01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดจันทบุรี ปี 2569 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดขอนแก่น ปี 2569 01 พ.ค. 2569ด่วน! รร.เพชรพิทยาคม รับสมัครงาน 6 อัตรา (ICT, ธุรการ, ช่าง, ภารโรง, แม่บ้าน) สมัคร 5-9 พ.ค. 69 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดกำแพงเพชร ปี 2569 01 พ.ค. 2569ประกาศ สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ รับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ปี พ.ศ. 2569 จำนวน 223 อัตรา 01 พ.ค. 2569สพป.นครราชสีมา เขต 3 ประกาศเรียกบรรจุครูผู้ช่วย 14 อัตรา และเตรียมขอใช้บัญชีข้ามเขต 9 อัตรา 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดกาฬสินธุ์ ปี 2569 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ สพป.กาญจนบุรี ปี 2569 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ กรุงเทพมหานคร ปี 2569 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ สพป.กระบี่ ปี 2569
ข่าวการศึกษา >
ผลประชุมองค์กรหลัก 1/2560

ผลประชุมองค์กรหลัก 1/2560
นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหารฝ่ายการเมือง ร่วมประชุมองค์กรหลัก ครั้งที่1/2560 เมื่อวันพุธที่ 4 มกราคม 2560 โดยมีประเด็นสำคัญโดยสรุปดังนี้

• เรื่องที่นายกรัฐมนตรีสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (4 มกราคม 2560)
- สถานการณ์อุทกภัยซึ่งเกิดขึ้นหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ นายกรัฐมนตรีได้ห่วงภาวะฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ จึงได้กำชับเรื่องนี้ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และในการ
ประชุมองค์กรหลักกระทรวงศึกษาธิการวันนี้ (4 มกราคม) ได้สั่งการให้ข้าราชการระดับสูงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ไปดูแลให้ความช่วยเหลือสถานศึกษาและประชาชนอย่างเร่งด่วน - การจัดการศึกษาแก่บุตรของชาวต่างชาติ
ซึ่งอพยพเข้ามาเมืองไทยด้วยสาเหตุต่าง ๆ - ร่างพระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. .... จากข้อมูลพบว่าประเทศไทยนำเข้ายาจากต่างประเทศถึงปีละ 4-5 หมื่นล้านบาท ในจำนวนนี้ข้าราชการใช้เพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลมากกว่าประชาชนทั่วไปถึง 10เท่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจึงได้นำเรื่องนี้มาหารือถึงความต้องการใช้สมุนไพรในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอุตสาหกรรมสมุนไพรได้รับการคาดการณ์ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต และทุกประเทศต่างตระหนักถึงความสำคัญของสมุนไพรและยาแผนโบราณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระบบบริการทางการแพทย์และการสาธารณสุข เช่น ฟ้าทะลายโจร ซึ่งได้รับการยอมรับว่ามีสรรพคุณดีเยี่ยมในการป้องกันรักษาไข้หวัดใหญ่และอื่นๆ อีกมากมาย นายกรัฐมนตรีจึงฝากให้ทุกกระทรวงพิจารณาการนำผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ใช้เพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งจะมีส่วนต่อการส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร และเพื่อทดแทนการนำเข้ายาแผนปัจจุบันและอาหารเสริมจากต่างประเทศ โดยหน่วยงานต่าง ๆ อาจจัดให้มีตู้ยาสมุนไพร ซึ่งนอกจากจะเป็นสวัสดิการแก่ข้าราชการแล้ว ยังช่วย
ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาสมุนไพรไทยด้วย - การปลูกจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีสถิติการเกิดอุบัติเหตุสูงมาก จึงต้องการให้กระทรวงศึกษาธิการจัดกิจกรรมรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้เด็กนักเรียน รวมทั้งสามารถไปบอกพ่อแม่ผู้ปกครองให้ปฏิบัติตามกฎจราจรด้วย โดยขอให้สร้างกระแสในเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นโดยเร็วและต่อเนื่อง และรัฐบาลจะมีมาตรการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการป้องกันอุบัติเหตุต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องเช่นกันด้วย
- ขอให้ทุกกระทรวงดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ซึ่งในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดไว้แล้วตามยุทธศาสตร์ด้านการศึกษาที่จะดำเนินการ 6 ด้าน คือ 1) ความมั่นคง 2) การสร้างความสามารถในการแข่งขัน 3) การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ 4) การสร้างโอกาสความเสมอภาคและการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม 5) การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 6) การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ โดยกระทรวงศึกษาธิการจะมีแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นรูปธรรม ในเวลาที่เหลือตาม Roadmap ของรัฐบาลด้วย

• แผนงาน/โครงการของกระทรวงศึกษาธิการที่จะดำเนินการในปีนี้
- การพัฒนาโรงเรียน ICU หรือเป็นโรงเรียนที่อยู่ในสภาพที่แย่ เช่น ครูไม่พอ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ เด็กออกกลางคันจำนวนมาก มีปัญหาด้าน IT เป็นต้น หากไม่ดูแลโรงเรียน ICU เหล่านี้ การศึกษาชาติจะตกต่ำลงไปเรื่อย ๆ
- โดยในเบื้องต้นได้ทำการคัดเลือกโรงเรียน ICU สังกัด สพฐ. จำนวน 3,000 แห่งจากจำนวนทั้งสิ้น 10,000 แห่งด้วยความสมัครใจก่อน และ สพฐ. จะพิจารณาคัดเลือกโรงเรียน ICU ในกรณีที่โรงเรียนนั้นมีสภาพที่เข้าข่ายโรงเรียน ICU แต่ไม่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ หรือกรณีที่ไม่อยู่ในข่าย ICU แต่อยากจะเข้าร่วมโครงการ ก็คงมีเตียงที่จะรักษาไม่พอ
- การดำเนินการเช่นนี้จะเปรียบเสมือนกับการมีโรงพยาบาลที่มีเตียง ICU จำนวน 3,000 เตียง โดย สพฐ. จะทำหน้าที่เสมือนเจ้าของโรงพยาบาล และเมื่อได้โรงเรียน ICU แล้ว ผู้อำนวยการสถานศึกษาและครูในโรงเรียนต้องร่วมกันวินิจฉัยปัญหาของโรงเรียน จากนั้นจัดทำแผนการรักษาจากทุกภาคส่วน ซึ่งผู้บริหาร สพฐ. ต้องร่วมกันพิจารณาแนวทางการแก้ปัญหาโรงเรียน ICU ด้วย เมื่อมีแผนแล้วจะระดมแก้ปัญหาภายใน 1 ภาคเรียน หากโรงเรียนใดได้รับการพัฒนาจนพ้นจากโรงเรียน ICU แล้วก็สามารถออกจากเตียง ICU ได้ โดยผู้อำนวยการสถานศึกษาที่สามารถนำโรงเรียนออกจากเตียง ICU ได้ จะได้รับการเลื่อนขั้นตามความดีความชอบอย่างเหมาะสม และถือเป็นเกณฑ์ใหม่ในการพิจารณาความก้าวหน้าในสายงานอีกอันหนึ่งด้วย
- เมื่อเร็ว ๆ นี้ รัฐมนตรีได้มีการประชุมทางไกลกับผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่ทางการศึกษาทั่วประเทศแล้ว โดยขอให้เขตพื้นที่การศึกษารับฟังเสียงสะท้อนจากชุมชนด้วย
- แนวทางการพัฒนาโรงเรียน ICU นอกจากจะพัฒนาในโรงเรียน สพฐ. ที่มีจำนวน 3,000 แห่ง จะพัฒนาสถานศึกษา ICU สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และโรงเรียนเอกชน ในรูปแบบเดียวกันด้วย - การปฏิรูปครู จะสืบสานพระราชปณิธานด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในเรื่องที่เกี่ยวกับครู เช่น
- “ปัญหาปัจจุบันคือ ครูมุ่งเขียนงานวิทยานิพนธ์ เขียนตำราส่งผู้บริหารเพื่อให้ได้ตำแหน่งและเงินเดือนสูงขึ้น แล้วบางทีก็ย้ายไปที่ใหม่ ส่วนครูที่มุ่งการสอนหนังสือกลับไม่ได้อะไรตอบแทน ระบบไม่ยุติธรรม เราต้องเปลี่ยนระเบียบตรงจุดนี้ การสอนหนังสือต้องถือว่าเป็นความดีความชอบ หากคนใดสอนดี ซึ่งส่วนมากคือมีคุณภาพและปริมาณ ต้องมี reward” (5 ก.ค.2555) หรือ
- “ครูบางส่วนเวลาสอนนักเรียนจะสอนไม่หมดแต่เก็บไว้บางส่วน หากนักเรียนต้องการรู้ทั้งหมดวิชา ก็ต้องเสียเงินไปสมัครเรียนพิเศษกับครูท่านนั้น จะเป็นการสอนในโรงเรียนหรือส่วนตัวก็ตาม” (5 ก.ค.2555) เป็นต้น
- โดยกระทรวงศึกษาธิการจะเร่งดำเนินการในเรื่องการปรับปรุงหลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะของครู แนวทางการอบรมครู รวมทั้งโครงการ "ครูคืนถิ่น" ซึ่งเป็นแผนระยะ 10 ปีที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ. เป็นเจ้าภาพหลัก แต่เมื่อทุกภาคส่วนเห็นว่าจะมีการแยก สกอ. เป็นกระทรวงอุดมศึกษา (หรืออาจจะใช้ชื่ออื่น) จึงต้องเปลี่ยนหน่วยงานที่รับผิดชอบหลักตามโครงการครูคืนถิ่น โดยให้สพฐ. และ สอศ. ดูแลรับผิดชอบ - ยุทธศาสตร์การแข่งขันของประเทศด้านการส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ฯลฯ โดยขณะนี้กำลังดำเนินการจัดทำแอพพลิเคชั่น Echo V หรือ Echo English Vocational สำหรับให้ผู้เรียนอาชีวศึกษาที่จะจบในปีนี้ได้มีโอกาสใช้แอพพลิเคชั่นเพื่อการส่งเสริมทักษะภาษาอังกฤษตามหลักสูตรและสาขานั้น ๆ เช่น Hospitality ก็จะบรรจุคำศัพท์และการเรียนรู้ในด้านนี้ อันจะช่วยเตรียมความพร้อมด้านภาษาต่างประเทศให้ผู้เรียนก่อนจบออกไปทำงานจริง
- การส่งเสริมคุณธรรม เพื่อต้องการสร้างเด็กให้โตขึ้นมา เกลียดความไม่ซื่อสัตย์ เกลียดการโกง หรือเติบโตขึ้นมากับความไม่โกง โดยให้ยึดหลัก “โตให้กลัว เล็กให้เกลียด” กล่าวคือ ปลูกฝังให้ผู้ใหญ่กลัวความผิดจากการโกง และให้เด็กเกลียดการโกงตั้งแต่เล็ก ๆ เพื่อจะได้ไม่กระทำการสิ่งใดที่เป็นการทุจริต
- การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษา ซึ่งจะมีการหารือรายละเอียดร่วมกับหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องในแต่ละเรื่องต่อไป
- การปรับปรุงหลักสูตร ยืนยันว่าหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานจะอยู่ในกรอบเดิม เพียงแต่จะปรับปรุงหลักสูตรให้เหมาะสมและยืดหยุ่นมากขึ้น โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการกำหนดหลักสูตรเองได้ ซึ่งกรอบหลักของหลักสูตรจะเน้นไปที่ Active Learning (
การเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ หรือกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้ลงมือกระทำและได้ใช้กระบวนการคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เขาได้กระทำลงไป) ให้มากขึ้น ส่วนรายวิชาที่จะเพิ่มเติมในหลักสูตรฉบับปรับปรุงจะมี 3 วิชา คือ ภูมิศาสตร์, Design Technology และเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่อสาร (ICT) พร้อมทั้งเน้นการส่งเสริมการอ่านของผู้เรียนให้มากขึ้นด้วย - ผลการทดสอบ PISA ซึ่งอันดับของประเทศยังไม่เป็นที่น่าพอใจ จึงจะมีการวางแผนงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อยกระดับผลการทดสอบ PISA ให้มีอันดับที่สูงขึ้นในระยะยาว
- นโยบายการอุดมศึกษา ยังคงเน้นการแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นของสภามหาวิทยาลัย และนโยบายการจัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษา (หรืออาจใช้ชื่ออื่น) ซึ่งยืนยันว่าจะเกิดได้ทันภายใน Roadmap ของรัฐบาลนี้
- ยุทธศาสตร์ความมั่นคง เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เช่น โรงเรียนในเขตพื้นที่สูงจังหวัดชายแดนภาคเหนือ (โรงเรียนชายขอบ) หรือการจัดการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่ง พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ จะลงไปช่วยกำกับติดตามในโรงเรียนเหล่านี้เพื่อยกระดับการศึกษาและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
- การจัดการศึกษาแก่เด็กก่อนวัยเรียน ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่จะประกาศใช้ ได้ระบุตามมาตรา 54 ว่า รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียน จนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย รัฐต้องดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาตามวรรคหนึ่ง เพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย โดยส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนเข้ามีส่วนร่วมในการดำเนินการด้วย" ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการต้องเตรียมความพร้อมดำเนินการจัดการศึกษาระดับปฐมวัย เช่น การหารือร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชน การสำรวจจำนวนและความพร้อมของโรงเรียน สพฐ. หรือหลักเกณฑ์การอนุญาตการออกใบประกอบวิชาชีพสำหรับครูปฐมวัย เป็นต้น


ขอบคุณเนื้อหาและที่มาของข่าวจาก :: กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 4 มกราคม 2560