LASTEST NEWS

23 มิ.ย. 2560สพม.19 รับสมัครลูกจ้างชั่วคราว 7 ตำแหน่ง 12 อัตรา 22 มิ.ย. 256026 มิถุนายน วันสุนทรภู่ ตัวอย่างกลอนสดุดีสุนทรภู่ รวมกลอนสุนทรภู่ (ต่อ) 22 มิ.ย. 256026 มิถุนายน วันสุนทรภู่ ประวัติสุนทรภู่ ตัวอย่างกลอนสดุดีสุนทรภู่ รวมกลอนสุนทรภู่ 22 มิ.ย. 2560รับเยอะ 12 อัตรา สพม.19 เปิดสอบครูอัตราจ้าง ครูวิทย์คณิต ครูขั้นวิกฤต ครูพักนอน ครูธุรการ วุฒิป.ตรีทุกสาขา 22 มิ.ย. 2560โรงเรียนสวนอนันต์ รับสมัครครูอัตราจ้าง เงินเดือน 12,000 บาท 22 มิ.ย. 2560โรงเรียนวัดราชบพิธ รับสมัครบรรณารักษ์ เงินเดือน 15,000 บาท 22 มิ.ย. 2560โรงเรียนสุวรรณารามวิทยาคม รับสมัครเจ้าหน้าที่สำนักงาน (ไม่ใช้วุฒิครู) เงินเดือน 15,000บาท 22 มิ.ย. 2560"ชัยพฤกษ์" ดูแลครูรับผลกระทบวิทยฐานะใหม่ 22 มิ.ย. 2560ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 317/2560 ผลประชุมองค์กรหลัก 20 มิถุนายน 2560 22 มิ.ย. 2560โรงเรียนบ้านหนองยาง เปิดสอบครูอัตราจ้าง วุฒิปริญญาตรีทุกสาขาวิชาเอก

ฟ้องมร.ชม.เบี้ยวปรับเงินเดือนพนง. อาจารย์แฉมหา′ลัย90%-เมินมติครม

  • 05 ส.ค. 2556 เวลา 15:40 น.
  • 2,005 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ฟ้องมร.ชม.เบี้ยวปรับเงินเดือนพนง. อาจารย์แฉมหา′ลัย90%-เมินมติครม

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม จ่าสิบตรีจอห์นนพดล วศินสุนทร อาจารย์คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ (มร.ชม.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 5 สิงหาคม ตนจะไปยื่นฟ้องศาลปกครองเชียงใหม่ เพื่อเรียกร้องกรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมจากมติสภามหาวิทยาลัยและคำสั่งของอธิการบดี มร.ชม.ที่ได้ปรับฐานเงินเดือนใหม่ แต่ไม่เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมีประเด็นที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ดังนี้ 1.การปรับฐานเงินเดือนใหม่ของพนักงานมหาวิทยาลัยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ไม่ได้เพิ่มจากอัตราเงินเดือนแรกบรรจุของข้าราชการ คือ พนักงานมหาวิทยาลัย สายวิชาการ หรือสาย ก. เป็น 1.7 เท่าของเงินเดือน และสายสนับสนุน หรือสาย ข. เป็น 1.5 เท่า ตามมติ ครม. 
 
จ่าสิบตรีจอห์นนพดลกล่าวต่อว่า 2.มร.ชม.ได้มีคำสั่งการตกเบิกเงินชดเชยตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2555-31 พฤษภาคม โดยไม่ถูกต้อง เนื่องจากมติ ครม. เห็นชอบให้มหาวิทยาลัยต้องปรับฐานเงินเดือนพนักงานมหาวิทยาลัยให้สัมพันธ์กับฐานเงินเดือนข้าราชการพลเรือนแรกบรรจุ ซึ่งต้องรวมการคูณ สาย ก. 1.7 เท่า และสาย ข. 1.5 เท่า โดยมหาวิทยาลัยจะต้องตกเบิกเงินตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555 ตามมติ ครม.วันที่ 31 มกราคม 2555 และ 3.ในส่วน 0.2% หักไว้เพื่อจัดสวัสดิการ แต่ที่ผ่านมา มร.ชม. กลับนำไปใช้จ่ายเป็นค่าตำแหน่งทางวิชาการ เงินสมทบประกันสังคม ซึ่งเป็นส่วนที่นายจ้างควรต้องเป็นผู้รับผิดชอบ 
 
"เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อสิทธิสวัสดิการและขวัญกำลังใจของพนักงานมหาวิทยาลัยหลายร้อยชีวิต ดังนั้น ในวันที่ 5 สิงหาคมนี้ ผมจะไปยื่นฟ้องศาลปกครองแน่นอน และเท่าที่ทราบยังมีมหาวิทยาลัยกว่า 90% ที่ไม่ปรับเพิ่มเงินเดือนตามมติดังกล่าว จะมีมหาวิทยาลัยใหญ่ๆ ที่ปรับไปบ้างแล้ว อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (มสด.) เป็นต้น ซึ่งหลังจากยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเรียบร้อยแล้ว จะแจกจ่ายสำนวนฟ้องดังกล่าว ให้แก่ เครือข่ายคณาจารย์ทั่วประเทศใช้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองหากใครเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะถือเป็นคดีเดียวกัน" จ่าสิบตรีจอห์นนพดล กล่าว และว่า สาเหตุที่พนักงานมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ไม่กล้าที่จะฟ้องร้องต่อศาลปกครอง ส่วนหนึ่งเพราะอยู่ในระบบสัญญาจ้าง หากทำอะไรที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์มหาวิทยาลัยก็เกรงว่ามหาวิทยาลัยจะไม่ต่อสัญญาจ้าง หรือถูกกลั่นแกล้งระหว่างทำงาน ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีกรณีพนักงานมหาวิทยาลัยยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยปรับฐานเงินเดือนตามมติ ครม.ไปแล้วและประสบความสำเร็จ อย่างเช่น มก. ที่ผู้บริหารยอมปรับเงินเดือนให้เป็นไปตามมติ ครม.เพื่อไม่ให้เกิดความยืดเยื้อ ดังนั้น ตนจึงขอดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลปกครองเชียงใหม่เพื่อเป็นกรณีตัวอย่างแก่มหาวิทยาลัยอื่นๆ ด้วย 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ฟ้องมร.ชม.เบี้ยวปรับเงินเดือนพนง. อาจารย์แฉมหา′ลัย90%-เมินมติครม

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^