LASTEST NEWS

03 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องผ่านภาค ก) วุฒิป.ตรี เงินดือน 27,130 บาท ส.ป.ก.เปิดรับสมัครพนักงานราชการ 03 ธ.ค. 2559รบ.เร่งจัดทำปฏิทินวันหยุดปี’60 เตรียมจัด จุดเทียน-สวดมนต์ข้ามปีทั่วประเทศ​ 03 ธ.ค. 2559กศจ.สงขลา เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 47 อัตรา รายงานตัว 13 ธันวาคม 2559 02 ธ.ค. 2559ฝาก ศธ.สอนเด็กยอมรับการคิดต่างแต่มีจุดลงตัวร่วมกัน 02 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องมีวุฒิครู) รับป.ตรีทุกสาขา สพป.นครสวรรค์ เขต 3 เปิดสอบครูธุรการ 2 อัตรา เงินเดือน15,000บาท 02 ธ.ค. 2559มติบอร์คุรุสภาไม่รับอุทธรณ์จาก ม.กรุงเทพธนบุรี 02 ธ.ค. 2559ขำลั่นโรงเรียน !! ท่าน ผอ. อารมณ์ดี ร่ายกลอนลำแนะนำตัวรับตำแหน่งใหม่ 01 ธ.ค. 2559บอร์ดคุรุสภาไม่รับอุทธรณ์มกธ.เยียวยา ‘2.5 พัน’ มหาบัณฑิต เห็นชอบร่างเกณฑ์ให้ผู้จบสาขาอื่น ขอใบอนุญาตฯได้ 01 ธ.ค. 2559ผอ.โรงเรียนตามเกณฑ์ใหม่ไม่ต้องจบโทบริหารก็ได้ 01 ธ.ค. 2559กสถ.คัดเลือกมหา'ลัยไม่ลงตัว ส่อเลื่อนสมัครสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น

ปฏิรูปครู......คำตอบแรก การศึกษาไทยรั้งท้ายอาเซียน

  • 04 ต.ค. 2556 เวลา 20:48 น.
  • 1,682 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ปฏิรูปครู......คำตอบแรก การศึกษาไทยรั้งท้ายอาเซียน

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ปฏิรูปครู......คำตอบแรก การศึกษาไทยรั้งท้ายอาเซียน
 
โดย สมหมาย ปาริจฉัตต์ 
 
เวิลด์อีโคโนมิคฟอรั่ม (World Economic Forum : WEF) หรือเวทีเศรษฐกิจโลก รายงานขีดความสามารถในการแข่งขันด้านคุณภาพการศึกษา ประจำปี 2555-2556 ว่าคุณภาพการศึกษาไทยอยู่ในอันดับ 8 รั้งท้ายของกลุ่มประเทศอาเซียน 
 
เหมือนถูกตีแสกหน้าทำให้สังคมไทยเกิดอาการช็อกกันอีกครั้งโดยเฉพาะแวดวงการศึกษา จนคุณจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเสนอต่อที่ประชุมปฏิรูปการศึกษาที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานให้ประกาศการศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ
 
นายกรัฐมนตรีขอให้จัดตั้งคณะทำงานขึ้น 3 ชุด เพื่อจัดทำแผนงานให้ชัดเจน บูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ และจัดทำ Master Plan ขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบให้เชื่อมโยงกัน
 
ครับ ถึงแม้ว่าควรเป็นวาระแห่งชาติมาตั้งนานแล้ว แต่ก็เป็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนับสนุนและติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะขับเคลื่อนต่อไปอย่างไร หลังจากที่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาวันที่ 23 สิงหาคม 2554 ถึงวันที่ 24 สิงหาคม 2556 ครบสองปีเต็ม
 
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเปลี่ยนมา 4 คน ได้แก่ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา และนายจาตุรนต์ ซึ่งรับตำแหน่งเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2556
 
ถ้าไม่เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเสียก่อนและรัฐบาลอยู่ครบวาระ รัฐมนตรีคนล่าสุดมีเวลาผลักดันนโยบายปฏิรูปการศึกษาอีก 2 ปี
 
ถามว่า ระยะเวลาที่เหลือเพียงพอที่จะขับเคลื่อนการศึกษาวาระแห่งชาติให้เห็นผลความเปลี่ยนแปลงหรือไม่ 
 
ตอบได้เลยว่า การศึกษาเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องของชีวิตทั้งชีวิต ทั้งสังคม การเปลี่ยนแปลงไม่สามารถเนรมิตให้เกิดขึ้นภายในปีสองปี เพราะต้องเคลื่อนไหวให้ทันต่อสถานการณ์ทั้งภายในและในระดับสากลตลอดเวลา
 
ระยะเวลาในการบริหารแม้มีความสำคัญก็ตาม แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือ ความต่อเนื่อง กับทิศทางหรือยุทธศาสตร์ นโยบายและมาตรการทางปฏิบัติ จะทำอย่างไร
 
ที่ผ่านมาจะพบว่าปัญหาหนึ่งของการบริหารการศึกษาเกิดจากความไม่ต่อเนื่องทางการเมือง มีการเปลี่ยนบุคคลบ่อยเกินไป 
 
ฉะนั้นเงื่อนไขประการแรก ง่ายที่สุดหากต้องการที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ ก็คือ หาบุคคลที่มีความเหมาะสมมาทำหน้าที่และให้เวลากับการผลักดันนโยบายพอสมควร
 
สาเหตุหนึ่งของความเปลี่ยนแปลงเพราะคัดเลือกตัวบุคคลไม่เหมาะสม ทำให้เกิดปัญหา จึงเป็นบทเรียนที่ต้องจดจำว่าการศึกษาต้องมาก่อนและนำการเมือง ไม่ใช่ใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือรับใช้การเมือง 
 
เงื่อนไขต่อมา เรื่องของทิศทาง นโยบายและมาตรการทางปฏิบัติ
 
เท่าที่ติดตามการประกาศนโยบายล่าสุด 8 ประการ โดยภาพรวมสะท้อนทิศทางซึ่งสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลกและความต้องการของประเทศที่ชัดเจน
 
ขณะที่การผลักดันนโยบายเดิมที่ดำเนินมาก่อนตั้งแต่เป็นรัฐบาลคือแจกคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต เพื่อพัฒนาความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ของนักเรียนก็ยังดำเนินต่อไป
 
การปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เพิ่งมาเริ่มเอาเมื่อสมัยคุณพงศ์เทพ ยังคงได้รับการสานต่อ และเพิ่มน้ำหนักเรื่องปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งระบบให้เข้มข้นขึ้นในสมัยปัจจุบัน ซึ่งถูกต้อง
 
เป็นการต่อยอดและตอบคำวิจารณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ที่ว่า ปฏิรูปหลักสูตรประการเดียวไม่สามารถนำไปสู่ความสำเร็จได้ หากไม่มีการปฏิรูปกระบวนการสอนของครูและปฏิรูปการเรียนรู้ร่วมกัน ทั้งครู นักเรียน พ่อแม่ ผู้ปกครอง ครอบครัว ผู้คนในชุมชน และทุกภาคส่วนในสังคม รวมถึงสื่อทุกแขนง
 
การปฏิรูปครู และกระบวนการเรียนการสอนของครู ตามแนวนโยบายที่ 2 ปฏิรูประบบผลิตและพัฒนาครู จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่คุณจาตุรนต์ควรผลักดันเป็นเรื่องหลัก ให้น้ำหนักมากที่สุดในเวลาที่เหลืออยู่
 
เพื่อให้ยุทธศาสตร์ นโยบายที่วางไว้มีโฟกัสที่ชัดเจน ไม่กระจัดกระจายไปในหลายเรื่อง แม้ทุกเรื่องจำเป็นก็ตาม แต่หากจัดลำดับความเร่งด่วนกันแล้ว การเปลี่ยนแปลงครูในทุกมิติต้องมาก่อน 
 
โดยเฉพาะอย่างยิ่งครูประจำการ 400,000 คน ซึ่งยังอยู่กับนักเรียนปัจจุบันต่อไปจนกว่าพวกเขาจะสำเร็จการศึกษา ส่วนการปฏิรูประบบผลิต เป็นเรื่องของผู้ที่จะมาเป็นครูในอนาคต เป็นอันดับต่อมา
 
ฉะนั้น การที่กระทรวงศึกษาธิการกำลังเดินหน้าผลักดันปฏิรูปหลักสูตรเต็มสูบ ให้ถึงเป้าหมายสุดสุดในด้านการบริหาร โดยจัดตั้งเป็นสถาบันพัฒนาหลักสูตร เป็นองค์การมหาชนขึ้นมาดูแลเรื่องหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นการถาวร นั่นก็คือฟื้นกรมวิชาการในอดีตขึ้นมา เพียงแต่แปลงร่างเป็นองค์กรมหาชนเพื่อความคล่องตัวกว่าเท่านั้นเอง
 
สิ่งที่ควรจะคิดถึงและทำก่อนน่าจะเป็นการปฏิรูปครู ปฏิรูปการเรียนการสอน ผลักดันกลไกรองรับ ปัจจุบันได้แก่ สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งดำเนินการมานานแล้ว
 
สรุปก็คือ แทนที่จะเร่งตั้งสถาบันพัฒนาหลักสูตรก่อน หันมาทุ่มเทปฏิรูป บทบาท ภารกิจ สร้างความแข็งแกร่งของสถาบันพัฒนาครู เป็นความเร่งด่วนที่จำเป็นกว่า จะทำให้การปฏิรูปการศึกษาบรรลุเป้าหมายได้ชัดเจนกว่าแน่นอน
 
หลักสูตรเป็นกระดาษ ปัจจัยชี้ขาดและความสามารถอยู่ที่คน ครับ
 
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ปฏิรูปครู......คำตอบแรก การศึกษาไทยรั้งท้ายอาเซียน

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^