LASTEST NEWS

23 มิ.ย. 2560สพม.19 รับสมัครลูกจ้างชั่วคราว 7 ตำแหน่ง 12 อัตรา 22 มิ.ย. 256026 มิถุนายน วันสุนทรภู่ ตัวอย่างกลอนสดุดีสุนทรภู่ รวมกลอนสุนทรภู่ (ต่อ) 22 มิ.ย. 256026 มิถุนายน วันสุนทรภู่ ประวัติสุนทรภู่ ตัวอย่างกลอนสดุดีสุนทรภู่ รวมกลอนสุนทรภู่ 22 มิ.ย. 2560รับเยอะ 12 อัตรา สพม.19 เปิดสอบครูอัตราจ้าง ครูวิทย์คณิต ครูขั้นวิกฤต ครูพักนอน ครูธุรการ วุฒิป.ตรีทุกสาขา 22 มิ.ย. 2560โรงเรียนสวนอนันต์ รับสมัครครูอัตราจ้าง เงินเดือน 12,000 บาท 22 มิ.ย. 2560โรงเรียนวัดราชบพิธ รับสมัครบรรณารักษ์ เงินเดือน 15,000 บาท 22 มิ.ย. 2560โรงเรียนสุวรรณารามวิทยาคม รับสมัครเจ้าหน้าที่สำนักงาน (ไม่ใช้วุฒิครู) เงินเดือน 15,000บาท 22 มิ.ย. 2560"ชัยพฤกษ์" ดูแลครูรับผลกระทบวิทยฐานะใหม่ 22 มิ.ย. 2560ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 317/2560 ผลประชุมองค์กรหลัก 20 มิถุนายน 2560 22 มิ.ย. 2560โรงเรียนบ้านหนองยาง เปิดสอบครูอัตราจ้าง วุฒิปริญญาตรีทุกสาขาวิชาเอก

มติ ครม.ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา (วันที่ 28 พฤษภาคม 2556)

  • 28 พ.ค. 2556 เวลา 22:08 น.
  • 5,771 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
มติ ครม.ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา (วันที่ 28 พฤษภาคม 2556)

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ศึกษาธิการ -สรุปมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2556 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ 3 เรื่อง คือ 1) เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิทยาลัยชุมชน 2) เห็นชอบโครงการความร่วมมือจัดทำข้อเสนอนโยบายด้านการศึกษาของประเทศไทยโดย UNESCO ร่วมกับ OECD 3) รับทราบการประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของส่วนราชการ จังหวัดและสถาบันอุดมศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556
 
เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิทยาลัยชุมชน
 
ครม.มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิทยาลัยชุมชน พ.ศ. .... ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป
 
สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ
 
1) กำหนดให้สถาบันเป็นนิติบุคคลและเป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ซึ่งจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญาโดยวิทยาลัยชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การศึกษา ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อสร้างความเข้มแข็งของท้องถิ่นและชุมชน ตอบสนองและสอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นและชุมชน
 
2) กำหนดให้สถาบันแบ่งส่วนราชการ ออกเป็นสำนักงานสถาบันวิทยาลัย ส่วนราชการอื่นๆ และให้การจัดตั้ง การรวม การโอนหรือการยุบเลิกวิทยาลัย หรือส่วนราชการอื่นจัดทำเป็นกฎกระทรวง เว้นแต่การแบ่งส่วนราชการภายในให้ทำเป็นประกาศสถาบัน
 
3) กำหนดให้สถาบันมีรายได้นอกจากเงินที่กำหนดไว้ในงบประมาณแผ่นดิน ได้แก่ เงินผลประโยชน์ ค่าธรรมเนียม เบี้ยปรับ ค่าปรับ และค่าบริการต่าง ๆ ของสถาบันเงินอุดหนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือเงินอุดหนุนอื่นที่สถาบันได้รับเพื่อใช้ในการดำเนินกิจการของสถาบัน เงินและทรัพย์สินซึ่งมีผู้อุทิศให้ เป็นต้น และให้รายได้ของมหาวิทยาลัยไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
 
 
4) กำหนดให้มีสภาสถาบัน ประกอบด้วยนายกสภาสถาบัน กรรมการโดยตำแหน่ง กรรมการซึ่งเลือกจากผู้แทนภาคเอกชน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กำหนดคุณสมบัติหลักเกณฑ์ วิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งนายกสภาสถาบันและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและภาคเอกชนเป็นไปตามที่กำหนด และให้สภาสถาบันมีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนด
 
5) กำหนดให้มีสภาวิชาการ สภาวิทยาลัย และคณะกรรมการส่งเสริมกิจการวิทยาลัย โดยมีองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนด และให้จำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง ตลอดจนการประชุมเป็นไปตามที่กำหนด
 
6) กำหนดให้มีผู้อำนวยการสถาบันเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบการบริหารงานของสถาบัน กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสถาบัน และให้ผู้อำนวยการมีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนด
 
7) กำหนดให้วิทยาลัยซึ่งเป็นส่วนราชการในสถาบันมีหน้าที่จัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญา และฝึกอบรมด้านวิชาการหรือด้านวิชาชีพ และให้วิทยาลัยบริหารและจัดการศึกษาบนพื้นฐานของการประสานความร่วมมือระหว่างรัฐกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชน ตลอดจนการระดมทรัพยากรและการสนับสนุน
 
8) กำหนดห้ามมิให้วิทยาลัยปฏิเสธการรับบุคคลเข้าศึกษาในวิทยาลัยหรือยุติหรือชะลอการศึกษาของนักศึกษาด้วยเหตุเพียงว่าผู้นั้นขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อจ่ายค่าธรรมเนียมการศึกษา สำหรับหลักเกณฑ์การพิจารณาว่านักศึกษาผู้ใดเป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้เป็นไปตามระเบียบที่สภาสถาบันกำหนด
 
9) กำหนดให้มีผู้อำนวยการวิทยาลัย ซึ่งแต่งตั้งจากผู้มีคุณสมบัติตามที่กำหนด หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาเป็นไปตามข้อบังคับของสถาบัน วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และให้ผู้อำนวยการมีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนด
 
10) กำหนดบทเฉพาะกาล เกี่ยวกับการโอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณฯ การโอนบรรดาข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างของส่วนราชการ การดำรงตำแหน่งประธานกรรมการและกรรมการต่าง ๆ การได้รับอนุปริญญาและประกาศนียบัตร ตลอดจนกฎกระทรวง กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
 
เห็นชอบโครงการความร่วมมือจัดทำข้อเสนอนโยบายด้านการศึกษาของประเทศไทยโดย UNESCO ร่วมกับ OECD
 
ครม.มีมติเห็นชอบตามที่ ศธ.เสนอ ดังนี้
 
1. เห็นชอบในหลักการโครงการความร่วมมือจัดทำข้อเสนอนโยบายด้านการศึกษาของประเทศไทย โดยองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ร่วมกับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) โดยจ่ายค่าตอบแทน สำหรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจำนวน 10,400,000 บาท หรือ 252,000 ยูโร (อัตราแลกเปลี่ยน 39.98 บาท ต่อ 1 ยูโร) ให้เบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 ของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา แผนงานสร้างและกระจายโอกาสทางการศึกษาให้ทั่วถึงและเป็นธรรม ผลผลิตนโยบายและแผนด้านการศึกษา งบรายจ่ายอื่น รายการค่าใช้จ่ายในการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย ยุทธศาสตร์ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของชาติที่ดำเนินการบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว และยังมีเงินคงเหลือเพียงพอไปดำเนินการ
 
2. ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หรือผู้ที่รัฐมนตรีมอบหมาย เป็นผู้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือ กับองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)
 
สาระสำคัญของเรื่อง
 
1) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ได้จัดทำโครงการความร่วมมือ ข้อเสนอนโยบายด้านการศึกษาของประเทศไทย โดยองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ร่วมกับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและประสิทธิภาพการศึกษาให้ได้มาตรฐานสากล การเรียนรู้อย่างเท่าทันต่อสภาวการณ์ปัจจุบัน และอนาคต โดยดำเนินงานให้มีความสอดคล้องกับนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาล และแนวนโยบายแห่งรัฐ
 
2. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาได้ดำเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำร่างยุทธศาสตร์การศึกษา พ.ศ. 2556-2558 เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและประสิทธิภาพการศึกษาให้ได้มาตรฐานสากล รวมทั้งการติดตามประเมินผลใน 4 ภูมิภาค ในช่วง เดือนมกราคม – มีนาคม 2556 และได้มีการปรึกษาหารือกับองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ในการจัดทำข้อเสนอนโยบายด้านการศึกษาของประเทศไทย และร่างข้อตกลงในความร่วมมือในการจัดทำข้อเสนอนโยบายการศึกษาของประเทศ โดยมีขอบเขตและระเบียบวิธีดำเนินการ ดังนี้
 
2.1 ขอบเขตการจัดทำข้อเสนอนโยบายด้านการศึกษาของประเทศไทย ประกอบด้วยประเด็นสำคัญ 5 เรื่อง ดังต่อไปนี้
 
2.1.1 การประเมินระบบการศึกษาโดยรวม เน้นเรื่องคุณภาพ ความเสมอภาค และการปฏิรูป นโยบาย กฎ ระเบียบ โครงสร้าง นโยบายพิเศษ และแนวทางการปฏิบัติ เพื่อปรับปรุงการศึกษาในประเทศให้สอดคล้องกับนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาล แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11
2.1.2 นโยบายด้านครู และการเสริมสร้างความสามารถของครูและผู้บริหารโรงเรียน โดยการวิเคราะห์ทรัพยากรที่มีอยู่ รวมทั้งประเมินโอกาสเพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ (การเสริมสร้างความสามารถของครู การเลื่อนวิทยฐานะ การยกระดับให้เป็นวิชาชีพชั้นสูง การเป็นผู้นำในโรงเรียน การมีส่วนร่วมในสังคม การเรียนการสอนในพหุวัฒนธรรม ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียน)
2.1.3 การพัฒนาหลักสูตร เน้นความสามารถด้านภาษา ความเป็นพลเมืองโลก ความมีขันติธรรม และพลเมืองศึกษา
2.1.4 นโยบายด้านการวัดและประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ได้แก่ PISA, O-Net และตัวชี้วัดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษา
2.1.5 การเรียนโดยใช้สื่อเคลื่อนที่ (Mobile Learning) เน้นการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการศึกษาและฝึกอบรมครู
2.2 ระเบียบวิธีดำเนินการ โครงการจัดทำข้อเสนอนโยบายด้านการศึกษาของประเทศไทยจะใช้ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ได้แก่
 
2.2.1 รายงานภูมิหลังการศึกษาของประเทศ จัดเตรียมโดยคณะของประเทศไทย (แต่งตั้งโดยหน่วยงานระดับชาติ) ที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์เกี่ยวกับคุณภาพและความเสมอภาคด้านการศึกษา รวมทั้งความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญในประเทศ
2.2.2 ข้อมูลที่ใช้เป็นมาตรฐานและเทียบเคียง ซึ่งให้ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับระบบการศึกษาของประเทศเปรียบเทียบกับของประเทศอื่นๆ
2.2.3 ศึกษาและทบทวนวรรณกรรม (Literature Review) ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายด้านการศึกษาของประเทศ พร้อมด้วยข้อมูลจากองค์การระหว่างประเทศ
2.2.4 การเดินทาง 3 ครั้ง (กำหนดขอบเขต สืบค้น ข้อมูลและตีความ ตรวจสอบความถูกต้อง) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานระดับชาติและคณะจากนานาชาติที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ (ที่ปรึกษาและเจ้าหน้าที่) ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนโยบายซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการปรับปรุงคุณภาพการศึกษา
2.3 การดำเนินงาน
 
2.3.1 ทบทวนรายงานภูมิหลังด้านการศึกษาของประเทศ (Country Background Report) ที่จัดทำโดยคณะของประเทศไทย และให้ข้อคิดเห็นร่วมกับคณะของ OECD
2.3.2 จัดทำข้อเปรียบเทียบระบบการศึกษาของประเทศไทยกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค ส่วน OECD จะวิเคราะห์ผล PISA ของประเทศไทย
2.3.3 จัดทำ literature review งานวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตร ความสามารถด้านภาษา ความเป็นพลเมืองโลก ความมีขันติธรรม พลเมืองศึกษา การเรียนรู้ด้วยอุปกรณ์เคลื่อนที่ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการศึกษาและฝึกอบรมสำหรับครู และประสานข้อคิดเห็นจาก OECD
2.3.4 ให้ข้อคิดเห็นต่อ literature review ของ OECD เรื่องการประเมินผลครูและนักเรียน
2.3.5 จัดทำการประเมินภาพรวมระบบการศึกษาของประเทศไทยในเรื่องคุณภาพ ความเสมอภาค ประสิทธิภาพ เพื่อ OECD ให้ข้อคิดเห็น
2.3.6 เข้าร่วมในการหารือและประชุมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องระดับชาติ (National Stakeholders) ที่ทางรัฐบาลจัด เป็นผู้นำในการสนทนาในเรื่องการพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้ด้วยอุปกรณ์เคลื่อนที่
2.3.7 ยกร่างรายงานฉบับสมบูรณ์ในหัวข้อเรื่องการพัฒนาหลักสูตร ความสามารถด้านภาษา ความเป็นพลเมืองโลก ความมีขันติธรรม พลเมืองศึกษา การเรียนรู้ด้วยอุปกรณ์เคลื่อนที่ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการศึกษาและฝึกอบรมสำหรับครู และประสานข้อคิดเห็นจาก OECD
2.3.8 ให้ข้อคิดเห็นต่อรายงานฉบับสมบูรณ์ในส่วนที่ร่างโดย OECD เรื่องการประเมินผลครูและนักเรียน
2.3.9 ดำเนินการปรับแก้ให้สอดคล้องและปิดเล่มรายงานฉบับสมบูรณ์ร่วมกับ OECD
2.3.10 ดำเนินการในกิจกรรมเผยแพร่รายงานซึ่งอาจร้องขอโดยรัฐบาล
 
รับทราบการประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของส่วนราชการ จังหวัดและสถาบันอุดมศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556
 
ครม.มีมติรับทราบ เห็นชอบและอนุมัติตามที่สำนักงาน ก.พ.ร.เสนอ ดังนี้
 
1. รับทราบผลการประเมินการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ (รอบ 12 เดือน) เบื้องต้นของส่วนราชการ จังหวัด และสถาบันอุดมศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 (ตามมติ ก.พ.ร. ครั้งที่ 2/2556  วันที่ 27 มีนาคม 2556) เมื่อสำนักงาน ก.พ.ร. ได้รับผลการประเมินที่ครบถ้วนและสมบูรณ์แล้ว ขออนุมัติเป็นหลักการในการปรับปรุงแก้ไขผลคะแนนให้มีความครบถ้วน เพื่อนำไปใช้จัดสรรเงินรางวัลประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ให้กับส่วนราชการ จังหวัด และสถาบันอุดมศึกษาต่อไป
 
2. เห็นชอบการขอรับการสนับสนุนเงินงบประมาณเพิ่มเติมจำนวน 1,400 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับการจัดสรรเป็นเงินรางวัลประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ให้กับส่วนราชการ จังหวัด และสถาบันอุดมศึกษา ที่ได้จัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการและประเมินผลการปฏิบัติงานตามคำรับรองการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ
 
3. อนุมัติให้ส่วนราชการ จังหวัด และสถาบันอุดมศึกษา ที่มีเงินงบประมาณเหลือจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ซึ่งเป็นเงินงบประมาณที่ได้รับอนุมัติให้กันไว้เบิกเหลื่อมปี สามารถโอนเปลี่ยนแปลงรายการเงินงบประมาณเหลือจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ไปตั้งจ่ายในงบบุคลากร รายการเงินรางวัลสำหรับผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงานที่มีผลการปฏิบัติงานดี เพื่อเบิกจ่ายเป็นเงินรางวัลสำหรับผลการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ  พ.ศ.2555 โดยไม่ต้องขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณเป็นรายๆ ไป ทั้งนี้ เป็นการผ่อนผันวิธีปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ.2548และที่แก้ไขเพิ่มเติม
 
หลักการจ่ายเงินรางวัลประจำปี   การจัดสรรเงินรางวัล เป็นการจ่ายค่าตอบแทนตามผลงาน (Performance Pay) ซึ่งเป็นค่าตอบแทนที่ไม่มีผลผูกพันระยะยาว เพื่อจูงใจให้ข้าราชการสร้างสรรค์ผลงานโดยยึดโยงกับเป้าประสงค์ขององค์กรเป็นสำคัญ ซึ่งส่วนราชการ จังหวัด และสถาบันอุดมศึกษา ที่ได้ดำเนินการจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการและมีผลการประเมินการปฏิบัติราชการตามคำรับรองประจำปีผ่านเกณฑ์ในระดับมาตรฐานหรือบรรลุค่าเป้าหมาย คือ ตั้งแต่ระดับคะแนน 3.0000 คะแนนขึ้นไปจึงมีสิทธิได้รับการจัดสรรเงินรางวัลประจำปี และจำนวนเงินรางวัลที่ส่วนราชการ จังหวัด และสถาบันอุดมศึกษาได้รับขึ้นอยู่กับผลการประเมินการปฏิบัติงานตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของส่วนราชการจังหวัด และสถาบันอุดมศึกษา
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : มติ ครม.ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา (วันที่ 28 พฤษภาคม 2556)

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^