักงานหรือลูกจ้างโดยใช้จ่ายจากเงินนอกงบประมาณ พ.ศ.2561' ว่า ระเบียบดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการจ้างพนักงาน หรือลูกจ้างของสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นส่วนราชการ ทั้งที่เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ มหาวิทยาลัยราชภัฏ และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ที่จัดจ้างพนักงานหรือลูกจ้างจำนวนหนึ่ง จากเงินนอกงบประมาณ ในการช่วยปฏิบัติงานตามพันธกิจ และส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยที่ขาดความคล่องตัว และไม่เอื้อต่อการทำงานของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 ที่ต้องการให้มหาวิทยาลัยเป็นพลังขับเคลื่อนการผลิตกำลังคนที่ตอบสนองต่อความต้องการของสังคม และการผลิตผลงานวิจัยไปสู่นวัตกรรมได้ จึงขอให้กรมบัญชีกลางได้พิจารณาทบทวนการจ้างพนักงานและลูกจ้างจากเงินนอกงบประมาณ โดยในส่วนการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสภามหาวิทยาลัย
เช่นเดียวกับชมรมแพทย์ชนบทที่ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ระบุถึงกรณี ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ้างลูกจ้างเงินนอกงบประมาณ โดยได้มีการเรียกร้องต่อรัฐบาล 1) ขอให้ยกเลิกระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ้างลูกจ้างเงินนอกงบประมาณ 2) ขอให้ รมว.สธ.แก้ไขระเบียบเงินบำรุงปี 2561 และ 3) การออกระเบียบใหม่หรือแก้ไขระเบียบเดิมที่เกี่ยวข้องกับสถานบริการ ต้องมีผู้แทนของสถานบริการในพื้นที่ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งเข้าร่วมทุกครั้ง
พร้อมกับระบุว่า หากข้อเรียกร้องทั้ง 3 ประการไม่ได้รับการตอบสนองแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วจะรวมพลังของพี่น้องชาวสาธารณสุขทุกระดับ เพื่อแสดงออกหน้ากระทรวงการคลังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในวันที่ 1 มิ.ย.นี้
นอกจากนี้ ในเฟซบุ๊กของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา และรองประธานแพทย์ชนบทภาคใต้ เผยแพร่ภาพและมีข้อความระบุว่า ทหารมาเยี่ยมและบังคับให้ ผู้อำนวยการแพทย์หญิงแห่งโรงพยาบาลพญาเม็งราย ปลดป้ายแสดงจุดยืนไว้อาลัยกระทรวงการคลังลง และวิจารณ์การทำงานของ คสช. ในกรณีดังกล่าว
ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: VOICETV.CO.TH วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 เวลา 12:35 น.