LASTEST NEWS

09 ธ.ค. 2559“5 ธันวาฯ”ยังให้เป็น“วันพ่อแห่งชาติ”ต่อไป 08 ธ.ค. 2559ค้าน "คลัง" ยกงบ7หมื่นล.ให้ประกันดูแลสวัสดิการขรก. 08 ธ.ค. 2559ข่าวดี! กศจ.กทม. อนุมัติเรียกบรรจุครูผู้ช่วย 530 อัตรา 08 ธ.ค. 2559ว่างไปสมัคร! รับเยอะ 28 อัตรา (วุฒิม.6-ปริญญาตรีทุกสาขา) เปิดสอบพนักงานราชการครู และลูกจ้างชั่วคราว 08 ธ.ค. 2559สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รับสมัครอาจารย์ 08 ธ.ค. 2559จ่อฟันผู้บริหารอาชีวะเอี่ยวเปิดเทียบโอนไร้มาตรฐาน 08 ธ.ค. 2559เตือนใช้วุฒิปลอมโดนคดีอาญา 08 ธ.ค. 2559วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี เปิดสอบพนักงานราชการครู 08 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องมีวุฒิครู) รับป.ตรีทุกสาขา กศน.จังหวัดเลย เปิดสอบครูศูนย์การเรียนชุมชน 08 ธ.ค. 2559กศน.จังหวัดเลย เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป

แก้เกณฑ์คัด ผอ.เขตพื้นที่ฯระวังซ้ำรอยฟ้องศาลปกครอง

  • 23 พ.ย. 2556 เวลา 08:34 น.
  • 897 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
แก้เกณฑ์คัด ผอ.เขตพื้นที่ฯระวังซ้ำรอยฟ้องศาลปกครอง

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

แก้เกณฑ์คัด ผอ.เขตพื้นที่ฯระวังซ้ำรอยฟ้องศาลปกครอง
 
          กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างมาก จากกรณีที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำลังพิจารณาเสนอปรับคุณสมบัติมาตรฐานตำแหน่ง ในหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาและประถม ศึกษา สังกัด สพฐ.
 
          ที่กำลังจะเปิดรับสมัครสอบคัดเลือก เพื่อบรรจุแทนตำแหน่งว่างจากการเกษียณอายุราชการ และจากตำแหน่งที่ว่างจากกรณีที่มีการฟ้องร้องต่อศาลปกครองแล้วต่อมามีการถอน ฟ้อง รวมประมาณ 49 ตำแหน่ง ซึ่งจะมีการปรับคุณสมบัติเพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มรองผู้อำนวยการสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) สามารถมีสิทธิสมัครสอบคัดเลือกเป็นผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษา (สพม.)
 
          โดยหลักเกณฑ์เดิมไม่ได้ให้สิทธิรองผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา สมัครข้ามสายระหว่างกัน โดยสายประถม ก็ต้องสมัครสายประถม และสายมัธยม ก็ต้องสมัครสายมัธยม
 
          จนในที่สุดจึงนำไปสู่การฟ้องร้องต่อศาลปกครองพิษณุโลก และศาลปกครองกลางในปี 2553 ของกลุ่มรองผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา ที่ได้ขอให้ศาลเพิกถอนประกาศของคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษา (ก.ค.ศ.) และหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือก ดังกล่าว
 
          ทว่า ล่าสุดการฟ้องร้องดังกล่าว ดูจะคลี่คลายและหมดปัญหาลงแล้ว เพราะผู้ฟ้องได้ถอนการอุทธรณ์ต่อศาลปกครองพิษณุโลก ภายหลังศาลปกครองพิษณุโลกได้ตัดสินให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ชนะคดีไปก่อนหน้านี้ โดยมองว่าหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือก ที่ ก.ค.ศ. ออกมาถูกต้อง
 
          เช่นเดียวกับกรณีของศาลปกครองกลาง ที่ นายธนารัชต์ สมคเณ นายกสมาคมนักพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศไทย ได้ฟ้องร้องในเคสเดียวกัน แม้จะยังไม่มีคำพิพากษาจากศาลปกครองกลาง
 
          แต่ผู้ฟ้องได้ถอนฟ้องตามข้อเจรจาของ นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ที่รับปากว่าจะมีการปรับคุณสมบัติมาตรฐานตำแหน่งดังกล่าวนี้ เพื่อให้ รอง ผอ.สพป. และ รอง ผอ.สพม. สมัครชิง ผอ.เขตพื้นที่ฯ ข้ามสายกันได้
 
          การปรับคุณสมบัติมาตรฐานตำแหน่งดังกกล่าว หากมองในแง่ดีแล้ว ถือเป็นการให้โอกาสกลุ่ม รอง ผอ.สพป. แถมยังตัดปัญหาการฟ้องร้องศาลปกครองที่ยืดเยื้อคาราคาซังมาเกือบ 3 ปี จนส่งผลให้ สพฐ. ไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกแต่งตั้ง ผอ.สพป. และ ผอ.สพม. ได้
 
          ซึ่งมีผลต่อการบริหารงานในเขตพื้นที่การศึกษาเป็นอย่างมาก เพราะ สพฐ. ทำได้เพียงการตั้งรักษาการ ผอ.สพป. และรักษาการ ผอ.สพม. ในเขตพื้นที่การศึกษาที่มีปัญหาการฟ้องร้องศาลปกครองเท่านั้น
 
          นายธนารัชต์ ระบุว่า กลุ่ม รอง ผอ.สพป. และ รอง ผอ.สพม. เคยทำงานด้วยกันมาก่อนตามโครงสร้าง ศธ. เดิม ก่อนที่จะมาปรับเปลี่ยนหลังการปฏิรูปการศึกษารอบแรก จึงเห็นด้วยและสนับสนุนที่จะให้มีการปรับมาตรฐานตำแหน่งเพื่อให้มีการสมัคร สอบคัดเลือกเป็น ผอ.สพม. และ ผอ.สพป. ข้ามสายกันได้ ไม่ควรจะมากีดกันและจะต้องเปิดกว้าง เพราะคนกลุ่มนี้อีกไม่กี่ปีก็เกษียณอายุราชการแล้ว จึงควรต้องให้โอกาส
 
          ซึ่งหากดูและพิจารณาตามข้อเท็จจริงแล้ว แม้จะมีการเปิดโอกาสให้สมัครสอบคัดเลือกข้ามสายได้ ก็อาจจะมีการข้ามสายกันไม่มากนัก แต่หาก ก.ค.ศ. ยังปิดกั้นอยู่ เชื่อว่าก็อาจจะมีปัญหาการฟ้องร้องเหมือนเดิมได้
 
          อย่างไรก็ดี หากดูท่าทีของสำนักงาน ก.ค.ศ. แล้ว อาจจะยังไม่ค่อยสนับสนุนในเรื่องนี้เท่าใดนัก
 
          โดย นางศิริพร กิจเกื้อกูล  เลขาธิการ ก.ค.ศ. ได้ออกมาให้ความเห็นว่า การคัดเลือก ผอ.สพป. และ ผอ.สพม. ยังต้องรอหนังสือแจ้งมาจากศาลปกครองก่อน ในกรณีที่ผู้ฟ้องร้องได้ถอนฟ้องแล้วถึงจะดำเนินการคัดเลือกแต่งตั้งได้ ซึ่ง ก.ค.ศ. เห็นว่าอาจจะต้องใช้คุณสมบัติมาตรฐานตำแหน่งเดิมไปก่อนในการสอบคัดเลือกแต่ง ตั้ง และหากจะมีการปรับ ก็ต้องนำเข้าพิจารณาในคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) ระบบที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้
 
          ทั้งนี้ ท่าทีการแบ่งรับแบ่งสู้และไม่ตกปากรับคำของสำนักงาน ก.ค.ศ. ส่วนหนึ่ง เป็นเพราะวิตกกังวลว่าการแก้ไขมาตรฐานตำแหน่งหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือก ผอ.สพป. และ ผอ.สพม. ในจังหวะนี้ อาจจะไม่เหมาะสมเพราะศาลปกครองพิษณุโลกได้พิพากษาว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวชอบ แล้ว
 
          แต่หากจะมีการแก้ไขควรมองกันในปีต่อไป ไม่เช่นนั้นอาจเกิดปัญหาวุ่นวายตามมาได้
 
          สอดรับกับความเห็นของ นายแดง วรศักดิ์วุฒิพงษ์ รอง ผอ.สพม. 38 ที่ระบุว่า ไม่เห็นด้วยหากจะมีการแก้ไขมาตรฐานตำแหน่ง หรือแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือก เพราะจะขัดกับคำพิพากษาของศาลปกครองพิษณุโลก ที่ชี้ชัดมาแล้วว่าหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกของ ก.ค.ศ. ถูกต้อง หากต้องมาปรับแก้ ก็จะกลายเป็นสองมาตรฐาน และจะถูกมองว่าพอมีใครไปฟ้องศาลปกครองก็แก้ไขกันทันที
 
          ด้าน นายอัศวิน พรหมคช รอง ผอ.สพม. 3 มองว่า ถือเป็นการเปิดกว้างให้กลุ่ม รอง ผอ.สพป. และ รอง ผอ.สพม. ใครอยากจะไปสมัครสอบ ก็ให้สมัคร ถือเป็นการให้โอกาสในการแข่งขัน ซึ่งตนก็ไม่อยากให้ต้องมาจำกัด เพราะอย่างคนที่อยู่ สพม. หากต้องการจะไปอยู่ สพป. ก็จะสามารถข้ามไปได้ นอกจากนี้ในหลักเกณฑ์ไม่ต้องการให้ระบุประสบการณ์เอาไว้ เพราะจะเป็นการปิดกั้นมากกว่า ถ้าจะแก้ไขก็ควรยกเลิกส่วนนี้ไป
 
          อย่างไรก็ตาม การออกมาผลักดันเรื่องนี้ของ สพฐ. ย่อมที่จะมีทั้งกลุ่มที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน ฉะนั้น จึงต้องอาศัยความรอบคอบและการไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนของ ก.ค.ศ. ว่าจะหาทางออกเช่นไร เพื่อให้เดินตามครรลองที่ถูกต้องมากที่สุด
 
          เพราะท้ายที่สุดแล้ว อาจจะมีการฟ้องร้องคัดค้านตามมาอีกครั้งก็ได้
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : แก้เกณฑ์คัด ผอ.เขตพื้นที่ฯระวังซ้ำรอยฟ้องศาลปกครอง

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้


Advertisement
^