LASTEST NEWS

28 ก.พ. 25604 ขั้นตอน การสมัครครูคืนถิ่น 2560 (โปรดอ่านให้เข้าใจ) 28 ก.พ. 2560กศจ.กรุงเทพมหานคร เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 118อัตรา รายงานตัว 10มี.ค.60 28 ก.พ. 2560กางรายชื่อสาขาวิชาเอก ที่ใช้คัดเลือกโครงการครูคืนถิ่น ปี2560 28 ก.พ. 2560ผม/หนู จะสมัครสอบครูคืนถิ่นปี60 ได้ไหมครับ/ค่ะ? (หาคำตอบได้ที่นี่) 28 ก.พ. 2560‘หมอธี’ เผยเกณฑ์วิทยฐานะใหม่ ต้องสอน 800 ชม./ปี เข้าคอร์สอบรม-สอนแบบพีแอลซี-ดูแฟ้มผลงาน 28 ก.พ. 2560สิ้นสุดการรอคอย! เปิดสอบครูคืนถิ่นปี 60 จำนวน 5,100 อัตรา สมัครตั้งแต่บัดนี้-7มี.ค.60 28 ก.พ. 2560สกอ.รับสมัครครูคืนถิ่นปี 60 จำนวน 5,100 อัตรา 27 ก.พ. 2560วิทยาลัยการอาชีพพุทธมณฑล เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 3 อัตรา 27 ก.พ. 2560"พรบ.พัสดุฯใหม่" กำหนดวิธีซื้อจ้าง3วิธี, ทำผิดโทษอาญาติดคุก 27 ก.พ. 2560ถอย!เพิ่มชั่วโมงเรียนอังกฤษ

รื้อเงินเดือน"รัฐวิสาหกิจ" ชงป.ตรีขึ้น50%-เต็มเพดาน2.3แสน

  • 11 ก.ค. 2556 เวลา 22:35 น.
  • 4,604 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
รื้อเงินเดือน"รัฐวิสาหกิจ" ชงป.ตรีขึ้น50%-เต็มเพดาน2.3แสน

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

รัฐบาลซุ่มวางแผนยกเครื่องโครงสร้างเงินเดือนพนักงานรัฐวิสาหกิจ ตามหลังขึ้นเงินเดือนข้าราชการ คณะทำงานชุด "พงศ์เทพ" นัดถก 18 ก.ค.นี้ เล็งขยายฐานจาก 58 ขั้น เป็น 70 ขั้น สตาร์ตขั้นต่ำปรับจาก 5,510 บาท เป็น 9,040 บาท เพดานสูงสุด 2.31 แสนบาท/เดือน ป.ตรี เฉลี่ยปรับขึ้น 50%
 
ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า จากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 107/2556 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติ เพื่อศึกษาทบทวนความเหมาะสมของค่าตอบแทนของผู้บริหารและบุคลากรในหน่วยงานภาครัฐในภาพรวมทั้งหมด โดยมีนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา ล่าสุด วันที่ 18 กรกฎาคมนี้ คณะกรรมการชุดนี้จะประชุมหารือกันเป็นครั้งแรก เพื่อกำหนดแนวทางในการพิจารณาความเหมาะสมของค่าตอบแทนของผู้บริหารและบุคคลากรในหน่วยงานภาครัฐทั้งระบบ
 
ประเดิมรื้อเงินเดือนรัฐวิสาหกิจ
 
ขณะเดียวกันจะพิจารณาข้อเรียกร้องของตัวแทนหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ต้องการให้มีการปรับโครงสร้างอัตราเงินเดือนของพนักงานรัฐวิสาหกิจโดยเร่งด่วนเพื่อให้สอดคล้องอัตราค่าครองชีพในปัจจุบันและการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาท/วัน และปรับขึ้นเงินเดือนปริญญาตรีเป็น 1.5 หมื่นบาท/เดือน ซึ่งทำให้พนักงานรัฐวิสาหกิจบางส่วนได้รับผลกระทบจากที่พนักงานใหม่ได้รับเงินเดือนค่าจ้างในระดับที่เท่ากันหรือใกล้เคียงกับพนักงานเดิมขณะที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ออกหลักเกณฑ์เยียวยาข้าราชการที่ได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกันไปแล้ว
 
ตนเห็นว่าการผลักดันปรับโครงสร้างอัตราเงินเดือนและผลตอบแทนของหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจเป็นเรื่องที่ควรสนับสนุนเพราะนอกจากช่วยดึงดูดบุคลากรที่มีประสิทธิภาพเข้าสู่ภาครัฐแล้วถือเป็นการสร้างขวัญกำลังใจอีกทางหนึ่ง เรื่องนี้แม้แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็พยายามผลักดันเต็มที่ จึงได้มีคำสั่งสำนักนายกฯ แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นพิจารณา โดยมีตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และตัวแทนภาคเอกชนร่วมอยู่ในคณะกรรมการด้วย 
 
ดร.ทศพรกล่าวว่า ยอมรับว่าแนวทางในการพิจารณาปรับโครงสร้างเงินเดือนรัฐวิสาหกิจเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา เนื่องจากแต่ละองค์กรมีกฎหมายจัดตั้งเฉพาะ กำหนดโครงสร้างในการบริหารจัดการในลักษณะที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม หลังการหารือในที่ประชุมน่าจะได้แนวคิดและทางเลือกที่เหมาะสม จากนั้นจะเสนอให้กระทรวงการคลังและ ครม.พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง



ขอบคุณที่มาของภาพ : เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 
เสนอ 2 บัญชีโครงสร้างเงินเดือน
 
สำหรับร่างบัญชีอัตราโครงสร้างเงินเดือนใหม่ที่ได้จัดทำขึ้น มีทั้งดำเนินการในนาม สรส.ซึ่งได้เสนอให้กำหนดอัตราเงินเดือนไว้ที่ 58 ขั้นเท่าเดิม เพียงแต่ปรับอัตราเงินเดือนแต่ละขั้นสูงขึ้นจากอัตราที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ตามมติ ครม.เมื่อ 28 มีนาคม 2554 อาทิ

>>  ขั้น 1.0 ปรับขึ้นจากเงินเดือน 5,780 บาท เป็น 9,040 บาท
>>  ขั้น 1.5 ปัจจุบันที่ 5,780 บาท เป็น 9,310 บาท
>>  ขั้น 2.0 ที่ 5,780 เป็น 9,580 บาท
>>  ขั้น 2.5 จาก 5,780 บาท เป็น 9,870 บาท
>>  ขั้น 3.0 จาก 5,780 เป็น 10,150 บาท
>>  ขั้น 3.5 จาก 5,780 จาก 10,150 บาท
>>  ขั้น 21.0 ที่ 15,000 บาท เป็น 28,980 บาท และ
>>  ขั้นสูงสุดขั้นที่ 58 จากปัจจุบัน 119,200 บาท เป็น 189,330 บาท
 
ขณะที่ในส่วนของร่างบัญชีโครงสร้างเงินเดือนที่จัดทำโดยกลุ่มประสานงานบุคคลรัฐวิสาหกิจ (กบร.) เสนอให้ปรับโครงสร้างอัตราเงินเดือนจากเดิม 58 ขั้น เป็น 70 ขั้น อาทิ

>>  ขั้นที่ 1.0 จนถึง 4.0 อัตราเงินเดือน 5,780 บาท จากนั้นใน
>>  ขั้น 4.5 เงินเดือน 5,940 บาท
>>  ขั้น 5.0 ที่ 6,110 บาท
>>  ขั้น 6.5 ที่ 6,630 บาท
>>  ขั้น 21 เงินเดือน 15,000 บาท
>>  ขั้น 21.5 ที่ 15,440 บาท
>>  ขั้น 58.0 ที่ 119,200 บาท และ
>>  สูงสุดขั้น 70.0 ที่ 231,280 บาท เป็นต้น
 
ป็นที่น่าสังเกตว่าร่างบัญชีโครงสร้างอัตราเงินเดือนที่เสนอให้ภาครัฐพิจารณาส่วนใหญ่มีการปรับขั้นจากอัตราเดิมถึงกว่า50-60% อาทิ เงินเดือนระดับปริญญาตรีปัจจุบันที่ 9,670 บาท ขยับเพิ่มเป็น 15,000 บาท ขณะที่อัตราขั้นที่ 1.0 ซึ่งเป็นอัตราต่ำสุด จากปัจจุบัน 5,780 บาท ปรับเพิ่มเป็น 9,040 บาท เป็นต้น
 
ด้านนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการระดับชาติเพื่อศึกษาทบทวนความเหมาะสมของค่าตอบแทนของผู้บริหารและบุคลากรในหน่วยงานภาครัฐในภาพรวมทั้งหมดเปิดเผยว่าขณะนี้อยู่ระหว่างรอข้อมูลเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างอัตราเงินเดือนข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจจากกระทรวงการคลังโดยนัดประชุมพิจารณาเรื่องนี้ครั้งแรกวันที่18 กรกฎาคมนี้ ซึ่งจะพยายามดำเนินการให้มีความคืบหน้าโดยเร็ว เบื้องต้นจะกำหนดหลักเกณฑ์และวางแนวทางในการพิจารณาอย่างเป็นระบบ เพราะเกี่ยวโยงถึงหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจทั้งระบบ
 
ขยายฐานจาก 58 เป็น 70 ขั้น
 
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ในส่วนของกระทรวงการคลัง ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กำลังอยู่ระหว่างปรับบัญชีโครงสร้างเงินเดือนรัฐวิสาหกิจเช่นเดียวกัน หลังจากก่อนหน้านี้ ครม.เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมาได้เห็นชอบแนวทางจ่ายโบนัสแก่พนักงานรัฐวิสาหกิจ และปรับอัตราค่าตอบแทนและเบี้ยประชุมกรรมการรัฐวิสาหกิจไปแล้ว ฝ่ายกฎหมาย สคร.กำลังทำเรื่องปรับบัญชีโครงสร้างเงินเดือนใหม่อยู่ โดยดึงบัญชีจากทุกรัฐวิสาหกิจมาพิจารณา
 
แนวทางการปรับบัญชีโครงสร้างเงินเดือนใหม่จะปรับจากเดิมที่มี58ขั้น เป็น 70 ขั้น เนื่องจากปัจจุบันเกิดปัญหาขั้นเงินเดือนตันในระดับขั้นสูงสุด เพราะที่ผ่านมามีการปรับขึ้นเงินเดือนในระดับฐานข้างล่างไปแล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับการขึ้นเงินเดือนข้าราชการไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาท แต่ฐานข้างบนยังไม่ได้ปรับ หลังดำเนินการเสร็จเรียบร้อยจะเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
 
กระทบรายได้รับทั้งทางตรง-อ้อม
 
สำหรับวงเงินที่จำเป็นต้องนำมาใช้จ่ายเพิ่มกรณีเป็นรัฐวิสาหกิจที่สามารถจ่ายเงินเดือนเองได้ก็สามารถใช้รายได้ของตัวเองจ่ายเงินเดือน อย่างไรก็ดี เมื่อค่าใช้จ่ายบุคลากรของรัฐวิสาหกิจเพิ่มขึ้น จะส่งผลให้การคำนวณผลกำไรลดลง ทำให้การจ่ายเงินปันผล และการนำส่งรายได้เข้ารัฐก็จะลดลงตามไปด้วย จะกระทบทางอ้อมต่อรายได้รัฐบาล ขณะเดียวกันในกรณีเป็นรัฐวิสาหกิจที่ขาดทุน ซึ่งปกติต้องของบประมาณจากรัฐบาล รัฐก็จะมีผลกระทบโดยตรง
 
อย่างไรก็ดี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลัง จะต้องพิจารณาถึงเหตุผลความจำเป็น และแนวทางที่ชัดเจน เพื่อเสนอระดับนโยบายตัดสินใจต่อไป
 
ทั้งนี้ ปัจจุบันรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง มีพนักงานรวมกันแล้วมีจำนวนมากกว่า 2.94 แสนคน ที่ผ่านมา สคร.เคยศึกษาปรับโครงสร้างเงินเดือนมาก่อนแล้ว ยกเว้นรัฐวิสาหกิจกลุ่มที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ
 
แบ่งโครงสร้างรายได้ 3 กลุ่ม
 
โดยโครงสร้างเงินเดือนรัฐวิสาหกิจมีอยู่ 3 กลุ่ม กลุ่มแรก มีกว่า 30 แห่ง คือรัฐวิสาหกิจที่ใช้บัญชีโครงสร้างอัตราเงินเดือนค่าจ้าง 58 ขั้น ตามประกาศคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ อาทิ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) การประปานครหลวง (กปน.) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด บริษัท ขนส่ง จำกัด องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เป็นต้น
 
กลุ่มที่ 2 มี 13 แห่ง เป็นรัฐวิสาหกิจที่ ครม.เคยมีมติให้สามารถกำหนดอัตราเงินเดือนค่าจ้างและสวัสดิการเองได้ ตามมาตรา 13 (2) แห่งพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ฯ อาทิ บมจ.ปตท. บมจ.กสท โทรคมนาคม บมจ.ทีโอที บมจ.อสมท. บมจ.การบินไทย เป็นต้น
 
และกลุ่มที่ 3 มี 16 แห่ง ใช้บัญชีโครงสร้างอัตราเงินเดือนค่าจ้างเป็นของตัวเอง อาทิ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารออมสิน เป็นต้น
 
สรส.กระทุ้งรัฐอีกรอบ
 
ด้านแหล่งข่าวจากสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา สรส.ในฐานะตัวแทนพนักงานรัฐวิสาหกิจพยายามเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลปรับโครงสร้างอัตราเงินเดือนอย่างต่อเนื่องโดยได้เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์(ครส.) กระทรวงแรงงาน โดยผ่านทางนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ อดีต รมว.แรงงาน ตั้งแต่ต้นปี 2554 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากที่รายได้ไม่สอดคล้องค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ขณะที่ผู้ใช้แรงงานและข้าราชการมีรายได้เพิ่มจากการปรับขึ้นค่าแรงและอัตราเงินเดือนช่วงก่อนหน้านี้แล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งหาทางแก้ไขโดยด่วน
 
ขณะเดียวกัน สรส.ได้แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นพิจารณาปรับปรุงโครงสร้างอัตรา เงินเดือน เนื่องจากโครงสร้างอัตราเงินเดือนของรัฐวิสาหกิจบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2537 หรือเมื่อ 19 ปีก่อน ทำให้พนักงานขาดขวัญและกำลังใจในการทำงาน ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานรัฐวิสาหกิจทั้งระบบ กระทบต่อเนื่องผลประกอบการและการนำเงินรายได้ส่งเข้ารัฐโดยตรง จึงอยากให้รัฐเข้ามาดูแลและหาทางออกโดยเร็ว
 
 

 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : รื้อเงินเดือน"รัฐวิสาหกิจ" ชงป.ตรีขึ้น50%-เต็มเพดาน2.3แสน

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^