01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดจันทบุรี ปี 2569 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดขอนแก่น ปี 2569 01 พ.ค. 2569ด่วน! รร.เพชรพิทยาคม รับสมัครงาน 6 อัตรา (ICT, ธุรการ, ช่าง, ภารโรง, แม่บ้าน) สมัคร 5-9 พ.ค. 69 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดกำแพงเพชร ปี 2569 01 พ.ค. 2569ประกาศ สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ รับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ปี พ.ศ. 2569 จำนวน 223 อัตรา 01 พ.ค. 2569สพป.นครราชสีมา เขต 3 ประกาศเรียกบรรจุครูผู้ช่วย 14 อัตรา และเตรียมขอใช้บัญชีข้ามเขต 9 อัตรา 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จังหวัดกาฬสินธุ์ ปี 2569 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ สพป.กาญจนบุรี ปี 2569 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ กรุงเทพมหานคร ปี 2569 01 พ.ค. 2569เกาะติด! ลิงก์ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ สพป.กระบี่ ปี 2569
ข่าวการศึกษา >
รร.แม่เหล็ก แก้ครูไม่ครบชั้น-ลดเหลื่อมล้ำ

รวมรร.ขนาดเล็กเป็นรร.แม่เหล็ก แก้ครูไม่ครบชั้น-ลดเหลื่อมล้ำ!?
ควบรวม“โรงเรียนขนาดเล็ก” เข้ากับ“โรงเรียนดีใกล้บ้าน หรือ โรงเรียนแม่เหล็ก” หนึ่งในนโยบายปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในยุครัฐบาลทหาร เพื่อแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการทรัพยากรและบุคลากร ครูไม่ครบชั้นเรียน ตลอดจนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเด็ก ไม่ใช่นโยบายใหม่ รัฐบาลแทบทุกยุคที่ผ่านมาต่างรู้ดีว่าโรงเรียนขนาดเล็กที่มีเด็กนักเรียนน้อย จะมีปัญหาขาดแคลนในเรื่องของครูผู้สอนไม่ครบชั้นเรียน งบประมาณในการจัดการศึกษา และเด็กๆก็จะขาดทักษะการใช้ชีวิตในสังคม เพราะมีเพื่อนอยู่ร่วมเรียนจำนวนน้อย แต่ที่ผ่านมาก็ไม่สามารถควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กได้สำเร็จ เนื่องจากนักการเมืองท้องถิ่น และคนในชุมชนต่างก็ไม่ยินยอมให้ยุบโรงเรียนของชุมชน
ข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ.พบว่า โรงเรียนในสังกัด สพฐ.ทั้งหมด30,525โรง เป็นโรงเรียนที่มีนักเรียน0-20คน จำนวน1,106โรง มีครู1คน นักเรียน21-40คน จำนวน2,516คน มีครู2คน นักเรียน41-60คน จำนวน3,519โรง มี ครู3คน และนักเรียน61-120คน จำนวน8,562โรง มีครู 17 คน ส่วนที่เหลือจะมีนักเรียนมากกว่า120คนขึ้นไปโดยโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนต่ำกว่า120คนมีผู้บริหารได้1คน
กระทรวงศึกษาธิการ ยุคพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี อดีตรมว.ศึกษาธิการ ได้ให้ สพฐ.ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจกับผู้ปกครองและชุมชน แถม ยังพาผู้บริหาร5องค์กรหลัก ศธ.ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของโรงเรียนแม่เหล็กด้วยตนเอง ซึ่ง ศธ. มีเป้าหมายจะควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กให้ได้ประมาณ10,000 โรงภายใน5ปี (ปี2559-2564)แถมมีมาตรการเสริมจากคณะกรรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค (คปภ.) ที่อนุมัติให้ไม่ต้องบรรจุและแต่งตั้งผู้อำนวยการสถานศึกษาในโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า40คน เชื่อว่าจะทำให้การควบรวมง่ายขึ้นกว่าในอดีต..
นับตั้งแต่ภาคเรียนที่2ปีการศึกษา2559สพฐ.ได้ดำเนินการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กที่มีเด็กต่ำกว่า20และ40คนเข้ากับโรงเรียนแม่เหล็กเรียบร้อยแล้ว491โรง และอยู่ระหว่างดำเนินการควบรวมโดยจะย้ายเด็กเข้าไปเรียนในโรงเรียนแม่เหล็ก ในภาคเรียนที่1ปีการศึกษา2560อีก211โรง และควบรวมในภาคเรียนที่2ปีการศึกษา2560อีก314โรง และควบรวมไปเรื่อยๆให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ สพฐ. ได้อัดฉีดเงินกว่า3,800ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี2559ให้นำไปปรับปรุงและพัฒนาทั้งด้านกายภาพและอุปกรณ์การเรียนการสอน อาทิ สนามกีฬา ห้องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้โรงเรียนสมบูรณ์ พร้อมต่อการจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ ยกเว้นพื้นที่ที่มีความจำเป็น เช่น อยู่บนเกาะ ภูเขา เดินทางยากลำบากห่างไกล ซึ่งมีประมาณ90โรงจะไม่ต้องยุบเลิก ขณะที่สถานที่ของโรงเรียนขนาดเล็กที่มีการย้ายเด็กไปเรียนที่อื่นแล้วนั้น จะถูกนำไปใช้ประโยชน์ให้แก่คนในชุมชน เช่น เป็นศูนย์การเรียนรู้ชุมชน
โรงเรียนวัดประตูใหญ่ ตำบลเสวียด อำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี หนึ่งในโรงเรียนแม่เหล็กที่สพฐ.อนุมัติให้ควบรวมกับโรงเรียนวัดท่า โดย นางพิมลรัตน์ อิ่มแสวง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดประตูใหญ่เล่าว่า โรงเรียนวัดประตูใหญ่ สอนตั้งแต่ป.1-6มีนักเรียน254คน ครูและบุคลากรทางการศึกษา17คน ครบทุกกลุ่มสาระวิชา คุณภาพการศึกษาผ่านการรับรองคุณภาพภายนอกจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือ สมศ. เป็นโรงเรียนของรัฐในพื้นที่เพียงแห่งเดียวที่มีสระว่ายน้ำ ยังมีสนามกีฬา ห้องเรียนภาษาอังกฤษ ห่างจากโรงเรียนวัดท่า ตามระยะทางที่สพฐ.กำหนดคือไม่เกิน6กิโลเมตร รองรับนักเรียนของโรงเรียนวัดท่าทั้ง18คนและครูอัตราจ้าง1คน มาเรียนรวมตั้งแต่ภาคเรียนที่2/2559
การจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนแห่งนี้จะเน้นให้เด็กมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ทั้งการคิดและการลงมือปฏิบัติ เมื่อพ่อแม่เข้าใจก็เต็มใจให้ลูกมาเรียน ผู้ปกครองในพื้นที่ต.เสวียดสนใจนำบุตรหลานมาสมัครเรียนที่นี่เพิ่มมากขึ้นจากที่ก่อนหน้านี้จะพาไปเรียนในเมือง
ฟากนักวิชาการ ศ.ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ์ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ให้ความเห็นว่า หลายปีมานี้มีข้อมูลและงานวิจัยจากหลายหน่วยงาน ชี้ชัดว่าโรงเรียนระดับการศึกษาพื้นฐานทั่วประเทศกว่าครึ่งหรือ15,000โรงเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก โดย99%เป็นโรงเรียนระดับประถม มีปัญหาเรื่องคุณภาพการศึกษา งบประมาณรายหัวที่ได้รับจัดสรรไม่เพียงพอจะนำไปพัฒนา ซึ่งก็มีข้อเสนอให้มีการบริหารจัดการโรงเรียนกลุ่มนี้ทั้งการ ยุบ หรือ ควบรวม แต่ที่ผ่านมาก็มีอุปสรรคในการดำเนินการเนื่องจากในท้องถิ่นไม่ยินยอม
อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเห็นด้วยกับแนวทางของศธ.ที่ควบรวมเข้ากับโรงเรียนแม่เหล็ก ตลอดจนการกำหนดเป้าหมายว่าภายใน5ปีจะควบรวมให้ได้10,000โรงนั้น เป็นการวางแผนและเห็นเป้าหมายที่ชัดเจน
ศ.ดร.อมรวิชช์ เสนอแนะว่าอนาคตหากการควบรวมโรงเรียนเป็นไปตามเป้า จะเหลือโรงเรียนทั่วประเทศราว20,000โรง ในจำนวนนี้ 3,000โรงจะอยู่พื้นที่ในเมือง แต่ที่เหลืออีก17,000โรงในกว่า7,000ตำบล จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ ศธ.ต้องพัฒนาให้ในทุกตำบลมีโรงเรียนประถมและมัธยมที่มีคุณภาพ มาตรฐานใกล้เคียงกัน ตรงนี้จะคล้ายกับประเทศฟินแลนด์ ที่สามารถการันตีคุณภาพโรงเรียนได้ เช่นนี้หากมีการรทดสอบความรู้ หรือ สุ่มทดสอบในการประเมินระดับนานาชาติก็ไม่ต้องกังวลกับผลคะแนนจะออกมา
นอกจากนี้ โรงเรียนขนาดเล็กที่ไม่สามารถยุบ หรือ ควบรวมได้ ต้องพัฒนาให้เป็นโรงเรียนจิ๋วแต่แจ๋ว โดยรัฐต้องสนับสนุนงบประมาณพิเศษเพิ่มจากเงินรายหัว เพื่อให้โรงเรียนมีงบประมาณเพียงพอเพื่อพัฒนาตนเองให้เข้มแข็งได้
“ในระยะ5ปีนั้น ศธ.ต้องวางแผนขับเคลื่อนให้ชัดเจน ทำให้ไว และต่อเนื่อง สำคัญคือต้องทำเรื่องนี้ให้เป็นกระแส ทำให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ชุมชนเห็นตัวอย่างที่ดี เข้าใจและยอมรับว่าถ้ามาเรียนในโรงเรียนแม่เหล็ก เด็กจะได้รับสิ่งที่ดีกว่าอะไรบ้าง เช่น ครูสอนครบชั้น มีครูจิตวิทยา โดยเฉพาะการเดินทางมาเรียนที่ต้องปลอดภัย มีสภาพแวดล้อมที่ดี และอาจจะต้องใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในกำกับให้เดินหน้าต่อได้ หากทำเรื่องนี้ได้สำเร็จก็จะช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ของเด็กที่เรียนโรงเรียนในเมืองและโรงเรียนในชนบท เป็นการแก้ไขปัญหาการคุณภาพศึกษาไปควบคู่กัน และอีกประเด็นที่ต้องไม่ลืมก็คือ ศธ.จะต้องปรับระบบการผลิตและพัฒนาครูอย่างจริง ให้การส่งเสริมครูที่มีผลงาน จัดการการเรียนการสอนที่เห็นผลเป็นที่ประจักษ์ไม่ใช่แค่ผลงานวิชาการ”ศ.ดร.อมรวิชช์ กล่าว
มิใช่แค่..ปัญหาคุณภาพการศึกษา ครูไม่ครบชั้น ขาดสื่อและอุปกรณ์ที่สร้างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้กับเด็กในพื้นที่ห่างไกล ปัจจัยการเกิดของประชากรที่ลดลงก็มีผลทำให้โรงเรียนหลายแห่งอาจจะต้องปิดตัวไปตามธรรมชาติ จากนี้โจทย์สำคัญของ ศธ.ไม่ใช่แค่ควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กไปโรงเรียนแม่เหล็ก เท่านั้น แต่ต้องเร่งพัฒนาและยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนให้มีมาตรฐานใกล้เคียงกัน.
ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก วันที่ 3 มกราคม 2560