LASTEST NEWS

19 ต.ค. 2564ข่าวดี! กทม.เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 159 อัตรา - รายงานตัวผ่าน แอพพลิเคชันไลน์ (Line app) 8-9 พ.ย.2564 19 ต.ค. 2564กำหนดสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป สอบ 5-6 ก.พ. 2565 สอบ กรณีพิเศษ ปี 65 อีกครั้ง สอบ 10 ก.ย.2565 19 ต.ค. 2564จังหวัดแรก!! พิษณุโลก ประกาศแล้ว! สถานที่สอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ วันที่ 11-12 ธ.ค.2564 นี้ 19 ต.ค. 2564"ตรีนุช" เผย 1 พ.ย.เปิดเทอมแน่ แต่อาจจะ ไม่พร้อมกันทุกแห่ง ฉีดวัคซีนนร.เดือนต.ค.ยังไม่ถึง 50% 18 ต.ค. 2564บอร์ดคุรุสภามติยืน !!! งดสอบวิชาเอกเพื่อขอตั๋วครู  18 ต.ค. 2564(( รวมลิงก์ )) ประกาศผลการย้ายครู ครั้งที่ 2 ประจำปี พ.ศ.2564 ทุกจังหวัด ทุกกศจ.ทั่วประเทศ 18 ต.ค. 2564กศจ.อุดรธานี ประกาศผลย้ายครู ครั้งที่ 2 ปี พ.ศ.2564 - ผลย้ายครู 2564 อุดรธานี รอบที่ 2/2564 18 ต.ค. 2564กศจ.เชียงใหม่ ประกาศผลย้ายครู ครั้งที่ 2 ปี พ.ศ.2564 - ผลย้ายครู 2564 เชียงใหม่ รอบที่ 2/2564 18 ต.ค. 2564กศจ.ปัตตานี ประกาศผลย้ายครู ครั้งที่ 2 ปี พ.ศ.2564 - ผลย้ายครู 2564 ปัตตานี รอบที่ 2/2564 17 ต.ค. 2564โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ หอวัง นนทบุรี รับสมัครครูอัตราจ้าง 6 อัตรา สมัครทางออนไลน์ 14-22 ตุลาคม พ.ศ. 2564

การพัฒนารูปแบบการสอนพี่บ่าวร้อง ชวนน้องรำวง เพื่อพัฒนาทักษะการรำ

usericon

การพัฒนารูปแบบการสอนพี่บ่าวร้อง ชวนน้องรำวง เพื่อพัฒนาทักษะการรำวงมาตรฐานและเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ใช้กระบวนการวิจัย และพัฒนา (Research & Development) โดยมีวัตถุประสงค์ของการวิจัย 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาการจัดการเรียนการสอน สาระนาฏศิลป์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 2) เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการสอนพี่บ่าวร้อง ชวนน้องรำวง 3) เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการสอนพี่บ่าวร้อง ชวนน้องรำวง ก่อนเรียนและหลังเรียนรูปแบบ 4) เพื่อศึกษาทักษะปฏิบัติและความสามารถในการคิดสร้างสรรค์รำวงมาตรฐานของนักเรียนจากการเรียนโดยใช้รูปแบบการสอนพี่บ่าวร้อง ชวนน้องรำวง และ 5) เพื่อประเมินรูปแบบการสอนพี่บ่าวร้อง ชวนน้องรำวง
การวิจัยครั้งนี้ใช้รูปแบบการวิจัยและพัฒนา สำหรับขั้นตอนการวิจัย ผู้วิจัยได้ทำการวิจัยทดลอง 4 ครั้ง ซึ่งเป็นการทดลองใช้รูปแบบการสอนพี่บ่าวร้อง ชวนน้องรำวง และนำรูปแบบการสอนพี่บ่าวร้อง ชวนน้องรำวง ที่พัฒนาขึ้นไปใช้จริง เพื่อพัฒนาทักษะการรำวงมาตรฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งการทดลองในครั้งที่ 1 - 3 เป็นขั้นการทดลองเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของรูปแบบการสอน ผู้วิจัยได้ใช้วิธีสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยวิธีจับฉลากรายชื่อห้องเรียน ในปีการศึกษา 2560 – 2562 และการทดลองในครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นการนำรูปแบบการสอนพี่บ่าวร้อง ชวนน้องรำวง ที่ได้พัฒนาขึ้นจนมีประสิทธิภาพแล้วไปใช้จริงกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 38 คน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 ใช้ระยะเวลาทดลองสอนโดยใช้รูปแบบการสอนพี่บ่าวร้อง ชวนน้องรำวง รวม 10 ชั่วโมง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ รูปแบบการสอนพี่บ่าวร้อง ชวนน้องรำวง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบประเมินทักษะปฏิบัติการรำวงมาตรฐาน แบบประเมินความคิดสร้างสรรค์ และแบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียน การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าทีแบบไม่อิสระ จากกัน (t - test Dependent) ค่าเฉลี่ย ( ) และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ผลการวิจัยพบว่า


1. รูปแบบการสอนพี่บ่าวร้อง ชวนน้องรำวง มีประสิทธิภาพ 86.14/85.29
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง รำวงมาตรฐาน สาระนาฏศิลป์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้รูปแบบการสอนพี่บ่าวร้อง ชวนน้องรำวงจากการทดลองครั้งที่ 1 - 4 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยพบว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนด้วยรูปแบบการสอนพี่บ่าวร้อง ชวนน้องรำวง มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
3. ทักษะปฏิบัติการรำวงมาตรฐาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากการเรียนโดยรูปแบบการสอนพี่บ่าวร้อง ชวนน้องรำวง โดยรวมอยู่ใน ระดับมากที่สุด
4. ความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ของนักเรียน จากการเรียนโดยรูปแบบการสอน พี่บ่าวร้อง ชวนน้องรำวง พบว่า นักเรียนกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความคล่องในการคิด อยู่ใน ระดับปานกลาง คิดเป็นร้อยละ 78.90 มีความคิดละเอียดลออ อยู่ในระดับปานกลาง คิดเป็นร้อยละ 47.40 มีความคิดริเริ่ม อยู่ในระดับปานกลาง คิดเป็นร้อยละ 84.20 และ มีความคิดยืดหยุ่น อยู่ในระดับ ปานกลาง คิดเป็นร้อยละ 65.80
5. ความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้รูปแบบการสอนพี่บ่าวร้อง ชวนน้องรำวงโดยรวม อยู่ในระดับมาก
aum-s 04 ก.ย. 2564 เวลา 19:48 น. 0 87
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^