LASTEST NEWS

26 พ.ค. 2561โรงเรียนวัดจันทราวาส รับสมัครครูอัตราจ้าง เอกปฐมวัย วุฒิป.ตรี เงินเดือน 5,000.- บาท 26 พ.ค. 2561โรงเรียนวัดนาแก้ว รับสมัครครูอัตราจ้าง วุฒิปริญญตรี เงินเดือน 5,500 บาท 26 พ.ค. 2561โครงการอบรมหลักสูตร การพัฒนาศักยภาพบุคลากรภาครัฐด้าน Data Analytics และ Big Data โดยใช้เทคโนโลยีโอเพนซอร์ส 26 พ.ค. 2561โรงเรียนอนุบาลนานาชาติตากสินบ้านค่าย(วัดหวายกรอง) รับสมัครครูภาษาอังกฤษ 26 พ.ค. 2561โรงเรียนอนุบาลเมืองเสลภูมิ รับสมัครครูอัตราจ้าง 3 อัตรา (สมัคร25-31พ.ค.61) 26 พ.ค. 2561แนะครูฟังเด็กคิดสอนให้วิเคราะห์ 26 พ.ค. 2561โรงเรียนนานาชาติแองโกลสิงคโปร์ รับสมัคร รองผู้อำนวยการ โรงเรียนนานาชาติ 26 พ.ค. 2561กรมบัญชีกลางแจงเงินเดือนพนักงาน – ลูกจ้างไม่ได้ใช้กับ กระทรวงสาธารณสุข 25 พ.ค. 2561กรุงเทพมหานคร รับสมัครคัดเลือกบุคคลเข้าปฏิบัติงานในตำแหน่งต่างๆ จำนวน 41 อัตรา สมัคร 1-15 มิ.ย.2561 25 พ.ค. 2561แถลงชี้แจงระเบียบ ก.คลังจ้างพนักงานหรือลูกจ้างจากเงินนอกงบประมาณ

เตรียมตัวสอบครู ตอนที่1: วิธีการอ่านหนังสืออย่างไรให้จำได้เร็ว

  • 20 มิ.ย. 2556 เวลา 20:49 น.
  • 233,660 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
เตรียมตัวสอบครู ตอนที่1: วิธีการอ่านหนังสืออย่างไรให้จำได้เร็ว
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

เทคนิคการเตรียมตัวสอบครูผู้ช่วย
ขอบคุณข้อมูลจาก เว็บไซต์สอบครูดอทคอม

ตอนที่1: วิธีการอ่านหนังสืออย่างไรให้จำได้เร็ว

มีเอกสารหรือหนังสือสำหรับใช้เตรียมสอบที่มีคุณภาพและจำนวนมาก จะไม่ก่อประโยชน์อะไรในการสอบเลยหากไม่อ่านหนังสือนั้น ดังนั้นสิ่งที่จะทำให้มีความรู้ ความเข้าใจ คือ การอ่าน การเขียน การฟังการพูดหรือการฝึกทำ เพราะคนเราจะจำหรือเข้าใจในเนื้อหาต้องใช้เรียนรู้หลายๆ วิธี เทคนิคการอ่านหนังสือมีดังนี้
 
         1) ศึกษาหลักสูตรการสอบแข่งขันฯ ให้เข้าใจและจัดหมวดหมู่ของเนื้อหา หนังสือ และวิธีการศึกษา
         2) ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป ควรศึกษาโดยวิธีฝึกทำข้อสอบ ดูเฉลยและทำความเข้าใจ เรื่องไหนที่ยากควรทำจุดสังเกตไว้ในหนังสือหรือบันทึกสรุปวิธีการหรือหลักการหาคำตอบไว้ในสมุดบันทึกใช้ทบทวนในคราวต่อไป
         3) วิชาการศึกษา ควรศึกษาเป็นเรื่องๆ ตามกรอบหลักสูตรสอบฯโดยใช้หนังสือหรือเอกสารหลายๆเล่มประกอบกัน(ไม่ควรอ่านหนังสือที่ละเล่มแต่ควรอ่านที่ละเรื่อง) ทำจุดสังเกต (เน้นความสำคัญ)ไว้ในหนังสือหรือสรุปเนื้อหาไว้ในสมุดบันทึก ใช้ทบทวนในคราวต่อไป
         4) วิชากฎหมายการศึกษา ควรศึกษาเฉพาะกฎหมายที่ระบุในหลักสูตรฯ ในประเด็นสำคัญและเรื่องที่ใช้ในการปฏิบัติงาน บันทึกเรื่องหรือประเด็นสำคัญเอาไว้ทบทวนในคราวต่อไป ควรฝึกทำข้อสอบจะทำให้จดจำได้ (แต่อย่าท่องข้อสอบ)
         5) วิชาเอกหรือวิชาเฉพาะวุฒิ ควรศึกษาในสองลักษณะ คือ ลักษณะการจัดการเรียนการสอนวิชานั้นและเนื้อหาสาระของวิชานั้นๆ ในประเด็นสำคัญ สรุปและบันทึกสาระสำคัญเอาไว้ ฝึกทำข้อสอบวิชานั้นๆ
         6) ควรวางแผนในการศึกษาหรืออ่านหนังสือทั้งในเรื่องสถานที่ เวลา เนื้อหาวิชาตามความถนัดและความสะดวกของตนเอง เช่น สถานที่เหมาะหากเป็นเวลากลางวัน ควรเป็นที่ห้องสมุดสถาบันการศึกษา เพราะเงียบ ไม่มีเสียงรบกวน ไม่ทำให้เสียสมาธิ มีหนังสือให้ค้นคว้า มีบริการอินเตอร์เน็ตหรือสื่ออย่างอื่น เวลาที่เหมาะสำหรับอ่านหนังสือที่บ้านควรจะเป็นตอนเช้าประมาณ 04.00 -06.00นาฬิกา เพราะเป็นเวลาที่สงบเงียบ สมองได้พักผ่อนมาแล้ว ความจดจำและความเข้าใจจะมีสูงการแบ่งเนื้อหาในการศึกษาก็เป็นเรื่องที่สำคัญและคนส่วนมากมักละเลยและให้ความสำคัญเรื่องใดเรื่องหนึ่งเกินไป จนพบปัญหาว่าดูหนังสือไม่ทัน ไม่ครอบคลุมหลักสูตรฯ
         7) นอกจากการศึกษาเอกสารแล้วสื่อเอกสารอย่างอื่นก็เป็นสิ่งจำเป็น เช่น การพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อน การสอบถามหรือปรึกษากับครู อาจารย์ หรือผู้รู้ฯ การเข้ารับการอบรมสัมมนา(ติวสอบฯ) เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ในการสอบเพราะจะได้รู้ความเคลื่อนไหวเทคนิควิธีการต่างๆ หรือการศึกษาโดยสื่อวีดีทัศน์ เทปคำบรรยาย เป็นต้น
         8) การติดตามความเคลื่อนไหวทางการศึกษา สังคม เศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นมากเพราะเนื้อหาเหล่านี้จะกำหนดในหลักสูตรสอบฯ และออกข้อสอบทุกครั้ง เรื่องเหล่านี้จะไม่มีในหนังสือแน่นอนเพราะเป็นเรื่องใหม่ เหตุการณ์ปัจจุบัน วิธีการศึกษาที่ดีที่สุด คือ ติดตามข่าวสารทางโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ วิทยุหรือตามอินเตอร์เน็ต
 
Advertisement
Advertisement

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^