LASTEST NEWS

03 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องผ่านภาค ก) วุฒิป.ตรี เงินดือน 27,130 บาท ส.ป.ก.เปิดรับสมัครพนักงานราชการ 03 ธ.ค. 2559รบ.เร่งจัดทำปฏิทินวันหยุดปี’60 เตรียมจัด จุดเทียน-สวดมนต์ข้ามปีทั่วประเทศ​ 03 ธ.ค. 2559กศจ.สงขลา เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 47 อัตรา รายงานตัว 13 ธันวาคม 2559 02 ธ.ค. 2559ฝาก ศธ.สอนเด็กยอมรับการคิดต่างแต่มีจุดลงตัวร่วมกัน 02 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องมีวุฒิครู) รับป.ตรีทุกสาขา สพป.นครสวรรค์ เขต 3 เปิดสอบครูธุรการ 2 อัตรา เงินเดือน15,000บาท 02 ธ.ค. 2559มติบอร์คุรุสภาไม่รับอุทธรณ์จาก ม.กรุงเทพธนบุรี 02 ธ.ค. 2559ขำลั่นโรงเรียน !! ท่าน ผอ. อารมณ์ดี ร่ายกลอนลำแนะนำตัวรับตำแหน่งใหม่ 01 ธ.ค. 2559บอร์ดคุรุสภาไม่รับอุทธรณ์มกธ.เยียวยา ‘2.5 พัน’ มหาบัณฑิต เห็นชอบร่างเกณฑ์ให้ผู้จบสาขาอื่น ขอใบอนุญาตฯได้ 01 ธ.ค. 2559ผอ.โรงเรียนตามเกณฑ์ใหม่ไม่ต้องจบโทบริหารก็ได้ 01 ธ.ค. 2559กสถ.คัดเลือกมหา'ลัยไม่ลงตัว ส่อเลื่อนสมัครสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น

การศึกษา : อ่านไม่ออก...เขียนไม่ได้ปัญหา(โลกแตก) วงการศึกษาไทย!!

  • 04 ต.ค. 2556 เวลา 10:44 น.
  • 1,801 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
การศึกษา : อ่านไม่ออก...เขียนไม่ได้ปัญหา(โลกแตก) วงการศึกษาไทย!!

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

คอลัมน์: การศึกษา : อ่านไม่ออก...เขียนไม่ได้ปัญหา(โลกแตก) วงการศึกษาไทย!!
ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 4 - 10 ต.ค. 2556
 
          กลายเป็นปัญหาใหญ่ และเป็นปัญหาเรื้อรังมานานนับสิบปี เกี่ยวกับปัญหาที่เด็กไทยส่วนหนึ่ง "อ่านไม่ออก" และ "เขียนไม่ได้"
          หรือแม้จะอ่านออกและเขียนได้ แต่ก็จะพบปัญหาว่า "เขียน" หรือ "สะกดคำ" ไม่ถูกต้อง
          ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาดังกล่าวน้อยมาก หรือแทบจะไม่มีการพูดถึงกันเลยก็ว่าได้
          แต่หลังจาก ศธ. มีนโยบายเดินหน้า "ปฏิรูปการศึกษา" รอบใหม่ โดย "นายจาตุรนต์ ฉายแสง" รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ได้ประกาศมาตรการเร่งรัดคุณภาพการอ่านรู้เรื่อง และการสื่อสารได้ "นักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ต้องไม่มี" โดยกำหนดมาตรการให้สถานศึกษา "ปลอดการอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้"
          โดยมอบหมายให้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปจัดทำ "เครื่องมือ" ทดสอบ เพื่อตรวจสอบ และคัดกรองความสามารถในการอ่านออกเสียง และความเข้าใจของนักเรียนชั้น ป.3 และชั้น ป.6 เพื่อวิเคราะห์สภาพปัญหา และหาวิธีแก้ไขให้ตรงจุดที่สุด
          โดยได้เริ่มคัดกรองระหว่างวันที่ 9-20 กันยายน ที่ผ่านมา และเร่งรัดพัฒนาครูตามผลประเมินในเดือนตุลาคม เพื่อจัดซ่อมเสริมให้นักเรียนที่มีปัญหาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556
          ส่วนปัญหาที่คาดว่าทำให้เด็กไทย อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ น่าจะมาจากหลายๆ ปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นที่ "หลักสูตร" เพราะกำหนดให้เด็กเรียนวิชาภาษาไทยน้อยเกินไป วิธีการสอนที่ให้เด็กอ่านเป็นคำ แต่ไม่ได้สอนให้เด็กสะกดคำ ทำให้เด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ เป็นต้น
          โดยรัฐมนตรีว่าการ ศธ. มั่นใจว่าถ้า สพฐ. กำกับ ติดตาม นิเทศ ให้ความช่วยเหลือครูภาษาไทย และให้ครูมีส่วนร่วมพัฒนาการอ่านของเด็ก เพราะพบว่าหลายโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ คือต้องดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด และต้องสอนแบบเข้มข้น โดยใช้เวลาสอนเพียง 120 ชั่วโมง ก็เปลี่ยนจากเด็กที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ เป็นอ่านออกเขียนได้
          และสิ่งที่ ศธ. จะเร่งรัดต่อไปหลังเด็กอ่านออก เขียนได้ คือ อ่านรู้เรื่อง และสื่อสารได้
          ทาง สพฐ. เองคาดว่าการ "สแกน" นักเรียนที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ในรอบนี้ จะทำให้รู้ข้อมูลเป็นรายเขตพื้นที่การศึกษา ว่าแต่ละเขตพื้นที่การศึกษามีเด็กอยู่เท่าใดที่มีปัญหาอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ จะได้เตรียมความพร้อมครูผู้สอนในช่วงปิดภาคเรียน และเตรียมจัดการซ่อมเสริมได้ทันทีในภาคเรียนที่ 2
          โดยตั้งเป้าหมายให้นักเรียนที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ อยู่ในกลุ่มที่ต้อง "ปรับปรุง" ลดลงเป็น "ศูนย์" ภายในสิ้นภาคเรียนที่ 2
          อย่างไรก็ตาม การสแกนนักเรียนชั้น ป.3 และชั้น ป.6 ที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ใน 181 เขตพื้นที่การศึกษา จาก 183 เขตพื้นที่การศึกษา ที่ได้รายงานมายัง สพฐ. พบว่านักเรียนที่อ่านไม่ได้ และเป็นปัญหา "รุนแรง" ในระดับชั้น ป.6 จำนวน 7,920 คน จากทั้งหมด 441,988 คน คิดเป็น ร้อยละ 1.8 ระดับชั้น ป.3 จำนวน 25,373 คน จากทั้งหมด 442,617 คน คิดเป็น ร้อยละ 5.7
          ส่วนนักเรียนที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ อยู่ในระดับ "ปรับปรุง" ในระดับชั้น ป.6 จำนวน 27,943 คน คิดเป็น ร้อยละ 6.3 ระดับชั้น ป.3 จำนวน 43,028 คน คิดเป็น ร้อยละ 9.7
          หากแบ่งตามเขตพื้นที่การศึกษาที่มีนักเรียนอ่านไม่ได้มากที่สุด ในระดับชั้น ป.3 ได้แก่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ยะลา ร้อยละ 34.95 สพป.นราธิวาส เขต 2 ร้อยละ 26.25 สพป.นราธิวาส เขต 3 ร้อยละ 26.24 สพป.ปัตตานี เขต 3 ร้อยละ 25.39 สพป.นราธิวาส เขต 1 ร้อยละ 25.12 สพป.ปัตตานี เขต 1 ร้อยละ 23.80 สพป.นครพนม เขต 1 ร้อยละ 22.89 สพป.ยะลา เขต 3 ร้อยละ 21.53 สพป.เชียงใหม่ เขต 3 ร้อยละ 19.08 และ สพป.เชียงใหม่ เขต 5 ร้อยละ 17.27
          ส่วนระดับชั้น ป.6 ได้แก่ สพป.ยะลา เขต 2 ร้อยละ 12.77 สพป.นราธิวาส เขต 1 ร้อยละ 10.09 สพป.ปัตตานี เขต 1 ร้อยละ 9.52 สพป.นราธิวาส เขต 3 ร้อยละ 7.56 สพป.นราธิวาส เขต 2 ร้อยละ 6.95 สพป.ปัตตานี เขต 3 ร้อยละ 6.73 สพป.เชียงใหม่ เขต 5 ร้อยละ 6.05 และ สพป.มุกดาหาร ร้อยละ 5.96
          ขณะที่รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ได้รับรายงานภาพรวมล่าสุดจาก สพฐ. จำแนกการอ่านออก เขียนได้ ดังนี้ ระดับชั้น ป.3 มีนักเรียนที่อ่านได้ แต่ไม่เข้าใจ ประมาณ 14,600 คน คิดเป็น ร้อยละ 3.2 อ่านได้ เข้าใจบ้าง ควรปรับปรุง ประมาณ 62,000 คน คิดเป็น ร้อยละ 14
          เมื่อรวมกับนักเรียนที่อ่านไม่ได้ และกลุ่มที่อ่านได้ แต่อยู่ในระดับควรปรับปรุง มีจำนวนมากถึง 127,300 คน คิดเป็น ร้อยละ 1.59 อ่านได้ เข้าใจบ้าง ควรปรับปรุง ประมาณ 51,580 คน คิดเป็น ร้อยละ 11.6 และเมื่อรวมกับกลุ่มที่อ่านไม่ได้ กับกลุ่มที่อ่านได้ แต่อยู่ในระดับปรับปรุง มีจำนวนมากถึง 73,290 คน
          แต่เมื่อรวมทั้ง 2 ส่วนนี้เข้าด้วยกัน จะมีนักเรียนที่อ่านไม่ได้ อ่านได้แต่อยู่ในระดับควรปรับปรุง อ่านได้แต่ไม่เข้าใจ หรืออ่านได้แต่เข้าใจบ้าง ควรปรับปรุง มีมากกว่า 200,590 คน
          ปัญหาดังกล่าว นายจาตุรนต์ ยอมรับว่า "น่าเป็นห่วง" แต่ไม่อยากให้มองเป็นความผิดของ "ใคร" คนใดคนหนึ่ง ไม่อยากให้โทษว่าเป็นความผิดของครู แต่เป็นความผิดพลาดล้มเหลวของระบบการศึกษาไทยที่อยู่ระหว่างการแก้ไข
          ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้ "ผู้บริหาร" และ "ครู" ต้องกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความจริง และหาแนวทาง "ลด" จำนวนเด็กที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ โดยจะดึง "ผู้ปกครอง" เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา
          นอกจากปัญหาการอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ของเด็กไทยแล้ว ยังมีอีกหลายปัญหาที่ ศธ. ต้องเร่งแก้ไขโดยด่วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปฏิรูปการสอนภาษาอังกฤษ ซึ่งนายจาตุรนต์ได้เตรียมปฏิรูปการสอนภาษาอังกฤษ หลังพบว่า กว่า 90% ผู้เรียนถูกสอนแบบท่องจำคำศัพท์ หรือเน้นไวยกรณ์มากเกินไป ส่วนการพูด หรือเขียนมีน้อยมากจนถึงขั้นไม่มีเลย จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง และปฏิรูประบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษของประเทศขนานใหญ่ ทั้งหลักสูตรการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล กระบวนการผลิตและพัฒนาครู การใช้สื่อและเทคโนโลยีที่ทันสมัย
          นอกจากนี้ ศธ. ยังต้องเร่งเพิ่มผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนให้ดีขึ้น การจัดตั้งสถาบันพัฒนาหลักสูตร ซึ่งเป็นองค์กรมหาชน เพื่อรองรับเมื่อจัดทำหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเสร็จ เพื่อดูแลเกี่ยวกับหลักสูตรขั้นพื้นฐานอย่างถาวร การยกคุณภาพการศึกษาไทย ทั้งระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และระดับอุดมศึกษา เพื่อให้การจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีต่างๆ กระเตื้องขึ้นกว่าที่เป็นอยู่
          ล่าสุด "น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้จัดตั้งคณะทำงานขึ้นมา 3 ชุด เพื่อให้จัดทำแผนงานให้ชัดเจน และจัดทำเป็นแผนแม่บท เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบให้เชื่อมโยงกัน
          แบ่งเป็น ระยะสั้น ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และบุคลากร
          ระยะกลาง คณะทำงานบูรณาการสร้างแรงจูงใจในการสนับสนุนทุนการศึกษาจากภาครัฐ โดยปรับแก้ไขกฎเกณฑ์การให้ทุน ซึ่งอาจเพิ่มทุนการศึกษาในสายอาชีวศึกษาให้มากขึ้น
          และระยะยาว คณะทำงานปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ โดยมี ศธ. เป็นเจ้าภาพหลัก
          ก็ต้องจับตาดูว่า รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะขับเคลื่อน "การปฏิรูปการศึกษา" รอบใหม่ ได้สำเร็จหรือไม่!!
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : การศึกษา : อ่านไม่ออก...เขียนไม่ได้ปัญหา(โลกแตก) วงการศึกษาไทย!!

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^