LASTEST NEWS

29 เม.ย. 2560รวมลิงค์! ประกาศผลการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 29 เม.ย. 2560แนวทางการอ่านหนังสือสอบบรรจุครูผู้ช่วย 29 เม.ย. 2560แนวทางการสอบครูผู้ช่วย จากผู้มีประสบการณ์ ได้เรียกบรรจุรอบแรก 28 เม.ย. 2560คุรุสภาประกาศรายชื่อผู้ผ่านการรับรองความรู้ฯ โดยการเทียบโอน 28 เม.ย. 2560ซักซ้อมการดำเนินการเกี่ยวกับการขอหนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ 28 เม.ย. 2560กศจ.กรุงเทพ ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย 2560 28 เม.ย. 2560สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย 2560 28 เม.ย. 2560โรงเรียนอนุบาลมุกดาหาร รับสมัครพี่เลี้ยงเด็กปฐมวัย (วุฒิม.6 ขึ้นไป ไม่ต้องใช้วุฒิครู) 27 เม.ย. 2560กศจ.นครราชสีมา ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย 2560 27 เม.ย. 2560กศจ.ราชบุรี ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป 2560

บทเรียนแห่งความผิด

  • 03 มี.ค. 2557 เวลา 11:01 น.
  • 846 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
บทเรียนแห่งความผิด

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

บทเรียนแห่งความผิด
 
เลาะเลียบคลองผดุงฯ
ตุลย์ ณ ราชดำเนิน [email protected]
 
 
หยิบยกส่วนหนึ่งใน พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน ระบุถึงข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกตั้งกรรมการสอบสวน หรือถูกฟ้องคดีอาญา หรือต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา ผู้บังคับบัญชามีอำนาจสั่งพักราชการหรือสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนได้
 
 
และข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้ลงโทษปลดออกหรือไล่ออกตามความร้ายแรงแห่งกรณี ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนจะนำมาประกอบการพิจารณาลดโทษก็ได้
 
 
แต่ห้ามมิให้ลดโทษลงต่ำกว่าปลดออก ตรงนี้ชัดไม่มีข้อสงสัยติดใจกับโทษทัณฑ์ที่ได้รับ
 
 
เมื่อมาอ่านพบข้อความที่ว่า ขณะเดียวกันข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดให้ข้อมูลต่อผู้บังคับบัญชา หรือให้ถ้อยคำในฐานะพยานต่อผู้มีหน้าที่สืบสวนสอบสวน อันเป็นประโยชน์และเป็นผลดียิ่งต่อทางราชการ ผู้บังคับบัญชา อาจพิจารณาให้บำเหน็จความชอบเป็นกรณีพิเศษได้
 
 
ตรงนี้ตะหากที่อาจทำให้ผิด ความชั่วร้ายกลายเป็นสิ่งถูก และความถูกต้องกลายเป็นความผิด ส่งผลถึงความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมานทางจิตใจยาวนาน กว่าจะพิสูจน์ตนเองได้ ถูกตราหน้าว่าผิดไปเรียบร้อยแล้ว
 
 
จากกรณีคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ลงวันที่ 3 พ.ค.2542 สั่งลงโทษข้าราชการ 6 ราย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (สปช.) ออกจากราชการ กรณีทุจริตการจัดซื้อโปรแกรมบริหารโรงเรียนประถมศึกษาจำนวน 5,999 หน่วย วงเงิน 360 ล้านบาท เพื่อใช้กับโรงเรียน 30,000 โรง
 
 
นับเป็นข่าวใหญ่ขึ้นหน้า 1 หนังสือพิมพ์รายวันอย่างต่อเนื่องยาวนาน และได้รับความสนใจเกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในทุกแง่มุม โยงใยไปถึงเสนาบดีกระทรวงศึกษาธิการเจ้าของนโยบาย ยุคนั้น คอมพิวเตอร์ยังรู้จักกันในวงเล็กๆ แต่ก็ถูกจับตาจากสื่อมวลชนเพราะใช้งบประมาณค่อนข้างสูงในการลงทุน จึงมีทั้งนายทุน ข้าราชการ นักการเมืองเข้ามาร่วมวง เพื่อฉกฉวยประโยชน์ ซึ่งในที่สุดเหลือเพียงข้าราชการกลุ่มเดียวกลุ่มนี้เท่านั้น ถูกเป็นเครื่องสังเวยความผิด 
 
 
ร่วมกันยื่นร้องขอความเป็นธรรม ต่อสู้ถึงศาลปกครองชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งลงโทษ แต่ก็ถูกอุทธรณ์จากกระทรวงศึกษาธิการ ล่าสุดศาลปกครองสูงสุดได้พิพากษายืนตามศาลปกครองชั้นต้นเมื่อ 19 ก.พ.2557
 
 
16 ปี เกิดความเสียหายอย่างมากทั้งต่อสิทธิต่างๆ และชื่อเสียงที่สั่งสมมาทั้งชีวิต หากคิดเป็นตัวเงินคงประเมินค่าไม่ได้ แต่ก็ต้องเรียกร้องเพื่อเอาเกียรติยศและศักดิ์ศรีกลับคืน
 
ที่มาของข่าว : เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ข่าวสด วันที่ 3 มีนาคม 2557
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : บทเรียนแห่งความผิด

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^