LASTEST NEWS

03 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องผ่านภาค ก) วุฒิป.ตรี เงินดือน 27,130 บาท ส.ป.ก.เปิดรับสมัครพนักงานราชการ 03 ธ.ค. 2559รบ.เร่งจัดทำปฏิทินวันหยุดปี’60 เตรียมจัด จุดเทียน-สวดมนต์ข้ามปีทั่วประเทศ​ 03 ธ.ค. 2559กศจ.สงขลา เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 47 อัตรา รายงานตัว 13 ธันวาคม 2559 02 ธ.ค. 2559ฝาก ศธ.สอนเด็กยอมรับการคิดต่างแต่มีจุดลงตัวร่วมกัน 02 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องมีวุฒิครู) รับป.ตรีทุกสาขา สพป.นครสวรรค์ เขต 3 เปิดสอบครูธุรการ 2 อัตรา เงินเดือน15,000บาท 02 ธ.ค. 2559มติบอร์คุรุสภาไม่รับอุทธรณ์จาก ม.กรุงเทพธนบุรี 02 ธ.ค. 2559ขำลั่นโรงเรียน !! ท่าน ผอ. อารมณ์ดี ร่ายกลอนลำแนะนำตัวรับตำแหน่งใหม่ 01 ธ.ค. 2559บอร์ดคุรุสภาไม่รับอุทธรณ์มกธ.เยียวยา ‘2.5 พัน’ มหาบัณฑิต เห็นชอบร่างเกณฑ์ให้ผู้จบสาขาอื่น ขอใบอนุญาตฯได้ 01 ธ.ค. 2559ผอ.โรงเรียนตามเกณฑ์ใหม่ไม่ต้องจบโทบริหารก็ได้ 01 ธ.ค. 2559กสถ.คัดเลือกมหา'ลัยไม่ลงตัว ส่อเลื่อนสมัครสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น

'เสริมศักดิ์'ส่ง 47 ชื่อ ส่อโกงสอบ'ครูผู้ช่วย' ให้'ดีเอสไอ-ก.ค.ศ.'

  • 10 มิ.ย. 2556 เวลา 12:18 น.
  • 2,522 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
'เสริมศักดิ์'ส่ง 47 ชื่อ ส่อโกงสอบ'ครูผู้ช่วย' ให้'ดีเอสไอ-ก.ค.ศ.'

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

'เสริมศักดิ์'พร้อมจัดส่ง 47 รายชื่อส่อทุจริตครูผู้ช่วย ให้ดีเอสไอ-ก.ค.ศ. ลุยสั่งการให้ออกจากราชการเพิ่ม ประธาน อ.ก.ค.ศ.บุรีรัมย์ เขต 1 พร้อมอ้าแขนรับผู้ทุจริตสอบแต่ชิงลาออกก่อน
 
          เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยกรณีที่นายชอบ ลีชอ อดีตผู้ตรวจราชการ ศธ.ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการหนังสือพิมพ์มติชนรายวันวิเคราะห์ข้อมูลการสอบครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็น หรือเหตุพิเศษ ว12 เมื่อเดือนมกราคม 2556 ได้นำเสนอผลการวิเคราะห์คะแนนกลุ่มที่สอบครูผู้ช่วยที่ผ่านมา ที่ได้คะแนนรวม 80-90% จำนวน 104 ราย ที่ทำข้อสอบในข้อ 34 ผิด โดยเลือกคำตอบข้อ ก เช่นเดียวกับกลุ่ม 344 คน พบว่ามีกลุ่มน่าสงสัยปานกลาง 30 กว่าคน และกลุ่มที่ระดับความน่าสงสัยเหมือนกับ 344 ราย จำนวน 47 คน ที่ค่อนข้างชัดเจนในการทุจริตว่า ได้รับข้อมูลดังกล่าวแล้ว และกำลังดูข้อมูลว่าจะมีประโยชน์ในด้านคดีอย่างไรบ้าง โดยจะต้องส่งข้อมูลให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หรือส่วนงานที่เกี่ยวข้องไหนบ้าง ในส่วนของ 47 รายที่วิเคราะห์แล้วค่อนข้างชัดเจนว่าทุจริต จะต้องใช้กระบวนการเดียวกับ 344 ราย คือส่งข้อมูลให้ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) และดีเอสไอ เพื่อแจ้งไปยังคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา ให้ดำเนินการเช่นเดียวกัน 344 ราย
 
          นายเสริมศักดิ์กล่าวต่อว่า กรณีครูผู้ช่วยในกลุ่ม 344 ราย ได้รับการบรรจุแต่งตั้งไปแล้ว แต่ได้ชิงลาออกก่อนที่ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ จะมีมติสั่งให้ผู้อำนวยการโรงเรียนดำเนินการให้ออก และมีบางหน่วยงานของ ศธ.จะรับคนกลุ่มนี้เข้าไปทำงานต่อนั้น ได้มอบให้ ก.ค.ศ.ไปศึกษาในข้อกฎหมายว่าการลาออกก่อนจะมีการดำเนินการสอบวินัยและคดีอาญา จะมีผลในเรื่องของการเสื่อมเสีย การทุจริต ด่างพร้อยในการรับราชการหรือไม่ จะได้แจ้งให้ส่วนราชการทุกหน่วยงานของ ศธ.ได้รับทราบเป็นแนวปฏิบัติกันต่อไป
 
          "ส่วนการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นครูผู้ช่วยกรณีทั่วไป ประจำปี 2556 ที่จะสอบระหว่างวันที่ 22-24 มิถุนายนนี้ นอกจากผมได้ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ให้ประสานไปยังสถานีตำรวจภูธรทุกแห่ง ส่งสายสืบหาข่าวว่ามีกระบวนการทุจริตสอบบรรจุครูผู้ช่วยในพื้นที่ใดหรือไม่ รวมทั้งการขอสนับสนุนเครื่องตรวจวัสดุต้องห้ามในการสอบ พร้อมทั้งการตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือในสนามสอบแล้ว ยังได้ประสานเพื่อขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่เปิดสอบ แจ้งไปยังปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้ช่วยกันสอดส่องด้วยว่ามีข่าวการทุจริตหรือไม่ รวมถึงได้ให้นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัด ศธ. มอบผู้ตรวจราชการออกตรวจเยี่ยมเขตพื้นที่ฯ 79 เขต ที่เปิดสอบคราวนี้ด้วย" นายเสริมศักดิ์กล่าว
 
          นายพิสิษฐ์ ชดกิ่ง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) นครราชสีมา เขต 3 กล่าวถึงความคืบหน้าจัดสอบบรรจุครูผู้ช่วยทั่วไป ในวันที่ 22-24 มิถุนายน ว่า สพป.นครราชสีมา เขต 3 ได้เตรียมสนามสอบไว้ 3 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนปักธงชัยประชานิรมิต, โรงเรียนปักธงชัยชุณหวัณวิทยาคาร และโรงเรียนบ้านเมืองปักสามัคคี มีผู้มีสิทธิสอบทั้งหมด 2,745 คน ใน 7 สาขาวิชาเอก ได้เตรียมมาตรการป้องกันการทุจริตสอบอย่างเข้มงวด ตั้งแต่เดินเข้ามาในสนามสอบ การตรวจเอกสาร การเฝ้าจับตาดูพฤติกรรม แปลกๆ รวมทั้งประสานรถดักจับสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ มั่นใจว่าจะไม่มีการทุจริตเกิดขึ้นซ้ำอีกแน่นอน
 
          นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ในฐานะประธาน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1 กล่าวว่า กรณีที่ดีเอสไอส่งรายชื่อผู้ที่เข้าข่ายทุจริต 344 คน มาให้พิจารณาดำเนินการตามกฎหมายนั้น ในส่วนของ สพป.บุรีรัมย์ เขต 1 ได้รับข้อมูลจากดีเอสไอว่ามีผู้ที่ทำคะแนนสูงผิดปกติ 4 ราย ในจำนวนดังกล่าวเป็นผู้ที่ตอบข้อ 34 ผิด จำนวน 3 ราย แต่มีผู้ที่สอบบรรจุได้แค่ 2 รายเท่านั้น ดังนั้น จะนำทั้ง 2 ราย ที่ได้รับการบรรจุเข้าที่ประชุม อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ บุรีรัมย์ เขต 1 เพื่อพิจารณาสัปดาห์หน้า แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครชิงลาออก อย่างไรก็ตาม หากชิงลาออกก็มีสิทธิไปบรรจุเข้ารับราชการที่สังกัดอื่น
 
          ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ถือว่าคนเหล่านี้มีความด่างพร้อยทางศีลธรรมจริยธรรม สามารถรับราชการได้อีกหรือ นายประเสริฐกล่าวว่า แม้จะมีปัญหาด่างพร้อยทางศีลธรรมจริยธรรมก็จริง แต่เนื่องจากยังไม่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยใดๆ เพราะชิงลาออกก่อน จึงไม่มีประวัติ ดังนั้น จึงสามารถไปบรรจุรับราชการที่สังกัดอื่นได้
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้ามีครูผู้ช่วยที่ส่อทุจริต และชิงลาออกมาสมัครเป็นครูที่ กศน.ทาง กศน.จะรับเข้าทำงานหรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า รับสมัครได้ตามปกติ เพราะถือว่าไม่มีประวัติถูกสอบทางวินัย
 
          นางรัตนา ศรีเหรัญ เลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าวถึงความคืบหน้าในการดูแลการจัดสอบครูผู้ช่วยทั่วไป จัดสอบระหว่างวันที่ 22-24 มิถุนายน ว่า ก.ค.ศ.จะจัดส่งคณะทำงานจำนวน 80 คน ลงไปดูแลติดตามเกี่ยวกับการสอบครูผู้ช่วยทุกประเด็น ไม่ใช่เฉพาะประเด็นการทุจริตสอบเท่านั้น จะมีเครื่องมือให้ผู้แทนทั้ง 80 คน สำหรับจัดเก็บข้อมูล แต่ละคนจะลงไปดูแลคนละเขตพื้นที่ฯ หรือส่วนราชการที่จัดสอบ ซึ่งมีทั้งหมด 80 แห่ง จำแนกเป็น 78 เขตพื้นที่ฯ และ 2 ส่วนราชการ ได้แก่ สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) และวิทยาลัยชุมชน (วชช.) โดยคณะทำงานจะเริ่มเดินทางล่วงหน้าลงไปสังเกตการณ์และเก็บข้อมูลตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน และกลับขึ้นมาในวันที่ 25 มิถุนายน ก่อนจะรายงานผลต่อ ก.ค.ศ.
 
          นางรัตนากล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าในการสั่งให้ผู้เข้าข่ายทุจริตสอบครูผู้ช่วย ว12 ออกจากราชการตามหนังสือของดีเอสไอ และมติ ก.ค.ศ.จำนวน 344 ราย จาก 119 เขตพื้นที่ฯ นั้น จนถึงขณะนี้มีเขตพื้นที่ฯรายงานมายังสำนักงาน ก.ค.ศ.น้อยมาก มีเพียงแค่ 5 เขต เท่านั้น โดยมีกรณีที่ลาออกก่อนที่หนังสือของสำนักงาน ก.ค.ศ.ไปถึงเขตพื้นที่ฯ 2 ราย จาก 2 เขตพื้นที่ฯ ตนได้ข่าวว่าเป็นการลาออกเพื่อไปบรรจุรับราชการในบัญชีสอบแข่งขัน เป็นคนละบัญชีกับบัญชีสอบคัดเลือกครูผู้ช่วย ว12 โดยสำนักงาน ก.ค.ศ.จะต้องตรวจสอบก่อนว่าเป็นจริงตามนั้นหรือไม่ หากจริงต้องไปดูว่าผู้ลาออก 2 รายดังกล่าวทุจริตการสอบครูผู้ช่วย ว12 ครั้งที่ผ่านมาหรือไม่ ถ้าทุจริต โดยหลักการต้องถือว่าขาดคุณสมบัติ และต้องถูกสั่งให้ออกจากราชการต่อไป
 
          "นอกจากนี้ มี 2 เขตพื้นที่ฯที่รายงานเข้ามาว่าได้สั่งการให้ผู้ที่มีรายชื่อตามหนังสือดีเอสไอ และ ก.ค.ศ.ออกจากราชการ และอีก 1 เขตพื้นที่ฯ รายงานว่าอยู่ในขั้นตอนเชิญผู้อำนวยการโรงเรียนมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการให้ครูที่เข้าข่ายทุจริตออกจากราชการ ทั้งนี้ หลังจากที่เขตพื้นที่ฯรายงานข้อมูลเข้ามามากแล้ว สำนักงาน ก.ค.ศ.ถึงจะรวบรวมนำเสนอที่ประชุม ก.ค.ศ.พิจารณาต่อไป" นางรัตนากล่าว
 
          ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา ผศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ ประธาน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครราชสีมา เขต 7 เปิดเผยกรณีดีเอสไอเรียกตัวผู้ที่สอบบรรจุครูผู้ช่วยของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. ได้ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา จำนวน 51 ราย มาสอบปากคำระหว่างวันที่ 4-7 มิถุนายนที่ผ่านมา ว่า ทราบว่ามีการนำข้อสอบชุดเดียวกันกับที่สอบในวันที่ 13 มกราคม 2556 สุ่มมาให้พยานทั้งหมดทดลองทำ 20 ข้อ แต่ละคนทำข้อสอบได้เพียง 8-9 ข้อเท่านั้น แม้ไม่สามารถวัดผลการทุจริตสอบได้ 100% ผู้ให้ปากคำอาจอ้างว่าอาจจะลืมไปแล้ว แต่เห็นว่าระยะเวลาในการเตรียมตัวสอบมานานหลายเดือน หากเป็นข้อสอบที่เคยผ่านตาเพียงไม่กี่เดือน ก็ไม่ควรทำข้อสอบเดิมได้คะแนนน้อยกว่าครึ่ง ต้องถามไปที่ดีเอสไอด้วยว่าข้อสอบที่นำมาให้ทำใหม่นั้น เป็นข้อสอบประเภทใด เช่น ประเภทใช้ความจำ ประเภทคิดวิเคราะห์ หรือประเภทวัดกระบวนการ หากเป็นประเภทความจำก็อาจลืมเลือนไปตามกาลเวลา แต่หากเป็นประเภทคิดวิเคราะห์ ต่อให้ทำใหม่กี่รอบก็จะสามารถคิดวิเคราะห์ได้เหมือนเดิมทุกครั้ง
 
          "เรื่องนี้จะเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการจับผิดคนโกงสอบได้ ต่อจากนี้ไป เชื่อว่าทางดีเอสไอจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากจากพยานที่ให้ความร่วมมือ จะสาวไปถึงตัวการใหญ่ได้หรือไม่นั้นไม่ค่อยมั่นใจนัก เพราะได้ข่าวว่าจะมีการตัดตอนให้คนผิดมาอยู่ที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายคอมพิวเตอร์ที่พิมพ์ และผลิตข้อสอบ แล้วส่งมาให้ผู้อำนวยการโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้กระจายเฉลยข้อสอบออกไป ในความเป็นจริงนั้นเป็นไปไม่ได้เลย เพราะการพิมพ์หรือผลิตข้อสอบ ไม่ได้อยู่ที่ จ.นครราชสีมา มั่นใจได้ว่าข้อสอบต้องหลุดมาจากผู้ใหญ่ระดับกระทรวงแน่นอน" ผศ.ดร.อดิศรกล่าว
 
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : 'เสริมศักดิ์'ส่ง 47 ชื่อ ส่อโกงสอบ'ครูผู้ช่วย' ให้'ดีเอสไอ-ก.ค.ศ.'

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^