LASTEST NEWS

30 มี.ค. 2560นายกฯ หวัง รมว.ศธ.ไม่โดนล่าชื่อถอด ปัดดูถูกครูให้วุฒิอื่นสอน ยันทหารไม่จุ้นพลังงาน 30 มี.ค. 2560สำนัก สพร.ชี้แจง กรณีมีการโพสต์กำหนดการสอบแข่งขันฯ ครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ.ปี2560 30 มี.ค. 2560สมัครครูผู้ช่วยวันแรกคึกคัก – สมัคร "ปฐมวัย" มากที่สุด 30 มี.ค. 2560รวมลิงค์!! สรุปจำนวนผู้สมัครสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 30 มี.ค. 2560คุรุสภาประกาศชื่อ25 มหา'ลัยได้ตั๋วครู 30 มี.ค. 2560ก.ค.ศ.ปลดล็อกเทียบวิชาสมัครสอบไม่ดูเกรด 30 มี.ค. 2560เปิด "25 สาขาวิชา" สอบครูไม่มีใบวิชาชีพได้ 29 มี.ค. 2560ก.ค.ศ.ไฟเขียวผู้สมัครครู ผช.ใช้เอกสารแสดงสถานะขึ้นทะเบียนสมัครแทน ‘ตั๋วครู’ ตัวจริง 29 มี.ค. 2560ก.ค.ศ.เร่งประเมินวิทยฐานะผู้ค้างท่อกว่า 5 พันคน ก่อนเริ่มใช้เกณฑ์ใหม่ 5 ก.ค.นี้ 29 มี.ค. 2560รวมลิงค์ประกาศรับสมัคร สอบครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 - สมัคร29มี.ค.-4เม.ย.60

ศธ.เล็งปรับวิทยฐานะครูใหม่

  • 31 ก.ค. 2556 เวลา 19:59 น.
  • 3,020 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ศธ.เล็งปรับวิทยฐานะครูใหม่

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

     “จาตุรนต์” จ่อรื้อเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะครูใหม่ มุ่งที่ผลสัมฤทธิ์ของ นร.ที่สูงขึ้น ชี้อาจปรับสัดส่วนประเมินจาก 20% เป็น 50% เตรียมทำความเข้าใจต่อ ผอ.เขตฯ ครู และสร้างแรงจูงใจให้ครูมุ่งพัฒนาตนเพื่อเด็กไม่ใช่เพื่อความมั่นคงตัวเองเท่านั้น ขณะที่ สพฐ.พร้อมสนองนโยบายหากปรับสัดส่วนประเมินผลสัมฤทธิ์เด็กเป็น 50% เตรียมเสนอ TPK โมลเดลที่ทำร่วมกับ สสวท..ต่อ รมว.ศึกษาใน ก.ค.ศ.คราวหน้า 
 วันนี้ (31 ก.ค.) นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้มอบนโยบายให้ก.ค.ศ.ไปดำเนินการใน 2 -3 ประเด็นได้แก่ การปรับเปลี่ยน ปรับปรุง หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษาใหม่มุ่งไปที่ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนให้มากขึ้น โดยจะให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ไปคิดหลักเกณฑ์และวิธีการในส่วนนี้และจะต้องหาผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิมาช่วยกันคิดเพื่อให้ค่าน้ำหนักในหลักเกณฑ์การประเมินใหม่ที่จะจูงใจให้ครูพัฒนาตนเองเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนดีขึ้นไม่ใช่เฉพาะประเมินวิทยฐานะเพื่อให้เกิดความมั่นคงทางวิชาชีพครูเพียงอย่างเดียว  นอกจากนั้น ได้มอบให้สำนักงาน ก.ค.ศ.ไปพิจารณาเพื่อให้คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษ าพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายหรือให้ความดีความชอบของครูจะต้องคำนึงถึงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของโรงเรียนและผู้เรียนมากขึ้น
       
       “หลักเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะของก.ค.ศ.ควรมีข้อตกลงกับผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เพื่อให้ ผอ.สพท.ให้ความสนใจ พัฒนาผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน โรงเรียนและเขตพื้นที่การศึกษาให้ดีขึ้นและที่สำคัญต้องไม่ทอดทิ้งให้โรงเรียนจำนวนมากมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ”รมว.ศึกษาธิการ กล่าว
       
       นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ในภาพรวมของการประเมินวิทยฐานะทั้งหมดจะต้องมีการปรับ ซึ่งในส่วนของสัดส่วนผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่จะนำมาใช้จะต้องมีสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้นในเบื้องต้นควรจะต้องเพิ่มเป็นอย่างน้อยประมาณ 50% จากปัจจุบันที่มีการใช้สัดส่วนของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมาประเมินวิทยฐานะประมาณ 10 -20% เท่านั้น ทั้งนี้ หากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากคะแนนผลทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน(โอเน็ต) สูงขึ้นผลสัมฤทธิ์ของครูก็ต้องย่อมดีขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ตามการปรับเปลี่ยนดังกล่าวนี้ค่อนข้างมาก ฉะนั้นจะต้องทำให้ทั้งระบบให้ความสนใจและเข้าใจกับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนไม่ว่าจะเป็น กลุ่มผู้บริหารสถานศึกษา ครูและผู้ปกครองนักเรียน ซึ่งหากทุกส่วนเข้าใจแล้วจะทำให้เข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน  นอกจากนี้ยั งได้มอบให้สำนักงานก.ค.ศ.ไปเตรียมวางแผนรองรับกรณีที่จะมีข้าราชการครูที่จะเกษียณอายุราชการจำนวนมากในเร็ว ๆนี้  ซึ่งจะทำให้ประสบภาวะขาดแคลนครูจำนวนมากในภาพรวมและรายสาขาวิชาเอก อีกทั้งสังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและไม่นานนี้น่าจะมีภาวะที่นักเรียนลดน้อยลงอย่างมาก สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องไปวิเคราะห์และหาข้อมูลวางแผนการจัดสรรบุคลากรรองรับ  
       
       ด้าน นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ขณะนี้ สพฐ.ได้พัฒนาเครื่องมือและหลักเกณฑ์ในการประเมินสมรรถนะครู ตามหลักการที่ ก.ค.ศ.ได้เห็นชอบการให้ครูมีและเลื่อนวิทยฐานะด้วยการประเมินสมรรถนะ หรือ TPK โมเดล ร่วมกับหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญในกลุ่มสาระดังกล่าว จนมีความพร้อมใกล้เสร็จสมบูรณ์ใน 3 กลุ่มสาระ ได้แก่ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ซึ่งการประเมินสมรรถนะแบบ TPK โมเดลที่ สพฐ.เสนอจะมี 2 องค์ประกอบหลักคือ สมรรถนะของครูและผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนที่มาจากการเรียนการสอน ซึ่งเป็นผลการวิจัยที่สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สสวท.) เคยนำเสนอว่าเป็นตัวพยากรณ์และชี้ขาดคุณภาพครูที่ชัดเจนที่สุด สำหรับส่วนสัดส่วนในการพิจารณานั้นที่ผ่านมาเรานำคะแนนการเรียนต่อม.1และม.4 ของนักเรียนมาเป็นองค์ประกอบในการพิจารณา 20% แต่ถ้า รมว.ศึกษาธิการมีนโยบายต้องการให้ครูรับผิดชอบในผลการเรียนของนักเรียนมากขึ้นก็สามารถปรับเพิ่มสัดส่วนผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนมากขึ้น โดยอาจจะใช้สัดส่วนเป็น 50:50 ซึ่งถ้านโยบายไฟเขียวให้เดินหน้า สพฐ.จะพัฒนาเครื่องมือและเกณฑ์ในการดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ รมว.ศึกษาธิการมอบให้ สพฐ.รายงานความคืบหน้ารูปแบบและแนวทางการประเมินดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำเสนอที่ประชุม ก.ค.ศ.ได้ในการประชุมเดือน ส.ค.นี้

ที่มาของข่าว : เว็บไซต์ASTVผู้จัดการออนไลน์  วันที่  31 กรกฎาคม 2556 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ศธ.เล็งปรับวิทยฐานะครูใหม่

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^