LASTEST NEWS

25 ก.ย. 2560สถานี ก.ค.ศ: ก.ค.ศ. จัดสรรอัตราว่างจากการเกษียณอายุราชการ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ.2560 25 ก.ย. 2560"อธิบดีสถ." เผยสอบท้องถิ่นภาพรวมเรียบร้อย 24 ก.ย. 2560ด่วน! เปิดรับสมัครสอบเป็นนายสิบสัสดี ปี2561 จำนวน 100 อัตรา (สมัคร11-30ต.ค.60) 24 ก.ย. 2560โรงเรียนห้วยนางราษฎร์บำรุง รับสมัครครูอัตราจ้าง เจ้าหน้าที่บรรณารักษ์ เจ้าหน้าที่ธุรการ 7 อัตรา 24 ก.ย. 2560จัดสอบท้องถิ่นใหม่กว่า 1.2 พันคน หลังเกิดผิดพลาด จี้ ม.ดัง รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด 24 ก.ย. 2560โรงเรียนแม่หอพระวิทยาคม รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกภาษาไทย 24 ก.ย. 2560โรงเรียนบ้านโทกน้ำกัด รับสมัครครูอัตราจ้าง วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา 24 ก.ย. 2560โรงเรียนอนุบาลภูซาง(บ้านดอนตัน) รับสมัครครูอัตราจ้าง วุฒิป.ตรี ฟรีอาหารกลางวัน 24 ก.ย. 2560ด่วน! กสถ.ประกาศยกเลิกการสอบแข่งขันภาค ข. ในตำแหน่งนักสันทนาการปฏิบัติการ และตำแหน่งบรรณารักษ์ปฏิบัติการ 24 ก.ย. 2560โรงเรียนวัดสันต้นธง เปิดสอบครูอัตราจ้าง วิชาเอกภาษาอังกฤษ สมัคร22ก.ย.-10ต.ค.2560

รักของพ่อแม่ยิ่งใหญ่ออมเพื่อการศึกษาลูก

  • 11 ส.ค. 2556 เวลา 09:10 น.
  • 926 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
รักของพ่อแม่ยิ่งใหญ่ออมเพื่อการศึกษาลูก

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ความรักลูกของพ่อแม่นั้นมากแค่ไหน ดูได้จากผลสำรวจของมาสเตอร์การ์ดที่เปิดเผยข้อมูลนี้ก็แล้วกัน เขาบอกว่า คนไทยนั้นออมเงินเพื่อการศึกษาของลูกมากที่สุดในเอเชียแปซิฟิกเชียวนะ ทั้งนี้ผู้บริโภคชาวไทยถึง 95% (จากผู้ที่เขาทำการสำรวจ) พยายามออมเงินอย่างสม่ำเสมอเพื่อการศึกษาของลูก นอกจากนี้ พ่อแม่เกือบ 9 ใน 10 ส่งลูกเรียนพิเศษเพิ่มเติมนอกหลักสูตรอีกด้วย คิดดูดิว่า ค่าใช้จ่ายตรงนี้มีมูลค่ามหาศาลแน่
 
นี่ละหนาความรักของพ่อแม่ที่ยอมเสียสละเก็บหอมรอมริบรายได้ของตัวเองโดยหวังว่า เมื่อลูกได้รับการศึกษาที่ดีก็เท่ากับเป็นการวางรากฐานให้ลูกมีอนาคตที่สดใสตามไปด้วย
 
เผอิญมีโอกาสได้คุยกับเพื่อน ฝูงซึ่งเป็นพ่อแม่กันแล้วและมีรายได้ปานกลาง เล่าให้ฟังว่า พอมีลูกคนนึง เริ่มรู้สึกเลยว่า ผมและภรรยาต้องประหยัดกันมากขึ้น จากวันหยุดที่เคยชวนกันไปเที่ยวต่างจังหวัดเดือนละ 2-3 หน ตอนยังไม่มีลูกก็ต้องงดไป เพราะต้องหันมาช่วยเลี้ยงลูก เนื่องจากไม่มีญาติผู้ใหญ่มาช่วยตรงนี้ กับอีกเหตุผลนึง อยากประหยัดด้วยการเก็บเงินไว้ส่งเสียให้ลูกเรียนหนังสือด้วย ในเมื่อรู้ตัวว่าไม่มีมรดกมากนัก จึงอยากส่งลูกเรียนให้ได้มากที่สุดเท่าที่เขาจะเรียนได้น่ะครับ ว้าว.....ช่างเป็นพ่อแม่ที่เวรี่ กู้ดจริงๆ
 
ส่วนแนวทางในการเน้นเงินไว้สำหรับการศึกษาของลูก ก็คล้ายกับการเก็บออมเงินทองไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน ได้แก่ การกำหนดไว้เลยว่า พอได้เงินเดือนมาปุ๊บ ก็เก็บไว้ราว 10% ทันที แต่หากท่านใดสามารถเก็บได้ในอัตราส่วนที่มากกว่านี้ก็ได้นะ ดีซะอีกสิ
 
แต่อย่าลืมว่า นอกเหนือจากพ่อแม่จะมีรายจ่ายด้านการศึกษาในเรื่องค่าเทอม, ค่าชุดนักเรียน และค่าอาหารแล้ว บ้านเรายังให้ความสำคัญกับ “การเรียนพิเศษ” หรือการเรียนเพิ่มเติมนอกชั้นเรียนด้วย ส่วนใหญ่ไปสมัครที่โรงเรียนกวดวิชา ใครอยากเรียนทางด้านไหนก็มีวิชาให้เลือก แต่เรียนแล้วได้ผลหรือเปล่ายังสงสัย
 
เดี๋ยวนี้โรงเรียนกวดวิชาก็เข้าใจเลือกทำเลกันจังนะ เล่นไปตั้งในศูนย์การค้าหรือย่านช็อปปิ้ง มอลล์ กันเลย เหตุนี้ค่าเช่าสถานที่ย่อมแพงตามแต่กลับสะดวกสำหรับผู้ปกครองที่หากต้องรอบุตรหลานเพื่อรับกลับบ้าน ก็ใช้เวลาว่างไปเดินช็อปปิ้ง เดินดูของให้สบายใจเฉิบไปเลย
 
ดังนั้น แนวทางในการวางแผนด้านการศึกษาเพื่ออนาคตของลูก มีอยู่ว่า....* ควรกะประมาณค่าใช้จ่ายของสถานศึกษาไว้ก่อน ดูแนวโน้มว่า สามารถส่งลูกให้เรียนต่อที่ไหนได้บ้าง? ซึ่งควรเหมาะสมกับสภาพทาง การเงินของครอบครัวด้วย ไม่ควรเลือกที่แพงเกินไป * การเก็บออมต้องมีวินัย เช่นเปิดบัญชีเงินฝากต่างหากไว้เพื่อเก็บเงินสำหรับจุดหมายนี้เลย ย่อมดีกว่าเอาไปฝากปนไว้กับบัญชีเงินออมฉุกเฉิน ทีนี้อุ่นใจได้แล้วสินะ.
 
คนสมถะ
 
Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : รักของพ่อแม่ยิ่งใหญ่ออมเพื่อการศึกษาลูก

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^