LASTEST NEWS

08 ก.พ. 2566สอศ. จัดตั้งสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัด 77 จังหวัด ขับเคลื่อนนโยบายการอาชีวศึกษาสู่ภูมิภาค 08 ก.พ. 2566โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เปิดสอบบรรจุครูผู้ช่วย 17 อัตรา วุฒิปริญญาตรี เงินเดือน 22,500 บาท 07 ก.พ. 2566คุรุสภาลุยสร้างมาตรฐานจรรยาบรรณครู 07 ก.พ. 2566ที่ ศธ 04009/ว 672 การคัดเลือกนักศึกษาทุนโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ปี พ.ศ.2565 รอบที่ 2 07 ก.พ. 2566“ตรีนุช” จี้ รร.ตรวจเข้มปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา 07 ก.พ. 2566ศธ.เลิก "บอนไซต์" โรงเรียน สพฐ.ขนาดเล็ก ชง "กพร." ขอเพิ่ม"ครู-ผอ." 06 ก.พ. 2566สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน รับสมัครพนักงานราชการ วุฒิปวส.ขึ้นไปทุกสาขา เงินเดือน 15,000.-บาท 06 ก.พ. 2566สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 รับสมัครพนักงานราชการ 2 อัตรา เงินเดือน 18,000.- บาท 06 ก.พ. 2566กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รับสมัครพนักงานราชการ วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา เงินเดือน 37,680.- บาท 06 ก.พ. 2566“ตรีนุช” เตือนโรงเรียนดัง “รับนักเรียน” ปี 2566 ห้ามมี “แป๊ะเจี๊ยะ”

การวิจัยเชิงปฏิบัติการในการบริหารเสริมสร้างนวัตกรรมการจัดการเรีย

usericon

ผู้ศึกษาค้นคว้า นางปุณยวีร์ จิตศรัทธา
ตำแหน่ง ผู้บริหารสถานศึกษา
โรงเรียน บ้านอาจสามารถ
ปีการศึกษา 2564
บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการในการบริหารเสริมสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ของครู เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านอาจสามารถ ในครั้งนี้ได้ผสมผสานกับเทคนิคการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ PAOR แบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research Methodology) เป็นลักษณะการวิจัยเชิงผสมผสานการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นในการบริหารเสริมสร้างนวัตกรรม เพื่อให้ครูคิดสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ ยกระดับผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนโรงเรียนบ้านอาจสามารถ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5 และการนำเสนอรายงานการวิจัยเชิงปฏิบัติการ PAOR อิงแนวคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Approach) ประชากรกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 96 คน มาจาก 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มผู้จัดการศึกษา 2) กลุ่มผู้รับบริการ และ 3) กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยได้ดำเนินการศึกษาการบริหารเสริมสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ของครูของครู ประกอบด้วยปัจจัย (Factors) 4 ด้าน ได้แก่ 1) การพัฒนาการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) 2) การพัฒนาการจัดการความรู้ (Knowledge Management) 3) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ชุมชนแห่งการเรียนรู้วิชาชีพ (Professional Learning Community) 4) การพัฒนาความก้าวหน้าเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ (Expert Professional Development) สถิติที่ใช้ในการวิจัยเป็นสถิติพื้นฐาน เช่น การแจกแจงความถี่ (IOC) ค่าเฉลี่ย (x ̅ ) หรือค่ามัชฌิมเลขคณิต () ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D. หรือ ) และค่าร้อยละ (%) เป็นต้น นอกจากนี้ได้หาค่าความตรง ความเที่ยง (Reliability) ของเครื่องมือวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมาตราส่วนประมาณค่า รวมถึงการหาค่าความเชื่อมั่นสัมประสิทธิ์แอลฟา (-Coefficient) เป็นต้น
ผลการวิจัยพบว่า เครื่องมือแบบสอบถามมีความเชื่อมั่นสัมประสิทธิ์แอลฟา (Alpha Co efficient) = 0.98 ผู้มีส่วนได้ส่วน (Stakeholders) มีเจตคติพึงพอใจในภาพรวมต่อการบริหารเสริมสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ของครู อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าร้อยละ= 91.94 ซึ่งประกอบด้วยปัจจัย 4 ด้าน ได้แก่ 1) การพัฒนาการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 2) การพัฒนาการจัดการความรู้ 3) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ชุมชนแห่งการเรียนรู้วิชาชีพ และ 4) การพัฒนาความก้าวหน้าเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ ปรากฏว่า สภาพปัจจุบัน โดยภาพรวม พบว่า มีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (x ̅ = 2.67, S.D.= 0.671) ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ การพัฒนาการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (x ̅ = 3.00, S.D.= 0.000) รองลงมาได้แก่ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ชุมชนแห่งการเรียนรู้วิชาชีพ (x ̅ = 2.83, S.D.= 0.387) ตามลำดับ ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ได้แก่ การพัฒนาการจัดการความรู้ (x ̅ = 2.52, S.D.= 2.054) สภาพพึงประสงค์ โดยภาพรวม พบว่า มีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ในระดับมาก (x ̅ = 4.29, S.D.= 0.466) ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ การพัฒนาการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (x ̅ = 4.56, S.D.= 0.514) รองลงมา ได้แก่ การพัฒนาการจัดการความรู้ (x ̅ = 4.41, S.D.= 0.514) ตามลำดับ ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ได้แก่ การพัฒนาความก้าวหน้าเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ (x ̅ = 4.06, S.D.= 0.614) ส่วนลำดับดัชนีความต้องการจำเป็น (Priority Needs Index) ของโรงเรียนบ้านอาจสามารถ เรียงจากความต้องการจำเป็นมากไปหาน้อย ได้แก่ 1) การพัฒนา การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (PNI = 3.56) รองลงมา การพัฒนาการจัดการความรู้ (PNI = 3.41) และ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ชุมชนแห่งการเรียนรู้วิชาชีพ (PNI = 3.11) ตามลำดับ สำหรับด้านที่มีค่าดัชนีความต้องการจำเป็นน้อยที่สุด ได้แก่ การพัฒนาความก้าวหน้าเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ (PNI = 3.06) ตามลำดับ
carry53 27 ก.ย. 2565 เวลา 20:49 น. 0 90
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^