LASTEST NEWS

25 ก.ย. 2560สถานี ก.ค.ศ: ก.ค.ศ. จัดสรรอัตราว่างจากการเกษียณอายุราชการ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ.2560 25 ก.ย. 2560"อธิบดีสถ." เผยสอบท้องถิ่นภาพรวมเรียบร้อย 24 ก.ย. 2560ด่วน! เปิดรับสมัครสอบเป็นนายสิบสัสดี ปี2561 จำนวน 100 อัตรา (สมัคร11-30ต.ค.60) 24 ก.ย. 2560โรงเรียนห้วยนางราษฎร์บำรุง รับสมัครครูอัตราจ้าง เจ้าหน้าที่บรรณารักษ์ เจ้าหน้าที่ธุรการ 7 อัตรา 24 ก.ย. 2560จัดสอบท้องถิ่นใหม่กว่า 1.2 พันคน หลังเกิดผิดพลาด จี้ ม.ดัง รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด 24 ก.ย. 2560โรงเรียนแม่หอพระวิทยาคม รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกภาษาไทย 24 ก.ย. 2560โรงเรียนบ้านโทกน้ำกัด รับสมัครครูอัตราจ้าง วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา 24 ก.ย. 2560โรงเรียนอนุบาลภูซาง(บ้านดอนตัน) รับสมัครครูอัตราจ้าง วุฒิป.ตรี ฟรีอาหารกลางวัน 24 ก.ย. 2560ด่วน! กสถ.ประกาศยกเลิกการสอบแข่งขันภาค ข. ในตำแหน่งนักสันทนาการปฏิบัติการ และตำแหน่งบรรณารักษ์ปฏิบัติการ 24 ก.ย. 2560โรงเรียนวัดสันต้นธง เปิดสอบครูอัตราจ้าง วิชาเอกภาษาอังกฤษ สมัคร22ก.ย.-10ต.ค.2560

เครือข่าย ร.ร.ขนาดเล็ก/ร.ร.ชุมชนจี้รัฐเร่งกระจายอำนาจการจัดการสู่ท้องถิ่นมากขึ้น

  • 17 มี.ค. 2557 เวลา 23:08 น.
  • 745 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
เครือข่าย ร.ร.ขนาดเล็ก/ร.ร.ชุมชนจี้รัฐเร่งกระจายอำนาจการจัดการสู่ท้องถิ่นมากขึ้น

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

เครือข่าย ร.ร.ขนาดเล็ก/ร.ร.ชุมชนจี้รัฐเร่งกระจายอำนาจการจัดการสู่ท้องถิ่นมากขึ้น
 
การกระจายงบประมาณทางการศึกษาที่ยึดโยงจากการจัดสรรงบประมาณรายหัวเด็กนักเรียน ซึ่งไม่สมดุลกับสภาพความเป็นจริง เพราะต้นทุนของเด็กแต่ละคนแตกต่างกันตามสภาพพื้นที่ ทำให้โรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนน้อย ไม่มีงบเพียงพอที่จะสามารถพัฒนาโรงเรียนและกระบวนการเรียนรู้ของเด็กได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
 
หรือจากการจัดการศึกษาที่ผูกขาดอยู่ที่กระทรวงศึกษาเป็นสำคัญ ส่งผลให้โรงเรียนขนาดเล็กไม่สามารถแก้ไขปัญหาด้วยตนเองได้ อย่างเรื่องครูที่ต้องมีใบประกอบวิชาชีพและส่วนกลางเป็นผู้คัดเลือกครูเพื่อส่งลงมาท้องถิ่น ทำให้หลายโรงเรียนเผชิญปัญหาครูไม่ครบชั้น 
 
ข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งที่โรงเรียนขนาดเล็กประสบปัญหาอยู่ ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ เครือข่ายโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)/โรงเรียนชุมชน ได้จัดเวทีระดมความเห็นเพื่อขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษา และมีข้อเสนอเพื่อปลดล็อคปลดล็อกปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก ดังนี้
 
1.ปฏิรูปการกระจายอำนาจ
 
ปฏิรูปอำนาจการจัดการศึกษาที่ส่วนกลาง ด้วยการลดขนาดส่วนกลาง เช่น ปรับ สพฐ.ให้เล็กลง กระจายบุคลากรและงบประมาณลงไปยังโรงเรียนต่าง ๆ ให้ชุมชนสามารถเป็นผู้จัดการศึกษาได้ ด้วยการระดมทรัพยากรภายในชุมชน/ท้องถิ่นเข้ามาใช้ในการจัดการเรียนรู้ รวมทั้งให้ทุกพรรคการเมืองร่วมกันจัดทำแผนทางการศึกษา และมีการทำสัตยาบันร่วมกันเพื่อให้นโยบายทางการศึกษาเป็นไปอย่างต่อเนื่องและไม่ถูกแทรกแซงจากทางการเมือง
 
2.ปฏิรูปกระบวนทัศน์ทางการศึกษา
 
จากเดิมที่รัฐเป็นผู้จัดการศึกษามาเป็นให้ทุกคนมีส่วนร่วมทางการศึกษา โดยเบื้องต้นให้จัดทำข้อตกลงระหว่างผู้บริหาร, ครู, ผู้ปกครอง และชุมชน ทำหน้าที่จัดการศึกษาร่วมกัน และมีการจัดทำคู่มือผู้ปกครองว่าจะมีบทบาทหน้าที่เชื่อมโยงกันอย่างไรบ้าง และระยะยาวให้มีการเชื่อมร้อยเครือข่ายโรงเรียนขนาดเล็กให้มีกิจกรรมที่จะสร้างความเข้มแข็งอย่างต่อเนื่องด้วยการจัดเวทีสมัชชาประจำปี รวมถึงสื่อสารกับสังคม เพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ทางการศึกษาใหม่ที่เชื่อมั่นในการเรียนรู้ที่หลากหลายตลอดชีวิต
 
3.ปฏิรูปการบริหารจัดการ
 
ในระยะสั้น โรงเรียนทุกโรงเรียนจะต้องมีผู้บริหาร ส่วนในระยะยาวนั้น งานบริหารงานบุคคลของโรงเรียนขนาดเล็กต้องมีการปรับเปลี่ยนด้านอัตรากำลัง ให้มีอัตรากำลังที่สอดคล้องกับบริบทโรงเรียน ไม่ใช่หลักเกณฑ์เดียวกับโรงเรียนขนาดใหญ่ โดยต้องจัดครูให้ครบชั้นเรียน และในการคัดเลือกครูนั้น ชุมชนต้องเข้ามามีส่วนร่วม อีกทั้งครูไม่จำเป็นต้องมีใบประกอบวิชาชีพ เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรในชุมชนสามารถเป็นผู้จัดการศึกษาได้ รวมถึงให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการบุคลากรสถานศึกษา เช่น การคัดเลือกเข้า/ให้ออก ให้เป็นสิทธิของผู้บริหารและบุคลากรครูภายในโรงเรียนนั้น ๆ
 
4.ปฏิรูปหลักสูตรการศึกษา ตัวชี้วัด ประเมินผล
 
ปรับการเรียนการสอนด้วยการจัดทำหลักสูตรที่ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม โดยหลักสูตรต้องสอดคล้องกับท้องถิ่นและเด็กนักเรียนรายบุคคล ไม่ใช่หลักสูตรเดียวสอนทั่วประเทศ เพราะแต่ละพื้นที่มีบริบทและเงื่อนไขที่ต่างกัน ดังนั้น การจัดการเรียนรู้ย่อมต่างกันด้วย รวมทั้งทลายกำแพงเรื่องของชั้นเรียน เพราะที่ผ่านมาระบบชั้นเรียนเป็นอุปสรรคสกัดกั้นความก้าวหน้าของเด็กที่มีความสามารถ 
 
นอกจากนี้ จากตัวชี้วัดและระบบการประเมินผลแบบเดียวทั้งประเทศ ต้องปรับวิธีการประเมินเป็นรายบุคคล มีการประเมินที่หลากหลายนอกเหนือจากด้านวิชาการอย่างเรื่องทักษะชีวิตและคุณธรรม ขณะเดียวกัน การทำวิทยฐานะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเป็นการประเมินวิทยฐานะเชิงประจักษ์ที่แท้จริงจากตัวผู้เรียน ทั้งในเชิงคุณธรรม จริยธรรม และวิชาการ
 
5.ปฏิรูปนโยบายกฎหมายการศึกษา
 
แก้ไขข้อบังคับเรื่องใบประกอบวิชาชีพ เพื่อให้ได้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถที่หลากหลาย รวมถึงปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติไม่ให้แยกส่วน แต่ให้มีแนวทางการจัดการศึกษาที่เชื่อมร้อยกันตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ ควรแก้ไขให้ท้องถิ่นเข้ามาสนับสนุนการจัดการศึกษาในสัดส่วนที่ชัดเจนด้วย เพราะที่ผ่านมาท้องถิ่นสนับสนุนงบประมาณอาหารเสริมเท่านั้น 
 
6.ปฏิรูปการจัดสรรงบประมาณทางการศึกษา
 
ต้องจัดสรรงบประมาณทางการศึกษาให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ ยกเลิกการจัดสรรงบประมาณรายหัว ให้เป็นการอุดหนุนงบประมาณภาคครัวเรือนแทน เพื่อให้มีงบประมาณที่เพียงพอสอดคล้องต่อบริบทพื้นที่มากขึ้น รวมทั้งมีการระดมทรัพยากรทางการศึกษาจากทุกภาคส่วน อย่างการให้โอกาสเอกชนเข้ามาสนับสนุนโรงเรียน
 
 
Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : เครือข่าย ร.ร.ขนาดเล็ก/ร.ร.ชุมชนจี้รัฐเร่งกระจายอำนาจการจัดการสู่ท้องถิ่นมากขึ้น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^