LASTEST NEWS

27 ก.พ. 2560กรมท่าอากาศยาน เปิดสอบบรรจุเข้าทำงาน 50 อัตรา สมัคร3-17มี.ค.2560 27 ก.พ. 2560ห้ามสพฐ.จัด"อนุบาล3ขวบ"ทับซ้อน ผู้บริหารเอกชนจี้ศธ.แบ่งพท."สช.-อปท."ให้ชัดเจน 27 ก.พ. 2560ศธ.มั่นใจเก็บตกจัดอนุบาล 3 ขวบ 26 ก.พ. 2560สพฐ.เปิดสอบครูผู้ช่วย (กรณีพิเศษ) 4,653 อัตรา เช็คแต่ละจังหวัดที่เปิดรับที่นี่ 26 ก.พ. 2560สพฐ.เปิดสอบพนักงานราชการ 10 อัตรา สมัคร27ก.พ.-8มี.ค.2560 25 ก.พ. 2560(รับเยอะ 27อัตรา) สพม.4 เปิดสอบพนักงานราชการครู 15 อัตรา ครูอัตราจ้าง/ลูกจ้างชั่วคราว 12 อัตรา 24 ก.พ. 2560ด่วน! ราชกิจจานุเบกษา ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยพนักงานราชการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ 24 ก.พ. 2560โรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ รับสมัครครูอัตราจ้างและบุคลากรทางการศึกษา 11 อัตรา 24 ก.พ. 2560งานดีๆ มาแล้ว! อบจ.อุดรธานี เปิดสอบผู้ช่วยครู 32 อัตรา และบุคลากรสนับสนุนการสอนอีก 15 อัตรา 24 ก.พ. 2560เพิ่งจบหลักสูตรทางการศึกษา มีวิธีไหนบ้างที่จะได้ใบประกอบวิชาชีพแบบเร่งด่วน ให้ทันสมัครสอบบรรจุ

"ชินภัทร" เผยรับได้ถูกสอบวินัยร้ายแรงปมทุจริตครูผู้ช่วย

  • 21 พ.ค. 2556 เวลา 21:28 น.
  • 5,963 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
"ชินภัทร" เผยรับได้ถูกสอบวินัยร้ายแรงปมทุจริตครูผู้ช่วย

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

"ชินภัทร" ไม่รอดแน่! ส่อโดนย้ายพ้นเลขาฯ สพฐ.ไม่เกินสัปดาห์หน้า เผย ศธ.นำเรื่องย้ายเข้าที่ประชุม ครม.แล้ววันอังคารที่ 21 พ.ค. แต่ถูกถอดออก "เสริมศักดิ์" แจงหากสอบแล้วผิดจริง ถึงขั้นปลดออก ไล่ออก แม้เกษียณก็มีผลย้อนหลังไม่ได้รับสิทธิ์หลังเกษียณ แจงเลขาฯ สพฐ.เคยรับทราบรายงานผลการตรวจพบโพยเฉลยคำตอบแล้ว แต่ยังนิ่งเฉย ถือว่าผิดวินัยร้ายแรง เพราะเป็นผู้บริหารสูงสุดในองค์กร 
 
    นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) แถลงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงกับนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้เกิดการทุจริตสอบครูผู้ช่วยกรณีมีความจำเป็น หรือเหตุพิเศษ ว12 ที่ผ่านมา จนเกิดความเสียหายในวงกว้าง รวมถึงการตรวจสอบข้าราชการระดับสูงที่เกี่ยวข้องด้วย ว่า ขณะนี้ได้ตั้งนายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ให้เป็นประธานคณะกรรมการสอบวินัยฯ เพื่อสอบสวนตามมติคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ที่มีนางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัด ศธ. เป็นประธาน ซึ่งได้ชี้มูลที่ชัดเจนว่านายชินภัทรเป็นผู้บริหารรับผิดชอบสูงสุดของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีความผิดตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 82 (2) ฐานไม่ปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบ คำสั่ง นโยบายของทางราชการ และเกี่ยวโยงกับมาตรา 85 (7) ฐานละเว้นการปฏิบัติงานทำให้เกิดผลเสียหายร้ายแรงต่อหน่วยงานราชการ

    รมช.ศธ.อธิบายถึงสาเหตุที่ต้องตั้งกรรมการสอบผู้บริหาร สพฐ.ว่า ทั้งนี้ คณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงได้นำกรณีประเด็นการรายงานทุจริตของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) อุดรธานี เขต 3 และ สพป.ยโสธร เขต 1 ที่พบทุจริตในวันสอบจริง โดยเฉพาะโพยเฉลยคำตอบ ซึ่งเขตพื้นที่ฯ ได้ทำเป็นรายงานการจับทุจริตส่งมาที่ส่วนกลางแล้ว แต่ส่วนกลางโดยเฉพาะผู้บังคับบัญชาสูงสุดกลับเพิกเฉยการตรวจสอบดังกล่าว ทั้งๆ ที่เรื่องการรั่วไหลของเฉลยคำตอบเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งหากรู้ก่อนยังสามารถสั่งยกเลิกการสอบได้ จนเกิดความเสียหายในวงกว้างในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม กรณีการจะโยกย้ายนายชินภัทรออกจากตำแหน่งปัจจุบันหรือไม่นั้น ก็คงต้องดูเหตุการณ์ก่อน หากการสอบวินัยมีการขัดขวาง หรือไม่เอื้ออำนวยเพื่อให้การสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อยหรือเป็นธรรม ก็คงจะพิจารณาต่อไป และต้องใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรีในการสั่งการ แต่เบื้องต้นคงต้องดำเนินการสอบวินัยร้ายแรงไปก่อนถึงจะพิจารณาเรื่องนี้ต่อไป
 
    “ถึงแม้จะมีการสอบวินัยร้ายแรง แต่เมื่อยังไม่มีคำสั่งให้ย้ายออก คุณชินภัทรยังสามารถปฏิบัติงานเดิมได้อยู่ แต่จริงๆ แล้วการตั้งสอบวินัยร้ายแรง ส่วนใหญ่บุคคลที่ถูกสอบนั้นจะต้องย้ายออกจากตำแหน่ง แต่เข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก และมีผลกระทบมาก ฉะนั้นก็ขอดูผลกรรมการสอบวินัยร้ายแรงก่อนว่าการตรวจสอบได้ถูกขัดขวางหรือไม่ จากนั้นก็ค่อยมานั่งคุยกันต่อไป เบื้องต้นผมไม่ได้กำหนดระยะเวลาว่าต้องตรวจสอบภายในเวลาเท่าไหร่ แต่ได้กำชับให้ดำเนินการให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม ผลการสืบสวนก็มีข้อสรุปชัดเจนว่า เลขาธิการ กพฐ.มีความผิดชัดเจน การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ถึงการไม่สั่งตรวจสอบทุจริตตามที่ได้รับรายงาน ส่วนข้าราชการระดับสูงที่เกี่ยวข้องอีก 3 ราย ที่เป็นผู้รับคำสั่ง จะต้องมีการสอบสวนหาข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป” นายเสริมศักดิ์กล่าว


 
    นายเสริมศักดิ์กล่าวอีกว่า หากพบว่ามีความผิดจริง การลงโทษทางวินัยร้ายแรงจะมี 3 ระดับ คือ ให้ออก ปลดออก และไล่ออก ทั้งนี้ แม้ผู้ถูกสอบจะเกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่ก็ต้องมีผลย้อนหลังโดยสิทธิต่างๆ ที่ได้รับหลังจากการเกษียณก็จะเสียไป
 
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ศธ. ได้ลงนามในคำสั่ง ศธ.323/2556 ว่าด้วยเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ที่มีนายอภิชาติเป็นประธาน ไปเมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยคณะกรรมการฯ ประกอบไปด้วยข้าราชการภายใน ศธ.ทั้งสิ้นรวม 7 คน    
 
    นายพงศ์เทพกล่าวว่า การตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงกับนายชินภัทรนั้น ไม่ใช่เพราะว่านายชินภัทรกระทำการทุจริตอะไร แต่ตั้งเพราะนายชินภัทรไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนราชการตามที่มีการชี้มูลและเสนอของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงที่มีปลัด ศธ.เป็นประธาน สำหรับข้าราชการระดับสูง สพฐ.อีก 3 คน จริงๆ ก็มีการเสนอขึ้นมา แต่เมื่อดูข้อเท็จจริงต่างๆ แล้วก็เสนอว่าให้กลับไปสอบสวนเพิ่มเติมต่อไปก่อน  
 
    ด้านแหล่งข่าวระดับสูง ศธ.กล่าวว่า ข้าราชการระดับสูงของ สพฐ.อีก 3 คนที่มีรายชื่อเกี่ยวข้องการทุจริตนี้ จริงๆ แล้วก็ยังไม่ถือว่ารอดจากการตรวจสอบครั้งนี้ แต่ที่ไม่โดนตั้งสอบวินัยร้ายแรงไปด้วย เป็นเพราะบุคคลเหล่านี้มีตำแหน่งเป็นผู้บริหารระดับกลางเท่านั้น จึงรอดข้อหาการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ไม่เหมือนกรณีนายชินภัทรที่เป็นผู้บริหารระดับสูงสุด โดนตั้งสอบวินัยร้ายแรงดังกล่าว ทั้งนี้ ทราบว่าจริงๆ แล้วการโยกย้ายนายชินภัทรพ้นตำแหน่งเลขาธิการ สพฐ. มีการเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องนี้ถึงตกไป ทั้งๆ ที่มีการทำเรื่องเสนอไว้แล้ว เบื้องต้นอาจเป็นเพราะรอผลการสืบสวนข้าราชการระดับสูงที่เหลือ และน่าจะยกกลับไปเสนอที่ประชุม ครม.ในสัปดาห์หน้าต่อไป
 
     “ใน 3 รายชื่อบิ๊ก สพฐ.ที่ไปเกี่ยวข้องนั้น มีแน่ๆ 1 คน ที่เป็นข้าราชการตำแหน่ง ผอ.สำนัก ต้องได้รับโทษ เพราะมีหลักฐานความผิดโกงสอบครูผู้ช่วยชัดเจน แต่จะเป็นโทษทางอาญา ขณะที่ 2 คนที่เหลือยังต้องสอบสวนต่อไป เพราะมีความเกี่ยวข้องโดยตำแหน่ง” แหล่งข่าวกล่าว.
 

"ชินภัทร" เผยรับได้ถูกสอบวินัยร้ายแรงปมทุจริตครูผู้ช่วย



"ชินภัทร"รับได้โดนตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงจากปัญหาการสอบครูผู้ช่วยมีทุจริต เผยเป็นโอกาสดีจะได้ชี้แจงข้อมูลให้ชัดเจน

 วันนี้(21พ.ค.) ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.)  กล่าวถึงกรณีที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงกรณีปัญหาการสอบครูผู้ช่วยที่มีการทุจริตว่า คงต้องขอดูคำสั่งก่อน และคิดว่าจะเป็นโอกาสอีกครั้งหนึ่งในการที่จะให้ข้อมูลที่ชัดเจนว่ากรณีที่ดำเนินการสอบวินัยนั้นมีประเด็นคำถามอะไรที่เป็นข้อปัญหาจะได้ชี้แจงให้ชัดเจน โดยผลสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่ให้สอบวินัยร้ายแรงนั้นตนก็ยอมรับได้ ทั้งนี้ส่วนตัวไม่กังวล และเห็นว่าในการรับราชการถือเป็นเรื่องปกติ เพราะการปฏิบัติหน้าที่คงต้องมีระบบหรือแนวทางในการดำเนินการเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น เพื่อไม่ให้ปัญหาเกิดซ้ำ ดังนั้นหากเป็นระบบที่จะมาดูความบกพร่องที่เกิดขึ้นก็อาจจะเป็นข้อมูลที่ดีก็ได้ เพราะว่าระบบงานที่มีความกว้างขวางของสพฐ.และมีบุคลากรจำนวนมาก บางครั้งต้องพยายามหาข้อบกพร่องเพื่อวางแนวทางการทำงานในอนาคตให้ดีขึ้น เนื่องจากหากไม่สามารถวางระบบงานที่ดีแล้วจะกลายเป็นปัญหาได้ เพราะหน่วยงานขนาดใหญ่อย่างสพฐ.เป็นระบบพิเศษที่เน้นการกระจายอำนาจ
 
ผู้สื่อข่าวถามว่าผลสอบสวนออกมาให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงถือเป็นผลสรุปที่แรงไปหรือไม่เพราะกรณีนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทุจริต เลขาธิการกพฐ. กล่าวว่า ไม่ขอมีความเห็นในส่วนนี้ เพราะควรจะให้บุคคลภายนอกและสังคมมีความเห็นมากกว่า เพราะหากพูดไปทางใดทางหนึ่งจะตีโจทย์ได้ว่าปกป้องตนเอง และส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้สังคมสามารถใช้ดุลพินิจได้ว่าเรื่องนี้เป็นกรณีที่รุนแรงเกินไปหรือไม่ ส่วนเรื่องที่หากจะถูกย้ายไปอยู่ที่อื่นนั้น ตนคิดว่าเหตุผลความจำเป็นน่าจะมาจากการที่เป็นอุปสรรคต่อการสอบสวน และอีกเหตุผลหนึ่งที่จะพิจารณาว่าจะโยกย้ายหรือไม่เป็นเรื่องของความต่อเนื่องในงาน เพราะว่างานที่กำลังขับเคลื่อนในองค์กรขนาดใหญ่ที่มีภารกิจความรับผิดชอบที่กว้างขวางและเป็นนโยบายที่สำคัญหลายเรื่องอาจจะได้รับผลกระทบ เพราะการที่จะให้ผู้ใดมาทำหน้าที่รักษาราชการแทนก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เพราะกว่าจะเรียนรู้ระบบงานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในแต่ละเรื่องคงไม่ใช่จะเรียนรู้กันได้ในระยะเวลาสั้นๆ จึงเกรงในเรื่องนี้ด้วย
 

ขอบคุณข้อมูลจาก --> เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 21 พฤษภาคม 2556


"เสริมศักดิ์" แจงสอบวินัย "ชินภัทร"



"เสริมศักดิ์" แจงตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงเลขาธิการกพฐ.ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งใคร ย้ำต้องเร่งผลสอบสวนให้ออกมาโดยเร็ว
 
วันนี้(21พ.ค.)นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ขณะนี้นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ ได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฏ ระเบียบของทางราชการ มติของคณะรัฐมนตรี นโยบายของรัฐบาล และไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง โดยมีนายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เป็นประธาน ทั้งนี้การตั้งคณะกรรมการฯ ดังกล่าวไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งใคร และจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ยิ่งช่วงนี้มีข่าวว่าการสอบครูผู้ช่วยรอบใหม่มีการรับเงินกันอีกแล้วก็ยิ่งทำให้ตนไม่สบายใจ จึงอยากให้ผลการสอบสวนออกมาเป็นที่ประจักษ์โดยเร็ว และยืนยันว่าเรื่องนี้จะไม่มีมวยล้มต้มคนดูแน่นอน
 
"แม้ส่วนใหญ่เมื่อมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยฯ จะต้องโยกย้ายผู้ที่ถูกสอบไปยังที่อื่น แต่ในครั้งนี้คงต้องฟังจากคณะกรรมการสอบสวนวินัยฯ ก่อนว่าในการสอบสวนทางผู้ถูกสอบมีการกระทำที่ขัดขวาง หรือไม่เอื้ออำนวยหรือไม่ จากนั้นจะได้มีการพิจารณาโยกย้ายต่อไป เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกสอบด้วย อย่างไรก็ตามหากต้องมีการโยกย้ายผู้ถูกสอบไปยังหน่วยงานอื่น จะต้องเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี แต่ไม่จำเป็นต้องเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.)" นายเสริมศักดิ์ กล่าวและว่า การสอบสวนวินัยฯ ในครั้งนี้จะต้องให้ได้ผลการสอบสวนโดยเร็ว ซึ่งหากพบว่ามีความผิดจริงการลงโทษทางวินัยร้ายแรงจะมี 3 ระดับคือ ให้ออก ปลดออก และไล่ออก ทั้งนี้แม้ผู้ถูกสอบจะเกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่ก็ต้องมีผลย้อนหลังโดยสิทธิต่างๆ ที่ได้รับหลังจากการเกษียณฯ ก็จะเสียไป
 
ต่อข้อถามว่า เหตุใดจึงมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยฯ เพียงเลขาธิการ กพฐ. คนเดียว ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยฯ 4 คน นายเสริมศักดิ์ กล่าวว่า คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ที่มีนางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ชี้มูลชัดเจนแล้วว่าในฐานะที่เลขาธิการ กพฐ. เป็นผู้บริหารสูงสุดของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แต่กลับไม่มีการตรวจสอบทั้งๆ ที่มีมูลมาก่อนหน้านี้แล้วว่ามีเฉลยข้อสอบ และข้อสอบรั่ว แต่กลับปล่อยปละละเลยให้มีการสอบ และบรรจุแต่งตั้ง ซึ่งกรณีนี้หากมีการตรวจสอบ และมีการยกเลิกการสอบ ก็จะทำให้เกิดความเสียหายไม่มากขนาดนี้ ส่วนผู้เกี่ยวข้องอีก 3 ราย ที่เป็นผู้รับคำสั่งจะต้องมีการสอบสวนหาข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป
 

 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : "ชินภัทร" เผยรับได้ถูกสอบวินัยร้ายแรงปมทุจริตครูผู้ช่วย

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^