LASTEST NEWS

10 ธ.ค. 2559สพม.20 เปิดสอบพนักงานราชการครู จำนวน 14 อัตรา 10 ธ.ค. 2559สพป.ชัยภูมิ เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู จำนวน 10 อัตรา 10 ธ.ค. 2559สพป.เลย เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู จำนวน 6 อัตรา สมัคร12-18ธ.ค.2559 09 ธ.ค. 2559“5 ธันวาฯ”ยังให้เป็น“วันพ่อแห่งชาติ”ต่อไป 08 ธ.ค. 2559ค้าน "คลัง" ยกงบ7หมื่นล.ให้ประกันดูแลสวัสดิการขรก. 08 ธ.ค. 2559ข่าวดี! กศจ.กทม. อนุมัติเรียกบรรจุครูผู้ช่วย 530 อัตรา 08 ธ.ค. 2559ว่างไปสมัคร! รับเยอะ 28 อัตรา (วุฒิม.6-ปริญญาตรีทุกสาขา) เปิดสอบพนักงานราชการครู และลูกจ้างชั่วคราว 08 ธ.ค. 2559สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รับสมัครอาจารย์ 08 ธ.ค. 2559จ่อฟันผู้บริหารอาชีวะเอี่ยวเปิดเทียบโอนไร้มาตรฐาน 08 ธ.ค. 2559เตือนใช้วุฒิปลอมโดนคดีอาญา

ครูอ๋อย การศึกษาไทยไปทางไหน

  • 12 ก.ค. 2556 เวลา 09:56 น.
  • 1,308 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ครูอ๋อย การศึกษาไทยไปทางไหน

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ครูอ๋อย การศึกษาไทยไปทางไหน
โดย สมหมาย ปาริจฉัตต์ 
 
ทําท่าจะไปได้ดี มีความหวัง เพราะเคยนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมาก่อน แถมประกาศแนวทางสานต่องานที่รัฐมนตรีคนก่อนวางไว้และทำงานได้เต็มที่เพราะนั่งเก้าอี้เดียว 
 
แต่ไม่ทันไร มรสุมตั้งเค้าทะมึนเรียงลำดับให้คุณจาตุรนต์ ฉายแสง ต้องตัดสินใจ หาทางฝ่าฟันต่อไป เพื่อบรรลุเป้าหมาย ผลสัมฤทธิ์การเรียนของเด็กไทยต้องดีขึ้นให้ได้
 
ผมเรียงลำดับข้อเรียกร้องที่เกิดขึ้นทันทีที่รับหน้าที่ไม่ถึงสัปดาห์ เริ่มตั้งแต่ ที่ประชุมคณบดีคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย กลุ่ม 16 สถาบันเก่าแก่ เสนอให้ชะลอการปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานออกไปก่อน 
 
เหตุผลที่ยกขึ้นมาคือ เป็นการปรับของคนกลุ่มเล็กๆ เพียง 5-6 คน ในเวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้น เร่งรีบเกินไป ขาดการมีส่วนร่วมที่กว้างขวางทุกกลุ่ม การที่ผลการเรียนของเด็กตกต่ำแท้จริงแล้วมาจากปัญหาอะไร เกิดจากหลักสูตรจริงหรือไม่
 
ข้อเรียกร้องต่อมา องค์กรมัธยมศึกษา 13 แห่ง อาทิ สมาคมผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประเทศไทย สมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย ขอให้แยกงานมัธยมศึกษาออกมาเป็นอีกองค์กรหนึ่งของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
 
ข้อเรียกร้องต่อมา กลุ่มอธิการบดีหลายมหาวิทยาลัยเสนอให้ปรับโครงสร้างการบริหารอุดมศึกษาใหม่เป็นอิสระจากกระทรวงศึกษาธิการ มีการตั้งคณะทำงานศึกษารูปแบบที่เหมาะสมนำโดย รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นประธาน
 
ข้อเรียกร้องต่อมา อาจารย์มหาวิทยาลัยขอให้ปรับเงินเดือนและผลประโยชน์ตอบแทนให้ไม่น้อยกว่าครูการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งได้รับการปรับไปแล้ว 8% รวมกับค่าครองชีพอีก 5% เป็น 13% ทำให้เงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัยน้อยกว่า
 
ครับ นี่เพียงแค่ 4 ข้อเรียกร้องหลักซึ่งยังมีเรื่องอื่นๆ กระเส็นกระสายค้างคาให้สะสางอีกไม่น้อย โดยเฉพาะเรื่องทุจริตทั้งหลายแหล่
 
คุณจาตุรนต์จะจัดการอย่างไรกับข้อเรียกร้องต่างๆ เหล่านี้ ซึ่งล้วนแต่ส่งผลต่อการปฏิบัติงานของฝ่ายข้าราชการประจำ ตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูงในกระทรวง ไปจนถึงผู้บริหารโรงเรียน และครูทุกโรงเรียน อาจารย์มหาวิทยาลัยทุกแห่ง 
 
เพราะความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการกำหนดนโยบาย ไม่ว่าเรื่องหลักสูตร โครงสร้างองค์กร ผลตอบแทนการทำงาน ล้วนส่งผลกระทบถึงการปฏิบัติงาน ความก้าวหน้าในชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาทั้งสิ้น
 
พวกเขาคิดว่า สิ่งที่เรียกร้องกับสิ่งที่ผู้กำหนดนโยบายและสังคมต้องการ คือผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและวุฒิภาวะของเด็กซึ่งสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยและโลก เป็นสิ่งเดียวกัน
 
หากไม่ทำตามที่พวกเขาคิดและเรียกร้อง ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและวุฒิภาวะของเด็กไม่มีทางดีขึ้น เป็นไปตามที่คาดหวัง
 
ประเด็นปัญหาอยู่ตรง ความคิด ความเชื่อของผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ตลอดจนครู อาจารย์ทั้งหลาย ที่ว่ามานั้น เป็นความเชื่อที่ถูกต้อง เป็นความจริงหรือไม่ 
 
หากทำตามข้อเรียกร้องของท่านทั้งหลายเหล่านั้นก่อน ปรับผลประโยชน์ตอบแทนก่อน ปรับโครงสร้างองค์กร ปรับระบบการบริหารก่อนแล้ว สิ่งที่สังคมต้องการจะเกิดขึ้นตามมาแน่นอน จริงหรือไม่
 
คำถามคือ บทเรียนจากการแยกเขตพื้นที่ประถมกับมัธยม บทเรียนจากการปรับขึ้นเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนครู 13% แล้ว ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็ก วุฒิภาวะ ทักษะต่างๆ ของเด็ก ดีขึ้นความเป็นจริงเป็นเช่นนั้นหรือไม่ 
 
หลังได้รับปรับเงินเดือนและผลประโยชน์ตอบแทนอื่นเพิ่มขึ้นแล้ว ท่านทั้งหลายมีการพัฒนาตนเอง พัฒนากระบวนการเรียนการสอน พัฒนาทักษะความสามารถต่างๆ ให้ทันยุคทันสมัยทันเด็ก อย่างไร เมื่อไหร่
 
คุณจาตุรนต์จะเดินหน้าปรับหลักสูตรแจกแท็บเล็ตต่อไปอย่างไร เปิดกระบวนการมีส่วนร่วมให้กว้างขวางมากขึ้นแค่ไหนก็ตาม สิ่งที่ควรเร่งรัด กลับมาทำอย่างเอาจริงเอาจัง คือ การพัฒนาคุณภาพครู 
 
ไม่ใช่เพียงแต่การผลิตครูรุ่นใหม่ ครูพันธุ์ใหม่ ซึ่งหน่วยผลิตคือมหาวิทยาลัยต่างๆ ต้องดำเนินการอย่างมีความสัมพันธ์เชื่อมโยง
 
แต่กลุ่มที่สำคัญและยังมีบทบาทอยู่ คือ ครูประจำการ 3-4 แสนคนทั่วประเทศ ที่ผ่านมากระทรวงศึกษาฯมีสถาบันพัฒนาผู้บริหาร  แต่ไม่มีสถาบันพัฒนาครูอย่างเป็นระบบ ครบวงจร
 
คุณภาพการศึกษาไทยอยู่ที่คุณภาพครูครับ ซึ่งมิได้หมายถึงครูที่อยู่ประจำตามโรงเรียน วิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยเท่านั้น
 
แต่เริ่มจากครูที่อยู่ที่บ้าน ครอบครัว พ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูคนแรกของเด็กทุกคน นั่นแหละสำคัญที่สุด เราสนใจ ใส่ใจ การศึกษาของลูกหลานกันอย่างไร หรือแค่ส่งไปโรงเรียนแล้วก็แล้วกันไป
 
 
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ครูอ๋อย การศึกษาไทยไปทางไหน

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้


Advertisement
^