LASTEST NEWS

26 ก.ค. 2560เช็ค 25 ตำแหน่ง 21,605 อัตรา ใช้เปิดสอบท้องถิ่นปี2560 - สมัคร10ส.ค.-1ก.ย.2560 25 ก.ค. 2560ต่อลมหายใจลูกหนี้กยศ. คลังยังไม่พร้อมหักเงินเดือนนี้ 25 ก.ค. 2560เปิดสอบท้องถิ่น รับ 85 ตำแหน่ง 21,605 อัตรา รับสมัครถึง 1 ก.ย.นี้ 25 ก.ค. 2560ชัดเจนอย่างเป็นทางการ! สอบบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่น เปิดระบบรับสมัคร 10 สิงหาคมนี้ 25 ก.ค. 25601 ปี 6 เดือน กว่าจะได้ "ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู" ต้องผ่านอะไรมาบ้าง 24 ก.ค. 2560ครูถูกเบี้ยวอบรมคูปองหัวละ 10,000 24 ก.ค. 2560ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว 4562 เรื่อง แนวทางการสรรหาและบริหารอัตรากำลังพนักงานราชการและลูกจ้างชั่วคราว 24 ก.ค. 2560โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 51 รับสมัครพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 24 ก.ค. 2560หึ่งชง ครม.เด้ง ‘กมล’ พ้น สกศ.ไปสำนักนายกฯ โยก ‘สุเทพ’ นั่งแทน ดัน ‘กฤตชัย’ เสียบเลขาฯ อาชีวะ 24 ก.ค. 2560ขาดเพียบ!! ศธภ.ขาดบุคลากรกว่า 1 พันอัตรา เตรียมรับโอนข้ามกระทรวงหลังเกลี่ยอัตรากำลังรอบ 2

"จาตุรนต์" ชี้ขอคืนอัตราเกษียณ 100% ไม่ใช่คำตอบแก้ปัญหาขาดครู

  • 15 ส.ค. 2556 เวลา 18:25 น.
  • 2,431 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
"จาตุรนต์" ชี้ขอคืนอัตราเกษียณ 100% ไม่ใช่คำตอบแก้ปัญหาขาดครู

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

"จาตุรนต์" ชี้ขอคืนอัตราเกษียณ 100% ไม่ใช่คำตอบแก้ปัญหาขาดครู
 
เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า การแก้ปัญหาครูขาดแคลน โดยใช้แนวคิดขอคืนอัตราเกษียณข้าราชการ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 100% ในปีงบประมาณ 2556 นั้น ยังไม่ได้มีการพิจารณา แต่ขณะนี้กำลังพิจารณาขอคืนในส่วนของปีงบประมาณ 2554 และ 2555 จำนวน 8,300 อัตรา ทั้งนี้ การขอคืนอัตราเกษียณเป็นแนวทางหนึ่งที่สามารถแก้ปัญหาขาดแคลนครูได้เท่านั้น แต่ปัญหานี้มีความซับซ้อน ที่จะต้องดูภาพรวมทั้งระบบ โดยตัวเลขในอีก 5 ปี จะขาดแคลนครูประมาณ 155,225 อัตรา แต่ถ้าพิจารณาในทุกกลุ่มสาระวิชา จะพบว่าขณะนี้ขาดแคลนครูประมาณ 51,462 อัตรา ดังนั้น การแก้ปัญหาต้องดูการเกลี่ยครูจากโรงเรียนที่ครูเกินไปโรงเรียนที่ครูขาด เพื่อให้ครูในวิชาที่ขาดแคลนไปอยู่ในที่ที่เหมาะสม ขณะเดียวกันต้องมาดูการผลิตครูในสายที่ขาดแคลนเพิ่มด้วย
 
นายจาตุรนต์กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ต้องนำมาพิจารณา เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนครู ประกอบด้วยแนวโน้มการเกิดของประชากรในอีก 10 ปีข้างหน้าจะลดลง ส่งผลจะทำให้จำนวนนักเรียนลดลงไปด้วย ขณะเดียวกันจำนวนผู้สูงอายุก็จะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งตนได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ไปดูว่า หากเป็นเช่นนี้ อนาคตอัตราส่วนระหว่างครูและนักเรียนที่เหมาะสมควรจะต้องอยู่ที่เท่าไหร่ โดยการขยายอายุราชการครูที่เกษียณอายุจาก 60 ปีเป็น 65 ปี ก็เป็นข้อเสนอที่น่าสนใจ เพราะเป็นวิธีการที่เป็นประโยชน์ แต่จะต้องมาดูกติกาว่าจะขยายอย่างไร ไม่ให้กระทบส่วนอื่น
 
"การขอคืนอัตราเกษียน 100% อาจจะยังไม่ใช่คำตอบของการแก้ปัญหานี้ทั้งหมด เพราะนอกจากคิดเรื่องเพิ่มคนแล้ว ยังต้องคิดเรื่องการใช้เทคโนโลยีการสอนมาทดแทนครู เพื่อลดการใช้ครูสอน การจะใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทางภูมิศาสตร์มาช่วยในการเกลี่ยกำลังคน การแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการจัดอัตรากำลังที่เหมาะสม เช่น การโอนย้ายข้ามเขตพื้นที่การศึกษา ที่ยังมีปัญหาที่กติกา ทำให้การจัดการไม่เป็นระบบ ซึ่งต้องมาดูระเบียบ ก.ค.ศ.ใหม่ ว่าอะไรเป็นอุปสรรคที่ทำให้ครูไม่สามารถโอนย้ายไปอยู่ในโรงเรียนที่ขาดแคลนจริง ๆ ได้ ขณะเดียวกันที่ผ่านมาเคยมีการพูดคุยว่าเพื่อให้ครูสามารถทำงานในบ้านเกิด มีการเสนอให้เปิดสอบเขตไหน ก็ให้คนในเขตพื้นที่นั่นไปสมัคร เพื่อจะได้ครูที่เป็นคนในพื้นที่จริง ๆ จะได้ไม่มีปัญหาย้ายข้ามไปข้ามมา แต่พอทำจริง ๆ ก็เป็นการเปิดสอบทั่วไปเหมือนเดิม ดังนั้น จึงต้องมาคิดว่าอนาคตจำเป็นต้องมีระบบโควต้าของเขต
 
 
Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : "จาตุรนต์" ชี้ขอคืนอัตราเกษียณ 100% ไม่ใช่คำตอบแก้ปัญหาขาดครู

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^