LASTEST NEWS

17 ม.ค. 2561กศจ.ชัยภูมิ เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 27 อัตรา (รายงานตัว25มกราคม2561) 17 ม.ค. 2561สพป.ตรัง เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู 6 อัตรา(สมัคร29ม.ค.-2ก.พ.61) 17 ม.ค. 2561[เช็ครายชื่อที่นี่] สกอ.ประกาศแล้ว! รายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ ครูคืนถิ่น ปี2561 17 ม.ค. 2561โรงเรียนอนุบาลโสธิญา รับสมัครครู 11 อัตรา วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา(ไม่มีใบประกอบวิชาชีพสมัครได้) 17 ม.ค. 2561ข่าวดี! ก.ค.ศ.อนุมัติอัตราว่างเกษียณ ตำแหน่งครูผู้ช่วย 885 อัตรา (เช็ครายละเอียด) 16 ม.ค. 2561*สนามใหญ่มาแล้ว ไม่ต้องผ่านภาค ก วุฒิปวช-ปวส-ป.ตรีทุกสาขา กรมท่าอากาศยาน เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป 16 ม.ค. 2561​(ที่พักและอาหารฟรี) ด่วน ! ประกาศรับสมัครครูพลศึกษา 4 อัตรา 16 ม.ค. 2561คืนครูให้นักเรียน 16 ม.ค. 2561กยศ.เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อสอบคัดเลือกเป็นพนักงาน สมัคร8-26ม.ค.61 16 ม.ค. 2561กกอ.เปิด182หลักสูตรมหา'ลัย ตกมาตรฐาน

เตรียมตัวสอบครู ตอนที่1: วิธีการอ่านหนังสืออย่างไรให้จำได้เร็ว

  • 20 มิ.ย. 2556 เวลา 20:49 น.
  • 230,755 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
เตรียมตัวสอบครู ตอนที่1: วิธีการอ่านหนังสืออย่างไรให้จำได้เร็ว
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

เทคนิคการเตรียมตัวสอบครูผู้ช่วย
ขอบคุณข้อมูลจาก เว็บไซต์สอบครูดอทคอม

ตอนที่1: วิธีการอ่านหนังสืออย่างไรให้จำได้เร็ว

มีเอกสารหรือหนังสือสำหรับใช้เตรียมสอบที่มีคุณภาพและจำนวนมาก จะไม่ก่อประโยชน์อะไรในการสอบเลยหากไม่อ่านหนังสือนั้น ดังนั้นสิ่งที่จะทำให้มีความรู้ ความเข้าใจ คือ การอ่าน การเขียน การฟังการพูดหรือการฝึกทำ เพราะคนเราจะจำหรือเข้าใจในเนื้อหาต้องใช้เรียนรู้หลายๆ วิธี เทคนิคการอ่านหนังสือมีดังนี้
 
         1) ศึกษาหลักสูตรการสอบแข่งขันฯ ให้เข้าใจและจัดหมวดหมู่ของเนื้อหา หนังสือ และวิธีการศึกษา
         2) ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป ควรศึกษาโดยวิธีฝึกทำข้อสอบ ดูเฉลยและทำความเข้าใจ เรื่องไหนที่ยากควรทำจุดสังเกตไว้ในหนังสือหรือบันทึกสรุปวิธีการหรือหลักการหาคำตอบไว้ในสมุดบันทึกใช้ทบทวนในคราวต่อไป
         3) วิชาการศึกษา ควรศึกษาเป็นเรื่องๆ ตามกรอบหลักสูตรสอบฯโดยใช้หนังสือหรือเอกสารหลายๆเล่มประกอบกัน(ไม่ควรอ่านหนังสือที่ละเล่มแต่ควรอ่านที่ละเรื่อง) ทำจุดสังเกต (เน้นความสำคัญ)ไว้ในหนังสือหรือสรุปเนื้อหาไว้ในสมุดบันทึก ใช้ทบทวนในคราวต่อไป
         4) วิชากฎหมายการศึกษา ควรศึกษาเฉพาะกฎหมายที่ระบุในหลักสูตรฯ ในประเด็นสำคัญและเรื่องที่ใช้ในการปฏิบัติงาน บันทึกเรื่องหรือประเด็นสำคัญเอาไว้ทบทวนในคราวต่อไป ควรฝึกทำข้อสอบจะทำให้จดจำได้ (แต่อย่าท่องข้อสอบ)
         5) วิชาเอกหรือวิชาเฉพาะวุฒิ ควรศึกษาในสองลักษณะ คือ ลักษณะการจัดการเรียนการสอนวิชานั้นและเนื้อหาสาระของวิชานั้นๆ ในประเด็นสำคัญ สรุปและบันทึกสาระสำคัญเอาไว้ ฝึกทำข้อสอบวิชานั้นๆ
         6) ควรวางแผนในการศึกษาหรืออ่านหนังสือทั้งในเรื่องสถานที่ เวลา เนื้อหาวิชาตามความถนัดและความสะดวกของตนเอง เช่น สถานที่เหมาะหากเป็นเวลากลางวัน ควรเป็นที่ห้องสมุดสถาบันการศึกษา เพราะเงียบ ไม่มีเสียงรบกวน ไม่ทำให้เสียสมาธิ มีหนังสือให้ค้นคว้า มีบริการอินเตอร์เน็ตหรือสื่ออย่างอื่น เวลาที่เหมาะสำหรับอ่านหนังสือที่บ้านควรจะเป็นตอนเช้าประมาณ 04.00 -06.00นาฬิกา เพราะเป็นเวลาที่สงบเงียบ สมองได้พักผ่อนมาแล้ว ความจดจำและความเข้าใจจะมีสูงการแบ่งเนื้อหาในการศึกษาก็เป็นเรื่องที่สำคัญและคนส่วนมากมักละเลยและให้ความสำคัญเรื่องใดเรื่องหนึ่งเกินไป จนพบปัญหาว่าดูหนังสือไม่ทัน ไม่ครอบคลุมหลักสูตรฯ
         7) นอกจากการศึกษาเอกสารแล้วสื่อเอกสารอย่างอื่นก็เป็นสิ่งจำเป็น เช่น การพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อน การสอบถามหรือปรึกษากับครู อาจารย์ หรือผู้รู้ฯ การเข้ารับการอบรมสัมมนา(ติวสอบฯ) เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ในการสอบเพราะจะได้รู้ความเคลื่อนไหวเทคนิควิธีการต่างๆ หรือการศึกษาโดยสื่อวีดีทัศน์ เทปคำบรรยาย เป็นต้น
         8) การติดตามความเคลื่อนไหวทางการศึกษา สังคม เศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นมากเพราะเนื้อหาเหล่านี้จะกำหนดในหลักสูตรสอบฯ และออกข้อสอบทุกครั้ง เรื่องเหล่านี้จะไม่มีในหนังสือแน่นอนเพราะเป็นเรื่องใหม่ เหตุการณ์ปัจจุบัน วิธีการศึกษาที่ดีที่สุด คือ ติดตามข่าวสารทางโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ วิทยุหรือตามอินเตอร์เน็ต
 
Advertisement

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^