LASTEST NEWS

02 ธ.ค. 2559ฝาก ศธ.สอนเด็กยอมรับการคิดต่างแต่มีจุดลงตัวร่วมกัน 02 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องมีวุฒิครู) รับป.ตรีทุกสาขา สพป.นครสวรรค์ เขต 3 เปิดสอบครูธุรการ 2 อัตรา เงินเดือน15,000บาท 02 ธ.ค. 2559มติบอร์คุรุสภาไม่รับอุทธรณ์จาก ม.กรุงเทพธนบุรี 02 ธ.ค. 2559ขำลั่นโรงเรียน !! ท่าน ผอ. อารมณ์ดี ร่ายกลอนลำแนะนำตัวรับตำแหน่งใหม่ 01 ธ.ค. 2559บอร์ดคุรุสภาไม่รับอุทธรณ์มกธ.เยียวยา ‘2.5 พัน’ มหาบัณฑิต เห็นชอบร่างเกณฑ์ให้ผู้จบสาขาอื่น ขอใบอนุญาตฯได้ 01 ธ.ค. 2559ผอ.โรงเรียนตามเกณฑ์ใหม่ไม่ต้องจบโทบริหารก็ได้ 01 ธ.ค. 2559กสถ.คัดเลือกมหา'ลัยไม่ลงตัว ส่อเลื่อนสมัครสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น 01 ธ.ค. 2559สพป.ขอนแก่น เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู 5 อัตรา 01 ธ.ค. 2559คุณครูต้องอ่าน!! กรณีตัวอย่างการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ 30 พ.ย. 2559แชร์เลย!! สทศ.เปิดให้ดาวน์โหลดข้อสอบโอเน็ตทุกวิชา พร้อมเฉลย ชั้น ป.6 ม.3 ม.6

รื้อเงินเดือน"รัฐวิสาหกิจ" ชงป.ตรีขึ้น50%-เต็มเพดาน2.3แสน

  • 11 ก.ค. 2556 เวลา 22:35 น.
  • 4,558 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
รื้อเงินเดือน"รัฐวิสาหกิจ" ชงป.ตรีขึ้น50%-เต็มเพดาน2.3แสน

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

รัฐบาลซุ่มวางแผนยกเครื่องโครงสร้างเงินเดือนพนักงานรัฐวิสาหกิจ ตามหลังขึ้นเงินเดือนข้าราชการ คณะทำงานชุด "พงศ์เทพ" นัดถก 18 ก.ค.นี้ เล็งขยายฐานจาก 58 ขั้น เป็น 70 ขั้น สตาร์ตขั้นต่ำปรับจาก 5,510 บาท เป็น 9,040 บาท เพดานสูงสุด 2.31 แสนบาท/เดือน ป.ตรี เฉลี่ยปรับขึ้น 50%
 
ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า จากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 107/2556 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติ เพื่อศึกษาทบทวนความเหมาะสมของค่าตอบแทนของผู้บริหารและบุคลากรในหน่วยงานภาครัฐในภาพรวมทั้งหมด โดยมีนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา ล่าสุด วันที่ 18 กรกฎาคมนี้ คณะกรรมการชุดนี้จะประชุมหารือกันเป็นครั้งแรก เพื่อกำหนดแนวทางในการพิจารณาความเหมาะสมของค่าตอบแทนของผู้บริหารและบุคคลากรในหน่วยงานภาครัฐทั้งระบบ
 
ประเดิมรื้อเงินเดือนรัฐวิสาหกิจ
 
ขณะเดียวกันจะพิจารณาข้อเรียกร้องของตัวแทนหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ต้องการให้มีการปรับโครงสร้างอัตราเงินเดือนของพนักงานรัฐวิสาหกิจโดยเร่งด่วนเพื่อให้สอดคล้องอัตราค่าครองชีพในปัจจุบันและการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาท/วัน และปรับขึ้นเงินเดือนปริญญาตรีเป็น 1.5 หมื่นบาท/เดือน ซึ่งทำให้พนักงานรัฐวิสาหกิจบางส่วนได้รับผลกระทบจากที่พนักงานใหม่ได้รับเงินเดือนค่าจ้างในระดับที่เท่ากันหรือใกล้เคียงกับพนักงานเดิมขณะที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ออกหลักเกณฑ์เยียวยาข้าราชการที่ได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกันไปแล้ว
 
ตนเห็นว่าการผลักดันปรับโครงสร้างอัตราเงินเดือนและผลตอบแทนของหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจเป็นเรื่องที่ควรสนับสนุนเพราะนอกจากช่วยดึงดูดบุคลากรที่มีประสิทธิภาพเข้าสู่ภาครัฐแล้วถือเป็นการสร้างขวัญกำลังใจอีกทางหนึ่ง เรื่องนี้แม้แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็พยายามผลักดันเต็มที่ จึงได้มีคำสั่งสำนักนายกฯ แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นพิจารณา โดยมีตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และตัวแทนภาคเอกชนร่วมอยู่ในคณะกรรมการด้วย 
 
ดร.ทศพรกล่าวว่า ยอมรับว่าแนวทางในการพิจารณาปรับโครงสร้างเงินเดือนรัฐวิสาหกิจเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา เนื่องจากแต่ละองค์กรมีกฎหมายจัดตั้งเฉพาะ กำหนดโครงสร้างในการบริหารจัดการในลักษณะที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม หลังการหารือในที่ประชุมน่าจะได้แนวคิดและทางเลือกที่เหมาะสม จากนั้นจะเสนอให้กระทรวงการคลังและ ครม.พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง



ขอบคุณที่มาของภาพ : เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 
เสนอ 2 บัญชีโครงสร้างเงินเดือน
 
สำหรับร่างบัญชีอัตราโครงสร้างเงินเดือนใหม่ที่ได้จัดทำขึ้น มีทั้งดำเนินการในนาม สรส.ซึ่งได้เสนอให้กำหนดอัตราเงินเดือนไว้ที่ 58 ขั้นเท่าเดิม เพียงแต่ปรับอัตราเงินเดือนแต่ละขั้นสูงขึ้นจากอัตราที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ตามมติ ครม.เมื่อ 28 มีนาคม 2554 อาทิ

>>  ขั้น 1.0 ปรับขึ้นจากเงินเดือน 5,780 บาท เป็น 9,040 บาท
>>  ขั้น 1.5 ปัจจุบันที่ 5,780 บาท เป็น 9,310 บาท
>>  ขั้น 2.0 ที่ 5,780 เป็น 9,580 บาท
>>  ขั้น 2.5 จาก 5,780 บาท เป็น 9,870 บาท
>>  ขั้น 3.0 จาก 5,780 เป็น 10,150 บาท
>>  ขั้น 3.5 จาก 5,780 จาก 10,150 บาท
>>  ขั้น 21.0 ที่ 15,000 บาท เป็น 28,980 บาท และ
>>  ขั้นสูงสุดขั้นที่ 58 จากปัจจุบัน 119,200 บาท เป็น 189,330 บาท
 
ขณะที่ในส่วนของร่างบัญชีโครงสร้างเงินเดือนที่จัดทำโดยกลุ่มประสานงานบุคคลรัฐวิสาหกิจ (กบร.) เสนอให้ปรับโครงสร้างอัตราเงินเดือนจากเดิม 58 ขั้น เป็น 70 ขั้น อาทิ

>>  ขั้นที่ 1.0 จนถึง 4.0 อัตราเงินเดือน 5,780 บาท จากนั้นใน
>>  ขั้น 4.5 เงินเดือน 5,940 บาท
>>  ขั้น 5.0 ที่ 6,110 บาท
>>  ขั้น 6.5 ที่ 6,630 บาท
>>  ขั้น 21 เงินเดือน 15,000 บาท
>>  ขั้น 21.5 ที่ 15,440 บาท
>>  ขั้น 58.0 ที่ 119,200 บาท และ
>>  สูงสุดขั้น 70.0 ที่ 231,280 บาท เป็นต้น
 
ป็นที่น่าสังเกตว่าร่างบัญชีโครงสร้างอัตราเงินเดือนที่เสนอให้ภาครัฐพิจารณาส่วนใหญ่มีการปรับขั้นจากอัตราเดิมถึงกว่า50-60% อาทิ เงินเดือนระดับปริญญาตรีปัจจุบันที่ 9,670 บาท ขยับเพิ่มเป็น 15,000 บาท ขณะที่อัตราขั้นที่ 1.0 ซึ่งเป็นอัตราต่ำสุด จากปัจจุบัน 5,780 บาท ปรับเพิ่มเป็น 9,040 บาท เป็นต้น
 
ด้านนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการระดับชาติเพื่อศึกษาทบทวนความเหมาะสมของค่าตอบแทนของผู้บริหารและบุคลากรในหน่วยงานภาครัฐในภาพรวมทั้งหมดเปิดเผยว่าขณะนี้อยู่ระหว่างรอข้อมูลเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างอัตราเงินเดือนข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจจากกระทรวงการคลังโดยนัดประชุมพิจารณาเรื่องนี้ครั้งแรกวันที่18 กรกฎาคมนี้ ซึ่งจะพยายามดำเนินการให้มีความคืบหน้าโดยเร็ว เบื้องต้นจะกำหนดหลักเกณฑ์และวางแนวทางในการพิจารณาอย่างเป็นระบบ เพราะเกี่ยวโยงถึงหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจทั้งระบบ
 
ขยายฐานจาก 58 เป็น 70 ขั้น
 
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ในส่วนของกระทรวงการคลัง ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กำลังอยู่ระหว่างปรับบัญชีโครงสร้างเงินเดือนรัฐวิสาหกิจเช่นเดียวกัน หลังจากก่อนหน้านี้ ครม.เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมาได้เห็นชอบแนวทางจ่ายโบนัสแก่พนักงานรัฐวิสาหกิจ และปรับอัตราค่าตอบแทนและเบี้ยประชุมกรรมการรัฐวิสาหกิจไปแล้ว ฝ่ายกฎหมาย สคร.กำลังทำเรื่องปรับบัญชีโครงสร้างเงินเดือนใหม่อยู่ โดยดึงบัญชีจากทุกรัฐวิสาหกิจมาพิจารณา
 
แนวทางการปรับบัญชีโครงสร้างเงินเดือนใหม่จะปรับจากเดิมที่มี58ขั้น เป็น 70 ขั้น เนื่องจากปัจจุบันเกิดปัญหาขั้นเงินเดือนตันในระดับขั้นสูงสุด เพราะที่ผ่านมามีการปรับขึ้นเงินเดือนในระดับฐานข้างล่างไปแล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับการขึ้นเงินเดือนข้าราชการไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาท แต่ฐานข้างบนยังไม่ได้ปรับ หลังดำเนินการเสร็จเรียบร้อยจะเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
 
กระทบรายได้รับทั้งทางตรง-อ้อม
 
สำหรับวงเงินที่จำเป็นต้องนำมาใช้จ่ายเพิ่มกรณีเป็นรัฐวิสาหกิจที่สามารถจ่ายเงินเดือนเองได้ก็สามารถใช้รายได้ของตัวเองจ่ายเงินเดือน อย่างไรก็ดี เมื่อค่าใช้จ่ายบุคลากรของรัฐวิสาหกิจเพิ่มขึ้น จะส่งผลให้การคำนวณผลกำไรลดลง ทำให้การจ่ายเงินปันผล และการนำส่งรายได้เข้ารัฐก็จะลดลงตามไปด้วย จะกระทบทางอ้อมต่อรายได้รัฐบาล ขณะเดียวกันในกรณีเป็นรัฐวิสาหกิจที่ขาดทุน ซึ่งปกติต้องของบประมาณจากรัฐบาล รัฐก็จะมีผลกระทบโดยตรง
 
อย่างไรก็ดี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลัง จะต้องพิจารณาถึงเหตุผลความจำเป็น และแนวทางที่ชัดเจน เพื่อเสนอระดับนโยบายตัดสินใจต่อไป
 
ทั้งนี้ ปัจจุบันรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง มีพนักงานรวมกันแล้วมีจำนวนมากกว่า 2.94 แสนคน ที่ผ่านมา สคร.เคยศึกษาปรับโครงสร้างเงินเดือนมาก่อนแล้ว ยกเว้นรัฐวิสาหกิจกลุ่มที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ
 
แบ่งโครงสร้างรายได้ 3 กลุ่ม
 
โดยโครงสร้างเงินเดือนรัฐวิสาหกิจมีอยู่ 3 กลุ่ม กลุ่มแรก มีกว่า 30 แห่ง คือรัฐวิสาหกิจที่ใช้บัญชีโครงสร้างอัตราเงินเดือนค่าจ้าง 58 ขั้น ตามประกาศคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ อาทิ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) การประปานครหลวง (กปน.) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด บริษัท ขนส่ง จำกัด องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เป็นต้น
 
กลุ่มที่ 2 มี 13 แห่ง เป็นรัฐวิสาหกิจที่ ครม.เคยมีมติให้สามารถกำหนดอัตราเงินเดือนค่าจ้างและสวัสดิการเองได้ ตามมาตรา 13 (2) แห่งพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ฯ อาทิ บมจ.ปตท. บมจ.กสท โทรคมนาคม บมจ.ทีโอที บมจ.อสมท. บมจ.การบินไทย เป็นต้น
 
และกลุ่มที่ 3 มี 16 แห่ง ใช้บัญชีโครงสร้างอัตราเงินเดือนค่าจ้างเป็นของตัวเอง อาทิ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารออมสิน เป็นต้น
 
สรส.กระทุ้งรัฐอีกรอบ
 
ด้านแหล่งข่าวจากสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา สรส.ในฐานะตัวแทนพนักงานรัฐวิสาหกิจพยายามเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลปรับโครงสร้างอัตราเงินเดือนอย่างต่อเนื่องโดยได้เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์(ครส.) กระทรวงแรงงาน โดยผ่านทางนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ อดีต รมว.แรงงาน ตั้งแต่ต้นปี 2554 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากที่รายได้ไม่สอดคล้องค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ขณะที่ผู้ใช้แรงงานและข้าราชการมีรายได้เพิ่มจากการปรับขึ้นค่าแรงและอัตราเงินเดือนช่วงก่อนหน้านี้แล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งหาทางแก้ไขโดยด่วน
 
ขณะเดียวกัน สรส.ได้แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นพิจารณาปรับปรุงโครงสร้างอัตรา เงินเดือน เนื่องจากโครงสร้างอัตราเงินเดือนของรัฐวิสาหกิจบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2537 หรือเมื่อ 19 ปีก่อน ทำให้พนักงานขาดขวัญและกำลังใจในการทำงาน ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานรัฐวิสาหกิจทั้งระบบ กระทบต่อเนื่องผลประกอบการและการนำเงินรายได้ส่งเข้ารัฐโดยตรง จึงอยากให้รัฐเข้ามาดูแลและหาทางออกโดยเร็ว
 
 

 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : รื้อเงินเดือน"รัฐวิสาหกิจ" ชงป.ตรีขึ้น50%-เต็มเพดาน2.3แสน

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^