22 มิ.ย. 2569สัญญาณเตือนข้าราชการ! งบบุคลากรพุ่งเฉียดล้านล้าน อาจนำสู่มาตรการลดสวัสดิการ-Early Retire 21 มิ.ย. 2569แจกฟรี! ไฟล์เอกสารอบรม เขียนแผนฯ วPA แบบติดสปีด ด้วย AI โดย ครูเจ โหลดเลย! 21 มิ.ย. 2569เกิดอะไรขึ้น? งบการศึกษาแสนล้าน แต่ครูไทยแห่ลาออก ทนพิษงานเอกสารไม่ไหว! 21 มิ.ย. 2569ครูประเมินวิทยฐานะเตรียมตัว! อบรมใช้ AI ทำเอกสาร วPA รับเกียรติบัตร จากระทรวงศึกษาธิการ (21 มิ.ย. 69) 20 มิ.ย. 2569อบรมฟรีมีเกียรติบัตร! หลักสูตรวิจัยในชั้นเรียนเรื่องกล้วยๆ ด้วย AI (20 มิ.ย. 69) 19 มิ.ย. 2569วุฒิ ป.ตรี ทุกตำแหน่ง! จังหวัดนครปฐม รับพนักงานราชการ 3 อัตรา (สมัคร 23-30 มิ.ย. 69) 19 มิ.ย. 2569วก.พุทธมณฑล รับสมัครพนักงานราชการ ตำแหน่งครู สาขาช่างกลโรงงาน (17-23 มิ.ย. 69) 19 มิ.ย. 2569เทศบาลเมืองลพบุรี เปิดสอบผู้ช่วยครู-บุคลากรฯ 3 อัตรา (ตั้งแต่บัดนี้ -26 มิ.ย. 69) 19 มิ.ย. 2569เงินเดือน 21,780.-! รร.สาธิตฯ ม.ราชภัฏยะลา เปิดสอบครูผู้ช่วย 3 อัตรา (สมัครบัดนี้-26 มิ.ย. 69 18 มิ.ย. 2569สพป.น่าน เขต 1 รับสมัครพนักงานราชการ วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา เงินเดือน 21,780 บาท (รับสมัคร 22-26 มิ.ย. 69)
ข่าวการศึกษา >
มติ ครม.ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ

ครม.อนุมัติแต่งตั้งรองเลขาธิการ กกอ.
ศึกษาธิการ - ผลการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 12 กรกฎาคม 2559 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ คือ อนุมัติแต่งตั้งรองศาสตราจารย์บัณฑิต ทิพากร ให้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา และแนวทางดำเนินการเพื่อขจัดความรุนแรงต่อเด็กอย่างเหมาะสม
แต่งตั้งรองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอบรรจุกลับ รองศาสตราจารย์บัณฑิต ทิพากร พนักงานมหาวิทยาลัย ตำแหน่งรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (เดิมเป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา และได้ลาออกจากราชการด้วยเหตุทดแทนเพื่อเป็นพนักงานราชการตามกฎหมาย) มาเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ
และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (รองเลขาธิการ กกอ.) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง

แนวทางดำเนินการเพื่อขจัดความรุนแรงต่อเด็กอย่างเหมาะสม
คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบแนวแนะการเลี้ยงดู ดูแล และพัฒนาเด็กโดยไม่ใช้ความรุนแรงในทุกสภาพแวดล้อม ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เสนอ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ดำเนินการเพื่อขจัดความรุนแรงต่อเด็กอย่างเหมาะสม โดยมีสาระสำคัญดังนี้
จากการที่ประเทศไทยได้รับมอบหมายให้เป็นประเทศผู้ประสานงานหลักในการจัดทำแนวแนะฯ คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี (พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย) เป็นประธาน ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจประสานงานและจัดทำร่างนโยบายและแผนงานด้านการขจัดความรุนแรงต่อเด็กของอาเซียน เพื่อดำเนินการจัดทำแนวแนะฯ ในบริบทของประเทศไทยในระยะ 6 ปี (พ.ศ. 2559-2564) โดยมีรายละเอียดสรุปได้ ดังนี้
ส่วนที่ 1 บทนำ ประกอบด้วยความเป็นมา นิยาม ความหมาย “ความรุนแรง” วัตถุประสงค์ กรอบระยะเวลาการใช้แนวแนะฯ ระหว่างปี พ.ศ. 2559 – 2564
ส่วนที่ 2 องค์ความรู้ที่เป็นหลักพื้นฐานร่วมกันในทุกสภาพแวดล้อมสำหรับการเลี้ยงดู ดูแล และพัฒนาเด็กโดยไม่ใช้ความรุนแรง อาทิ สิทธิเด็ก พัฒนาการเด็ก การสื่อสารและการสร้างวินัยเชิงบวก การรู้จักตนเองในฐานะพ่อแม่ ผู้ปกครองหรือผู้ที่ทำงานกับเด็กหรือเพื่อเด็ก เป็นต้น
ส่วนที่ 3 สภาพแวดล้อมที่มีความรุนแรงต่อเด็ก 7 ประเภท ได้แก่ บ้าน โรงเรียน สถานที่ทำงาน ชุมชน สถานสงเคราะห์ สถานดูแลและพัฒนาเด็กปฐมวัย สถานที่ดูแลเด็กในกระบวนการยุติธรรม
ส่วนที่ 4 สรุปแนวแนะฯ โดยนำเสนอการดำเนินงาน แบ่งออกเป็น 4 ด้าน (การป้องกัน การคุ้มครอง การดำเนินการทางด้านกฎหมาย และการเก็บข้อมูล/การวิจัย) 132 มาตรการ
ส่วนที่ 5 สาระเพิ่มเติมประกอบองค์ความรู้ เช่น วิธีการพูดคุยกับเด็กในสถานการณ์ต่าง ๆ
ส่วนที่ 6 ภาคผนวก (ส่วนของการปฏิบัติการ) เป็นตัวอย่างโครงการ/กิจกรรมจากการนำแนวแนะฯ ไปปฏิบัติ ซึ่งมีความครอบคลุมทุกมิติของการดูแลเด็กโดยไม่ใช้ความรุนแรง ได้แก่ การป้องกัน การคุ้มครอง กรอบกฎหมาย/กฎ/ระเบียบ และการเก็บข้อมูล/งานวิจัย
ทั้งนี้ แนวแนะฯ มีความเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วนซึ่งมีภารกิจและหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการดูแลและพัฒนาเด็กให้เจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพโดยปราศจากความรุนแรง โดยได้นำเสนอหลักการ แนวคิด และทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการไม่ใช้ความรุนแรงกับเด็ก ตลอดจนวิธีการสำหรับผู้ที่ทำงานกับเด็กและเพื่อเด็กในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ เช่น บ้าน โรงเรียน สถานที่ทำงาน ชุมชน สถานสงเคราะห์ สถานดูแลและพัฒนาเด็กปฐมวัย สถานที่ดูแลเด็กในกระบวนการยุติธรรม ให้มีความเข้าใจและสามารถนำแนวแนะฯ ดังกล่าวไปใช้อย่างเหมาะสม
จึงเห็นควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาค่าใช้จ่ายและแหล่งที่มาตามอำนาจหน้าที่และกรอบภารกิจของหน่วยงาน ๆ นั้น
ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 12 กรกฎาคม 2559