LASTEST NEWS

23 ก.ย. 2560ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว 6052 เรื่อง การคัดเลือกนักศึกษาทุนโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ปี พ.ศ. 2560 23 ก.ย. 2560คลังเล็งขึ้นเงินเดือน ข้าราชการชั้นผู้น้อย 23 ก.ย. 2560ข้าราชการ 6 หมื่นคนเบี้ยวจ่ายหนี้กยศ.เจอหักเงินเดือนม.ค.2561 21 ก.ย. 2560ก.ค.ศ.มีมติอนุมัติจัดสรรคืน ตำแหน่งครูผู้ช่วย 20,039 อัตรา 21 ก.ย. 2560ผลประชุม ก.ค.ศ. 14/2560 วันที่ 20 กันยายน 2560 21 ก.ย. 2560จบแล้วบรรจุเป็นข้าราชการครู ทันที! ทุนสควค.ปี2561 รับสมัครทั้งผู้มีวุฒิครู/ไม่มีวุฒิครู 541อัตรา 21 ก.ย. 2560ประกาศแล้ว! รับสมัครทุนสควค.ปี2561 (สมัครทางอินเทอร์เน็ตตั้งแต่บัดนี้-30พ.ย.60) 21 ก.ย. 2560แชร์เลย! ไม่ต้องผ่านภาค ก 6 อัตรา วุฒิป.ตรีทุกสาขา 18,000บ./เดือน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ 21 ก.ย. 2560เกือบไม่ได้บำนาญ 21 ก.ย. 2560กยศ.ตรวจสอบนศ.ปลอมบัตรผู้ค้ำ

ทำไมครูไทยถึงสอนได้ไม่ดี ?

  • 10 ก.ย. 2556 เวลา 11:23 น.
  • 7,696 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ทำไมครูไทยถึงสอนได้ไม่ดี ?

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ทำไมครูไทยถึงสอนได้ไม่ดี ?
 
เป็นเวลานานมาแล้วที่กระทรวงศึกษาธิการของไทยได้นำพาการศึกษาของชาติเข้าป่ารกทึบ
 
เพราะผู้กำหนดนโยบายไม่ได้เข้าใจเป้าหมายการศึกษาอย่างแท้จริง เข้าทำนอง "นั่งแต่ห้องแอร์ วางแผนทำนา" แถมไม่ยอมรับรู้สภาพปัญหาที่แท้จริงเพื่อนำมาปรับแก้ไขให้ถูกต้อง ถือทิฐิเชื่อมั่นถือมั่นว่าสิ่งที่ตัวเองคิดถูกต้องเหมาะสม
 
มีเรื่องปัญญาอ่อนมากมายในนโยบายการศึกษาไทย จนทำให้ครูอาจารย์ทั่วประเทศทุกวันนี้ต้องทำงานมากมายที่ไม่จำเป็นและไม่เกี่ยวกับการสอน เช่น
 
1. ครูอาจารย์ต้องไปเรียนต่อเพิ่มวุฒิให้สูงขึ้นให้มากๆ ความคิดที่เน้นคุณค่าของปริญญามากกว่าความสามารถในการสอนนี้ ทำให้ครูอาจารย์จำนวนมากลาไปศึกษาต่อ จนทำให้ขาดแคลนผู้สอน ใครที่ไม่ไปเรียนต่อก็ต้องแบกรับภาระอย่างหนัก เพราะไม่สามารถจ้างคนมาแทนอัตราประจำเดิมได้ บางครั้งทำให้ต้องใช้อาจารย์พิเศษสอนชั่วคราวอย่างมากมาย ส่วนคนที่ยังคงสอนอยู่ก็แทบไม่มีเวลาเตรียมการสอนเลย ทั้งที่เป็นสิ่งจำเป็นมาก
 
2. ครูอาจารย์ต้องทำวิจัย ทั้งที่หน้าที่หลักของครูอาจารย์คือการสอน แต่กลับกำหนดว่าการเลื่อนตำแหน่งทางวิชาการของครูอาจารย์ต้องมีผลงานวิจัยหรือตำรา เงินงบประมาณจำนวนมากจึงถูกเบิกใช้ทำวิจัย มีวิจัยที่แทบไม่มีประโยชน์เต็มไปหมด และบางวิจัยก็ไม่น่าเชื่อถือ เพราะเป็นการพยายามสร้างผลวิจัยเพื่อรองรับการขอตำแหน่งทางวิชาการ
 
3. ครูอาจารย์ต้องเขียนตำรา ในอดีตวิชาการใดหากมีผู้เขียนแล้วและเนื้อหาใช้ได้ดี ก็จะใช้ตำราเล่มเดิมแล้วใช้กันมาอย่างยาวนาน แต่เนื่องจากการเลื่อนตำแหน่งทางวิชาการของครูอาจารย์ต้องมีงานวิจัยหรือตำรา จึงต้องพยายามเขียนขึ้นเองโดยไม่จำเป็น บางวิชาอาจมีผู้เขียนเป็นร้อยคนแล้วในปัจจุบัน และทำให้มีการเปลี่ยนตำราบ่อยมากแม้กระทั่งในชั้นประถมศึกษา
 
4. ครูอาจารย์ต้องทำรายงานมากมาย มีแบบรายงานการดำเนินงานมากมายที่ครูอาจารย์จะต้องทำ จนกลายเป็นภาระครูอาจารย์ ไม่ว่ารายงานมาตรฐานคุณวุฒิต่างๆ รายงานการประกันความเสี่ยง ฯลฯ และส่วนใหญ่ของรายงานเหล่านี้ ก็ไม่สามารถนำไปแก้ไขหรือพัฒนาการศึกษาอะไรได้เลย กลายเป็นขยะกองใหญ่ที่สุด
 
5. ครูอาจารย์ต้องจัดกิจกรรมทั้งของผู้เรียนและช่วยสังคม เพราะกิจกรรมต่างๆ จะเป็นการสร้างคะแนนเพิ่มให้กับการประกันคุณภาพการศึกษา ทำให้สถาบันการศึกษาต้องพยายามสร้างกิจกรรมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บางสถาบันการศึกษาจัดกิจกรรมกันแทบตลอดเทอม จนกลายเป็นว่าทุกวันนี้ครูอาจารย์แทบไม่ต่างอะไรกับนักเรียนนักศึกษา คือทำทุกอย่างเพื่อคะแนนแทนประโยชน์ที่แท้จริงของการศึกษา
 
6. ครูอาจารย์ต้องรับผิดชอบคะแนนการประกันคุณภาพการศึกษา คะแนนและตัวชี้วัดที่ถูกหน่วยงานกำกับการศึกษาของรัฐสร้างขึ้นมา ทำให้เพิ่มภาระและความเครียดมากมายให้กับครูอาจารย์และผู้บริหารสถาบันการศึกษา แทนที่จะตรวจสอบคุณภาพการศึกษาจากผลลัพธ์ เช่น ความรู้ของผู้เรียน เปอร์เซ็นต์การมีงานทำ เปอร์เซ็นต์การสอบเข้าเรียนต่อได้ ความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิต ฯลฯ ลดการตรวจประกันคุณภาพลงเถอะครับ อย่าพยายามสร้างความสำคัญให้กับหน่วยงานตนเอง เพราะหากดูจากผลลัพธ์การศึกษาไทย จะพบว่ายิ่งตรวจประกันคุณภาพ ประสิทธิภาพของการศึกษากลับมีแต่ตกต่ำลง
 
7. ครูอาจารย์ต้องสอนให้มากชั่วโมง ทั้งโรงเรียนไปจนถึงมหาวิทยาลัยจำนวนมาก ได้กำหนดปฏิทินการศึกษาจนแทบไม่มีเวลาปิดภาคเรียนให้กับผู้เรียนและผู้สอน เด็กนักเรียนปิดเทอมแล้วก็ยังให้ไปเรียนพิเศษ จนทำให้นักเรียนนักศึกษาปัจจุบันแทบไม่มีเวลาพักหลังสอบ ไม่สามารถกลับไปเยี่ยมและอยู่กับครอบครัวได้ และต้องงดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ช่วงปิดภาคเรียนไปโดยปริยาย จนผมเคยตั้งคำถามว่า "ระหว่างความรู้กับความสัมพันธ์ในครอบครัวและสังคม สิ่งใดกันแน่ที่จำเป็นกว่าในชีวิต ?"
 
8. ครูอาจารย์ต้องทำงานแทนเจ้าหน้าที่ เพราะจำนวนบุคลากรที่ไม่เพียงพอ หรือเพียงพอแต่ไม่มีจิตใจให้บริการ ทำให้ภาระการบริการนักเรียนนักศึกษาและงานจำนวนมาก กลับไปอยู่ในความรับผิดชอบของครูอาจารย์ ท่านผู้บริหารการศึกษาคงไม่เข้าใจด้วยซ้ำไปว่า พนักงานขายที่ดีในห้างสรรพสินค้าเขาก็จะไม่ยอมให้ไปทำหน้าที่ยกของ หรือพ่อครัวฝีมือดี เขาก็จะไม่ยอมให้ไปทำหน้าที่ล้างจาน เพราะเป็นการเอาม้าไปใช้ไถนา
 
สุดท้ายนี้ ผมอยากจะถามผู้ที่กำหนดนโยบายการศึกษาไทยว่า คุณเคยอ่านบทกวีของคุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ หรือไม่ที่ว่า "ครูคือผู้ชี้นำทางความคิด ให้รู้ถูกรู้ผิดคิดอ่านเขียน ให้รู้ทุกข์รู้ยากรู้พากเพียร ให้รู้เปลี่ยนแปลงสู้รู้การงาน ครูคือผู้ยกระดับวิญญาณมนุษย์ ให้สูงสุดกว่าสัตว์เดรัจฉาน ครูคือผู้สั่งสมอุดมการณ์ มีดวงมาลย์เพื่อมวลชนใช่ตนเอง"
 
และโปรดอย่าเข้าใจว่า ครูคือเจ้าหน้าที่ธุรการหรือนักวิจัย ที่จะต้องทำงานสนองนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ แต่งานของครูคือให้ทั้งความรู้และความคิด เพื่อให้ศิษย์เป็นผู้นำพาประเทศชาติในอนาคต และงานอื่นๆ ที่กระทรวงศึกษาธิการอยากให้ครูอาจารย์ทำนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นบริการเสริมซึ่งไม่จำเป็นต้องทำเลย และอาจจัดหาคนที่ไม่ใช่ครูมาช่วยทำก็ได้ แต่งานหลักของครูนั้นทั้งยากและหนักอยู่แล้ว การเอาภาระไปให้แบบหนักมากๆ ระวังวันหนึ่งครูอาจารย์จะพากันหนีไปประกอบอาชีพอื่นกันหมด
 
หมายเหตุ : บทความนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับสถาบันการศึกษาที่ผู้เขียนทำงานอยู่
 
 
Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ทำไมครูไทยถึงสอนได้ไม่ดี ?

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^