LASTEST NEWS

27 ก.ค. 2560สนใจไปสมัคร รับสมัครพนักงานราชการ ครูพี่เลี้ยง ปวช.-ปวส.ทุกสาขา(ไม่ต้องมีวุฒิครู) 27 ก.ค. 2560คนเบี้ยวหนี้ กยศ. เตรียมตัว หลังพ.ร.บ.บังคับใช้ นายจ้างจ่อหักเงินเดือน 27 ก.ค. 2560สพป.สุรินทร์ เขต 2 รับสมัครครูอัตราจ้าง 2 อัตรา และครูธุรการ 5 อัตรา(ป.ตรีทุกสาขา) 27 ก.ค. 2560ถ้าปฏิรูป “ครู” สำเร็จ ปฏิรูปการศึกษาก็สำเร็จ 27 ก.ค. 2560"หมอธี"ลั่นถอนชื่อ-แจ้งความบริษัทจ่ายเงินทอนอบรมครู 27 ก.ค. 2560เช็คสาขาวิชาเอกที่เปิดสอบครูผู้ช่วยและผู้ดูแลเด็ก รวม 338 อัตรา กลุ่มภาคกลาง 2 การสอบข้าราชการท้องถิ่น 2560 27 ก.ค. 2560เช็คตำแหน่งว่าง สอบท้องถิ่น ภาคกลาง เขต1 จำนวน 2554 อัตรา (สมัคร10ส.ค.-1ก.ย.2560) 27 ก.ค. 2560ทิศทางการพัฒนาครู "เปิด25สาขาสอบครู - ลดเรียนครู4 ปี" (1) 27 ก.ค. 2560ด่วน! รับสมัครครูผู้สอน จำนวน 2 อัตรา เงินเดือน 15,000-18,000 บาท 26 ก.ค. 2560ดราม่าอบรมครูเงินทอนโผล่

ปฏิรูปครู......คำตอบแรก การศึกษาไทยรั้งท้ายอาเซียน

  • 04 ต.ค. 2556 เวลา 20:48 น.
  • 1,710 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ปฏิรูปครู......คำตอบแรก การศึกษาไทยรั้งท้ายอาเซียน

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ปฏิรูปครู......คำตอบแรก การศึกษาไทยรั้งท้ายอาเซียน
 
โดย สมหมาย ปาริจฉัตต์ 
 
เวิลด์อีโคโนมิคฟอรั่ม (World Economic Forum : WEF) หรือเวทีเศรษฐกิจโลก รายงานขีดความสามารถในการแข่งขันด้านคุณภาพการศึกษา ประจำปี 2555-2556 ว่าคุณภาพการศึกษาไทยอยู่ในอันดับ 8 รั้งท้ายของกลุ่มประเทศอาเซียน 
 
เหมือนถูกตีแสกหน้าทำให้สังคมไทยเกิดอาการช็อกกันอีกครั้งโดยเฉพาะแวดวงการศึกษา จนคุณจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเสนอต่อที่ประชุมปฏิรูปการศึกษาที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานให้ประกาศการศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ
 
นายกรัฐมนตรีขอให้จัดตั้งคณะทำงานขึ้น 3 ชุด เพื่อจัดทำแผนงานให้ชัดเจน บูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ และจัดทำ Master Plan ขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบให้เชื่อมโยงกัน
 
ครับ ถึงแม้ว่าควรเป็นวาระแห่งชาติมาตั้งนานแล้ว แต่ก็เป็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนับสนุนและติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะขับเคลื่อนต่อไปอย่างไร หลังจากที่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาวันที่ 23 สิงหาคม 2554 ถึงวันที่ 24 สิงหาคม 2556 ครบสองปีเต็ม
 
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเปลี่ยนมา 4 คน ได้แก่ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา และนายจาตุรนต์ ซึ่งรับตำแหน่งเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2556
 
ถ้าไม่เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเสียก่อนและรัฐบาลอยู่ครบวาระ รัฐมนตรีคนล่าสุดมีเวลาผลักดันนโยบายปฏิรูปการศึกษาอีก 2 ปี
 
ถามว่า ระยะเวลาที่เหลือเพียงพอที่จะขับเคลื่อนการศึกษาวาระแห่งชาติให้เห็นผลความเปลี่ยนแปลงหรือไม่ 
 
ตอบได้เลยว่า การศึกษาเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องของชีวิตทั้งชีวิต ทั้งสังคม การเปลี่ยนแปลงไม่สามารถเนรมิตให้เกิดขึ้นภายในปีสองปี เพราะต้องเคลื่อนไหวให้ทันต่อสถานการณ์ทั้งภายในและในระดับสากลตลอดเวลา
 
ระยะเวลาในการบริหารแม้มีความสำคัญก็ตาม แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือ ความต่อเนื่อง กับทิศทางหรือยุทธศาสตร์ นโยบายและมาตรการทางปฏิบัติ จะทำอย่างไร
 
ที่ผ่านมาจะพบว่าปัญหาหนึ่งของการบริหารการศึกษาเกิดจากความไม่ต่อเนื่องทางการเมือง มีการเปลี่ยนบุคคลบ่อยเกินไป 
 
ฉะนั้นเงื่อนไขประการแรก ง่ายที่สุดหากต้องการที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ ก็คือ หาบุคคลที่มีความเหมาะสมมาทำหน้าที่และให้เวลากับการผลักดันนโยบายพอสมควร
 
สาเหตุหนึ่งของความเปลี่ยนแปลงเพราะคัดเลือกตัวบุคคลไม่เหมาะสม ทำให้เกิดปัญหา จึงเป็นบทเรียนที่ต้องจดจำว่าการศึกษาต้องมาก่อนและนำการเมือง ไม่ใช่ใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือรับใช้การเมือง 
 
เงื่อนไขต่อมา เรื่องของทิศทาง นโยบายและมาตรการทางปฏิบัติ
 
เท่าที่ติดตามการประกาศนโยบายล่าสุด 8 ประการ โดยภาพรวมสะท้อนทิศทางซึ่งสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลกและความต้องการของประเทศที่ชัดเจน
 
ขณะที่การผลักดันนโยบายเดิมที่ดำเนินมาก่อนตั้งแต่เป็นรัฐบาลคือแจกคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต เพื่อพัฒนาความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ของนักเรียนก็ยังดำเนินต่อไป
 
การปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เพิ่งมาเริ่มเอาเมื่อสมัยคุณพงศ์เทพ ยังคงได้รับการสานต่อ และเพิ่มน้ำหนักเรื่องปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งระบบให้เข้มข้นขึ้นในสมัยปัจจุบัน ซึ่งถูกต้อง
 
เป็นการต่อยอดและตอบคำวิจารณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ที่ว่า ปฏิรูปหลักสูตรประการเดียวไม่สามารถนำไปสู่ความสำเร็จได้ หากไม่มีการปฏิรูปกระบวนการสอนของครูและปฏิรูปการเรียนรู้ร่วมกัน ทั้งครู นักเรียน พ่อแม่ ผู้ปกครอง ครอบครัว ผู้คนในชุมชน และทุกภาคส่วนในสังคม รวมถึงสื่อทุกแขนง
 
การปฏิรูปครู และกระบวนการเรียนการสอนของครู ตามแนวนโยบายที่ 2 ปฏิรูประบบผลิตและพัฒนาครู จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่คุณจาตุรนต์ควรผลักดันเป็นเรื่องหลัก ให้น้ำหนักมากที่สุดในเวลาที่เหลืออยู่
 
เพื่อให้ยุทธศาสตร์ นโยบายที่วางไว้มีโฟกัสที่ชัดเจน ไม่กระจัดกระจายไปในหลายเรื่อง แม้ทุกเรื่องจำเป็นก็ตาม แต่หากจัดลำดับความเร่งด่วนกันแล้ว การเปลี่ยนแปลงครูในทุกมิติต้องมาก่อน 
 
โดยเฉพาะอย่างยิ่งครูประจำการ 400,000 คน ซึ่งยังอยู่กับนักเรียนปัจจุบันต่อไปจนกว่าพวกเขาจะสำเร็จการศึกษา ส่วนการปฏิรูประบบผลิต เป็นเรื่องของผู้ที่จะมาเป็นครูในอนาคต เป็นอันดับต่อมา
 
ฉะนั้น การที่กระทรวงศึกษาธิการกำลังเดินหน้าผลักดันปฏิรูปหลักสูตรเต็มสูบ ให้ถึงเป้าหมายสุดสุดในด้านการบริหาร โดยจัดตั้งเป็นสถาบันพัฒนาหลักสูตร เป็นองค์การมหาชนขึ้นมาดูแลเรื่องหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นการถาวร นั่นก็คือฟื้นกรมวิชาการในอดีตขึ้นมา เพียงแต่แปลงร่างเป็นองค์กรมหาชนเพื่อความคล่องตัวกว่าเท่านั้นเอง
 
สิ่งที่ควรจะคิดถึงและทำก่อนน่าจะเป็นการปฏิรูปครู ปฏิรูปการเรียนการสอน ผลักดันกลไกรองรับ ปัจจุบันได้แก่ สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งดำเนินการมานานแล้ว
 
สรุปก็คือ แทนที่จะเร่งตั้งสถาบันพัฒนาหลักสูตรก่อน หันมาทุ่มเทปฏิรูป บทบาท ภารกิจ สร้างความแข็งแกร่งของสถาบันพัฒนาครู เป็นความเร่งด่วนที่จำเป็นกว่า จะทำให้การปฏิรูปการศึกษาบรรลุเป้าหมายได้ชัดเจนกว่าแน่นอน
 
หลักสูตรเป็นกระดาษ ปัจจัยชี้ขาดและความสามารถอยู่ที่คน ครับ
 
 
Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ปฏิรูปครู......คำตอบแรก การศึกษาไทยรั้งท้ายอาเซียน

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^