LASTEST NEWS

18 พ.ค. 2565"อดีตรมว.ศึกษาฯ"แนะควรเลิกบังคับ ชุดนักเรียน และ"ทรงผมนักเรียน" 18 พ.ค. 2565กศจ.สมุทรปราการเรียกบรรจุครูผู้ช่วย ครั้งที่ 2 จำนวน 221 อัตรา - รายงานตัว 30-31 พ.ค.2565 17 พ.ค. 2565เทศบาลตำบลพนา รับสมัครคัดเลือกกรณีพิเศษ ไม่ต้องสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุรับราชการ ตำแหน่งครูผู้ช่วย 17 พ.ค. 2565ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) รับสมัครบุคคลภายนอกเพื่อเป็นพนักงานธนาคาร ตั้งแต่บัดนี้ - 22 พ.ค. 17 พ.ค. 2565โรงเรียนสุขานารี รับสมัครครูอัตราจ้าง 4 อัตรา ตั้งแต่วันที่ 9 - 23 พฤษภาคม 2565 17 พ.ค. 2565โรงเรียนบ้านห้วยปราบ รับสมัครครูอัตราจ้าง เงินเดือน 15,000.-บาท สมัคร 16-22 พ.ค.2565 17 พ.ค. 2565โรงเรียนจริมอนุสรณ์ 2 รับสมัครครูอัตราจ้าง 3 อัตรา สมัคร 23 - 25 พฤษภาคม 2565 17 พ.ค. 2565เด็กๆเฮลั่น! รัฐมนตรีศึกษาธิการ เปิดกว้าง เสรีทรงผมนักเรียน 17 พ.ค. 2565ยังไม่เห็นผลงาน! นายกฯสั่งศธ.ถอดบทเรียน ปฏิรูปการศึกษาล่าช้า 17 พ.ค. 2565ปลัดสธ.เผยไม่มีมาตรการบังคับตรวจ ATK ก่อนเข้าเรียน และไม่ได้ให้ตรวจทุก 3-5 วันหรือทุกสัปดาห์

เตรียมตัวสอบครู ตอนที่1: วิธีการอ่านหนังสืออย่างไรให้จำได้เร็ว

  • 20 มิ.ย. 2556 เวลา 20:49 น.
  • 246,108 ครั้ง
  • LINE it!
เตรียมตัวสอบครู ตอนที่1: วิธีการอ่านหนังสืออย่างไรให้จำได้เร็ว

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

เทคนิคการเตรียมตัวสอบครูผู้ช่วย
ขอบคุณข้อมูลจาก เว็บไซต์สอบครูดอทคอม

ตอนที่1: วิธีการอ่านหนังสืออย่างไรให้จำได้เร็ว

มีเอกสารหรือหนังสือสำหรับใช้เตรียมสอบที่มีคุณภาพและจำนวนมาก จะไม่ก่อประโยชน์อะไรในการสอบเลยหากไม่อ่านหนังสือนั้น ดังนั้นสิ่งที่จะทำให้มีความรู้ ความเข้าใจ คือ การอ่าน การเขียน การฟังการพูดหรือการฝึกทำ เพราะคนเราจะจำหรือเข้าใจในเนื้อหาต้องใช้เรียนรู้หลายๆ วิธี เทคนิคการอ่านหนังสือมีดังนี้
 
         1) ศึกษาหลักสูตรการสอบแข่งขันฯ ให้เข้าใจและจัดหมวดหมู่ของเนื้อหา หนังสือ และวิธีการศึกษา
         2) ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป ควรศึกษาโดยวิธีฝึกทำข้อสอบ ดูเฉลยและทำความเข้าใจ เรื่องไหนที่ยากควรทำจุดสังเกตไว้ในหนังสือหรือบันทึกสรุปวิธีการหรือหลักการหาคำตอบไว้ในสมุดบันทึกใช้ทบทวนในคราวต่อไป
         3) วิชาการศึกษา ควรศึกษาเป็นเรื่องๆ ตามกรอบหลักสูตรสอบฯโดยใช้หนังสือหรือเอกสารหลายๆเล่มประกอบกัน(ไม่ควรอ่านหนังสือที่ละเล่มแต่ควรอ่านที่ละเรื่อง) ทำจุดสังเกต (เน้นความสำคัญ)ไว้ในหนังสือหรือสรุปเนื้อหาไว้ในสมุดบันทึก ใช้ทบทวนในคราวต่อไป
         4) วิชากฎหมายการศึกษา ควรศึกษาเฉพาะกฎหมายที่ระบุในหลักสูตรฯ ในประเด็นสำคัญและเรื่องที่ใช้ในการปฏิบัติงาน บันทึกเรื่องหรือประเด็นสำคัญเอาไว้ทบทวนในคราวต่อไป ควรฝึกทำข้อสอบจะทำให้จดจำได้ (แต่อย่าท่องข้อสอบ)
         5) วิชาเอกหรือวิชาเฉพาะวุฒิ ควรศึกษาในสองลักษณะ คือ ลักษณะการจัดการเรียนการสอนวิชานั้นและเนื้อหาสาระของวิชานั้นๆ ในประเด็นสำคัญ สรุปและบันทึกสาระสำคัญเอาไว้ ฝึกทำข้อสอบวิชานั้นๆ
         6) ควรวางแผนในการศึกษาหรืออ่านหนังสือทั้งในเรื่องสถานที่ เวลา เนื้อหาวิชาตามความถนัดและความสะดวกของตนเอง เช่น สถานที่เหมาะหากเป็นเวลากลางวัน ควรเป็นที่ห้องสมุดสถาบันการศึกษา เพราะเงียบ ไม่มีเสียงรบกวน ไม่ทำให้เสียสมาธิ มีหนังสือให้ค้นคว้า มีบริการอินเตอร์เน็ตหรือสื่ออย่างอื่น เวลาที่เหมาะสำหรับอ่านหนังสือที่บ้านควรจะเป็นตอนเช้าประมาณ 04.00 -06.00นาฬิกา เพราะเป็นเวลาที่สงบเงียบ สมองได้พักผ่อนมาแล้ว ความจดจำและความเข้าใจจะมีสูงการแบ่งเนื้อหาในการศึกษาก็เป็นเรื่องที่สำคัญและคนส่วนมากมักละเลยและให้ความสำคัญเรื่องใดเรื่องหนึ่งเกินไป จนพบปัญหาว่าดูหนังสือไม่ทัน ไม่ครอบคลุมหลักสูตรฯ
         7) นอกจากการศึกษาเอกสารแล้วสื่อเอกสารอย่างอื่นก็เป็นสิ่งจำเป็น เช่น การพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อน การสอบถามหรือปรึกษากับครู อาจารย์ หรือผู้รู้ฯ การเข้ารับการอบรมสัมมนา(ติวสอบฯ) เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ในการสอบเพราะจะได้รู้ความเคลื่อนไหวเทคนิควิธีการต่างๆ หรือการศึกษาโดยสื่อวีดีทัศน์ เทปคำบรรยาย เป็นต้น
         8) การติดตามความเคลื่อนไหวทางการศึกษา สังคม เศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นมากเพราะเนื้อหาเหล่านี้จะกำหนดในหลักสูตรสอบฯ และออกข้อสอบทุกครั้ง เรื่องเหล่านี้จะไม่มีในหนังสือแน่นอนเพราะเป็นเรื่องใหม่ เหตุการณ์ปัจจุบัน วิธีการศึกษาที่ดีที่สุด คือ ติดตามข่าวสารทางโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ วิทยุหรือตามอินเตอร์เน็ต
 

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^