LASTEST NEWS

11 พ.ค. 2564ศธ.เคาะก.ย.นี้ได้ร่างหลักสูตรสมรรถนะฉบับสมบูรณ์ 11 พ.ค. 2564ประธานชมรมครู กทม.ออนไลน์ แจงเหตุผล ทำไมจึงคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับกฤษฎีกา 11 พ.ค. 2564ดาวน์โหลด!!! คู่มือการจัดการโรงเรียน รับมือโควิด-19 11 พ.ค. 2564กรมการปกครอง เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ 206 อัตรา สมัครทางอินเทอร์เน็ต 19พ.ค. - 10มิ.ย.2564 11 พ.ค. 2564โควิดศธ.ยังติดเชื้อไม่หยุด! พบเพิ่มอีก 3 ราย ยอดพุ่ง 30 11 พ.ค. 2564ศธ.ส่งรายชื่อครูรายอำเภอ !!! ฉีดวัคซีนโควิดก่อนเปิดเทอม   11 พ.ค. 2564มรภ.สวนสุนันทา รับสมัครเรียนป.บัณฑิตวิชาชีพครู ประจำปีการศึกษา 2564 สมัครออนไลน์ 20 พ.ค. - 19 มิ.ย.2564 11 พ.ค. 2564ชัดเจนแล้วว่า..."คนเป็นครู...ต้องเรียนครู" เท่านั้น ติดตามประเด็นนับหน่วยกิตสอบครู ที่นี่ 11 พ.ค. 2564สพฐ.รับหมดงบจริงๆ แจ้งล่วงหน้า7เดือนเลิกจ้างครู 1,964ราย 11 พ.ค. 2564ศธ.ส่งชื่อครูกว่า 6 แสนคนฉีดวัคซีนก่อนเปิดเรียน 1 มิ.ย.

เผยแพร่ผลงานวิชาการ นายโรจนไชยศ์ สมจันทร์

usericon

เรื่อง : การประเมินโครงการส่งเสริมจิตสาธารณะสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านวังหม้อ อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 5
ผู้วิจัย : นายโรจนไชยศ์ สมจันทร์
ปีการศึกษา : 2563
บทคัดย่อ
การประเมินโครงการส่งเสริมจิตสาธารณะสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านวังหม้อ อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 5 การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1)    เพื่อประเมินผลการดำเนินงานโครงการส่งเสริมจิตสาธารณะสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านวังหม้อ อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 5 ตามความคิดเห็นของครูและผู้บริหารสถานศึกษา 4 ด้าน ได้แก่ ด้านบริบท ด้านปัจจัยนำเข้า ด้านกระบวนการ และด้านผลผลิต 2) เพื่อศึกษาจิตสาธารณะของนักเรียน โรงเรียนบ้านวังหม้อ อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 5 และ 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังดำเนินโครงการส่งเสริม จิตสาธารณะสำหรับนักเรียน โรงเรียนบ้านวังหม้อ อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่เขต 5 กลุ่มประชากรที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนบ้านวังหม้อ ปีการศึกษา 2563 จำนวน 14 คน นักเรียนโรงเรียนบ้านวังหม้อ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 47 คน และผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนบ้านวังหม้อ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 47 คน เก็บรวบรวมข้อมูล โดยใช้แบบสอบถามเกี่ยวกับการดำเนินโครงการส่งเสริมจิตสาธารณะสำหรับนักเรียน โรงเรียน บ้านวังหม้อ และแบบวัดจิตสาธารณะสำหรับนักเรียน โรงเรียนบ้านวังหม้อ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่ (Frequency) ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
    ผลการศึกษาพบว่า
1. ผลการประเมินโครงการส่งเสริมจิตสาธารณะสำหรับนักเรียน โรงเรียนบ้านวังหม้อ อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ โดยรวมปฏิบัติได้ผลในระดับมาก จำแนกรายด้านดังต่อไปนี้
1.1 การดำเนินโครงการส่งเสริมจิตสาธารณะสำหรับนักเรียน โรงเรียนบ้านวังหม้อ อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ด้านบริบท ปฏิบัติได้ผลในระดับมาก
1.2 โครงการส่งเสริมจิตสาธารณะสำหรับนักเรียน โรงเรียนบ้านวังหม้อ อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ด้านปัจจัยนำเข้า ปฏิบัติได้ผลในระดับมาก
1.3 โครงการส่งเสริมจิตสาธารณะสำหรับนักเรียน โรงเรียนบ้านวังหม้อ อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ด้านกระบวนการ ปฏิบัติได้ผลในระดับมาก
1.4 โครงการส่งเสริมจิตสาธารณะสำหรับนักเรียน โรงเรียนบ้านวังหม้อ อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ด้านผลผลิต ปฏิบัติได้ผลในระดับมาก
2. นักเรียน โรงเรียนบ้านวังหม้อ อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ที่ได้รับการส่งเสริมจิตสาธารณะ มีจิตสาธารณะในภาพรวมอยู่ระดับมาก จำแนกรายด้านดังต่อไปนี้
2.1 ด้านการหลีกเลี่ยงการใช้ หรือการกระทำที่จะทำให้เกิดความเสียหายต่อของส่วนรวมอยู่ในระดับมาก
2.2 ด้านการถือเป็นหน้าที่ที่จะมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสมบัติของส่วนรวม อยู่ในระดับมาก
2.3 ด้านการเคารพสิทธิในการใช้ของส่วนรวม อยู่ในระดับมาก
3. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังดำเนินโครงการส่งเสริมจิตสาธารณะสำหรับนักเรียน โรงเรียนบ้านวังหม้อ พบว่า ค่าเฉลี่ยของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนใน 8 กลุ่มสาระฯ ของนักเรียนโรงเรียนบ้านวังหม้อ อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนการดำเนินโครงการฯ (ปีการศึกษา 2562) เทียบกับหลังดำเนินโครงการ (ปีการศึกษา 2563) โดยภาพรวมของโรงเรียน เพิ่มขึ้นทุกกลุ่มสาระฯ ซึ่งกลุ่มสาระที่เพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นอันดับแรกคือ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ดนตรี และนาฏศิลป์ รองลงมาคือ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา และกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตามลำดับ ส่วนกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เพิ่มขึ้นน้อยที่สุดคือ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
somjun-roj 18 เม.ย. 2564 เวลา 10:16 น. 0 46
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^