LASTEST NEWS

09 ธ.ค. 2559“5 ธันวาฯ”ยังให้เป็น“วันพ่อแห่งชาติ”ต่อไป 08 ธ.ค. 2559ค้าน "คลัง" ยกงบ7หมื่นล.ให้ประกันดูแลสวัสดิการขรก. 08 ธ.ค. 2559ข่าวดี! กศจ.กทม. อนุมัติเรียกบรรจุครูผู้ช่วย 530 อัตรา 08 ธ.ค. 2559ว่างไปสมัคร! รับเยอะ 28 อัตรา (วุฒิม.6-ปริญญาตรีทุกสาขา) เปิดสอบพนักงานราชการครู และลูกจ้างชั่วคราว 08 ธ.ค. 2559สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รับสมัครอาจารย์ 08 ธ.ค. 2559จ่อฟันผู้บริหารอาชีวะเอี่ยวเปิดเทียบโอนไร้มาตรฐาน 08 ธ.ค. 2559เตือนใช้วุฒิปลอมโดนคดีอาญา 08 ธ.ค. 2559วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี เปิดสอบพนักงานราชการครู 08 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องมีวุฒิครู) รับป.ตรีทุกสาขา กศน.จังหวัดเลย เปิดสอบครูศูนย์การเรียนชุมชน 08 ธ.ค. 2559กศน.จังหวัดเลย เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป

สั่งให้ออก! 344 ครู ผช.ทุจริตสอบ สั่งเขต-ร.ร.ลงดาบศธ.เปิดชื่อ3บิ๊กสพฐ. ส่อผิดวินัยร้ายแรง

  • 18 พ.ค. 2556 เวลา 17:29 น.
  • 13,660 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
สั่งให้ออก! 344 ครู ผช.ทุจริตสอบ สั่งเขต-ร.ร.ลงดาบศธ.เปิดชื่อ3บิ๊กสพฐ. ส่อผิดวินัยร้ายแรง

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม ก.ค.ศ.ว่า ที่ประชุมได้หารือกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ส่งหนังสือถึง ก.ค.ศ. และคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา 119 เขต ให้พิจารณาเพิกถอนการบรรจุแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการครู ตำแหน่งครูผู้ช่วย ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการครู ในตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีมีความจำเป็น หรือเหตุพิเศษ ว12 ในครั้งที่ผ่านมา จำนวน 344 ราย เนื่องจากเห็นว่าบุคคลเหล่านี้กระทำการเข้าข่ายทุจริตในการสอบ ทำข้อสอบผิดในข้อเดียวกัน และมีคะแนนสอบที่สูงผิดปกติ ซึ่งที่ประชุมมีมติให้สำนักงาน ก.ค.ศ.แจ้งไปยัง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ 119 เขต ให้แจ้งผู้มีอำนาจสั่งบรรจุแต่งตั้งตามมาตรา 53 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งหมายถึงผู้อำนวยการโรงเรียน ดำเนินการตามมาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ สั่งให้ผู้ได้รับการบรรจุแต่งตั้งเหล่านี้ออกจากราชการ 
 
"ดีเอสไอได้แจ้งว่า ทั้ง 344 รายขาดคุณสมบัติทั่วไปของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพราะได้กระทำการเข้าข่ายทุจริตในการสอบเข้ารับราชการและบกพร่องในศีลธรรม อย่างไรก็ตาม ทั้ง 344 รายดังกล่าวยังไม่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นครูผู้ช่วยทั้งหมด ดังนั้น ก.ค.ศ.จึงมีอำนาจดำเนินการได้เฉพาะผู้ที่ได้รับการบรรจุแล้วเท่านั้น โดยใช้อำนาจตามมาตรา 19 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ ซึ่งเป็นการใช้อำนาจตามที่กฎหมายให้ ส่วนที่มติ ก.ค.ศ.ไม่ใช้คำว่า ?สั่ง? ให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งดำเนินการเพิกถอน แต่ใช้คำว่า ?แจ้ง? เพราะเป็นการใช้คำตามกฎหมาย ซึ่งเชื่อว่า อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ และผู้อำนวยการโรงเรียนจะเข้าใจและดำเนินการตามมติ ก.ค.ศ. และในการประชุม ก.ค.ศ.ครั้งต่อไป สำนักงาน ก.ค.ศ.จะต้องมารายงานว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนได้สั่งให้ออกราชการไปครบแล้วหรือยัง" นายพงศ์เทพกล่าว
 
นางรัตนา ศรีหิรัญ เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าสำนักงาน ก.ค.ศ.จะทำหนังสือแจ้งไปยัง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯให้ดำเนินการตามมติดังกล่าว และคิดว่าทางผู้อำนวยการโรงเรียนจะดำเนินการตามมติของ ก.ค.ศ. เพราะถ้าไม่ทำ ก็ถือว่าไม่ดำเนินการตามมติที่ ก.ค.ศ.แจ้งไป ซึ่งรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ก็พูดชัดเจนว่า คำว่า "แจ้ง" ถือเป็นภาษากฎหมายเท่านั้น แต่โดยนัยยะต้องปฏิบัติตาม อย่างไรก็ตาม ทั้ง 344 รายที่ดีเอสไอเห็นว่า กระทำการเข้าข่ายทุจริตในการสอบนั้น ยังไม่ได้รับการบรรจุทุกคน ดังนั้น ก.ค.ศ.จึงสามารถดำเนินการได้เฉพาะผู้ที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งแล้วเท่านั้น ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้รับการบรรจุแต่งตั้ง ก.ค.ศ.ไม่มีอำนาจไปดำเนินการอะไรได้ เพราะถือว่ายังไม่เข้ารับราชการ แต่ทั้ง 344 รายนี้ถือว่าถูกขึ้นบัญชีดำ ซึ่งตามระเบียบแล้วไม่สามารถกลับมารับราชการครูได้อีก
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่ที่ประชุม ก.ค.ศ.พิจารณาวาระผลการสอบสวนทุจริตการสอบครูผู้ช่วย ได้เชิญบุคคลอื่นออกจากห้องประชุมทั้งหมด และให้เหลือแต่เฉพาะคณะกรรมการ ก.ค.ศ.เท่านั้น โดยให้เหตุผลว่า เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและเป็นที่สนใจของสังคม โดยใช้เวลาหารือเรื่องนี้กว่า 2 ชั่วโมง
 
แหล่งข่าวจาก ศธ.คนหนึ่ง เปิดเผยว่า จากกรณีที่ดีเอสไอได้ส่งหนังสือแจ้งมายัง ก.ค.ศ. และ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา 119 เขต ที่มีผู้สอบบรรจุครูผู้ช่วยได้คะแนนสูงผิดปกติ 344 คน ให้พิจารณายกเลิกการบรรจุ เนื่องจากเห็นว่าบุคคลเหล่านี้กระทำการเข้าข่ายทุจริตในการสอบ ทำข้อสอบผิดในข้อเดียวกัน และมีคะแนนสอบที่สูงผิดปกตินั้น ทาง
 
ดีเอสไอยังได้แนบเอกสารประกอบคำให้การต่อเจ้าพนักงานคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเนื้อหาเอกสารส่วนหนึ่งได้ระบุถึงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุดของ ศธ. ซึ่งในข้อที่ 3 ของข้อสรุประบุว่า "คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯพิจารณาเห็นว่า ควรมีการรายงานผู้บังคับบัญชาให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ ตามมาตรา 57 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ทราบ และดำเนินการทางวินัยกับข้าราชการพลเรือนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่มีกรณีมีมูลสงสัยว่า เป็นผู้ร่วมกระทำผิดวินัย กรณีละเลยหรือจงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา โดยพิจารณาจากพฤติการณ์ของนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นการจงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อันเป็นเหตุให้ราชการเสียหายอย่างร้ายแรง จึงเป็นกรณีมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ประกอบกับนายอนันต์ ระงับทุกข์ รองเลขาธิการ กพฐ. ซึ่งรับผิดชอบงานด้านการบริหารงานบุคคล และนายไกร เกษทัน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ สพฐ. ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบอันสำคัญในการดำเนินการสอบคัดเลือกครูผู้ช่วยครั้งนี้ อยู่ในข่ายผิดวินัยดังกล่าว
 
นายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ รองผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ ดีเอสไอ กล่าวว่า ดีเอสไอส่งเอกสารหลักฐานเป็นคำให้การของนายพิษณุ ตุลสุข หัวหน้าผู้ตรวจราชการ ศธ. ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุดของ ศธ. และ ดร.ชอบ ลีซอ ผู้เชี่ยวชาญด้านสถิติ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับผลการสอบของผู้เข้าสอบคัดเลือกครูผู้ช่วย ประจำคณะกรรมการศูนย์ให้คำปรึกษาและติดตามผลการคัดเลือกครูผู้ช่วย เรื่องการวิเคราะห์สถิติผู้กระทำความผิด และในส่วนของดีเอสไอที่พบหลักฐานว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น ซึ่งดีเอสไอได้ส่งเอกสารทั้ง 3 ส่วนไปยังเขตพื้นที่การศึกษา
 
นายธานินทร์กล่าวต่อว่า พนักงานสอบสวนคดีพิเศษไม่มีการตัดต่อคำให้การของนายพิษณุ หรือ ดร.ชอบ เนื่องจากเกรงว่าจะผิดวัตถุประสงค์ โดยทั้ง 2 คน ให้การเป็นลายลักษณ์อักษร โดยใช้ผลสอบสวนของคณะกรรมการที่แต่ละคนเข้าไปเกี่ยวข้องในการสอบสวน โดยในคำให้การของนายพิษณุจะมีชื่อผู้เกี่ยวข้องในส่วนของ สพฐ. ซึ่งเป็นหน้าที่ของ ศธ.ที่จะสอบสวนต่อไป ทั้งนี้ เหตุที่ต้องแนบเอกสารหลักฐานดังกล่าวไปด้วยทั้งหมด เพื่อต้องการให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯพิจารณาตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เพราะมีผลการสอบสวนและหลักฐานที่เกี่ยวข้องในระดับหนึ่งแนบมาด้วย ซึ่งเพียงพอที่จะชี้ว่าบุคคลในเขตพื้นที่ฯของตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริต และสามารถให้ออกจากราชการได้ ทั้งนี้ หากทาง อ.ก.ค.ศ.ยังไม่มั่นใจในพยานหลักฐานที่ดีเอสไอส่งไปให้ ก็อาจจะตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงได้ โดยเรียกดูกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบว่ามีการกระทำผิด หรือมีการตอบในข้อ 34 ผิด ซึ่งเป็นประเด็นต้องสงสัยจริงหรือไม่
 
นายชินภัทรกล่าวว่า ในที่ประชุม ก.ค.ศ.ได้พิจารณาหนังสือที่ดีเอสไอส่งถึง ศธ. โดยในภาคผนวกมีเอกสารดังกล่าวแนบมาด้วย แต่ในที่ประชุม ก.ค.ศ.ไม่ได้หยิบยกเนื้อหาในภาคผนวกขึ้นหารือ อย่างไรก็ตาม ได้เห็นหนังสือดังกล่าว ซึ่งเป็นข้อมูลจากการวิเคราะห์ของนายพิษณุ "ผมแปลกใจว่าดีเอสไอส่งหนังสือดังกล่าวไปยัง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯได้อย่างไร ซึ่งไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นเอกสารลับ ส่วนที่มีชื่อของผมถูกพาดพิงว่า ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ถือว่ามีความผิดวินัยร้ายแรงนั้น ผมไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร ในเมื่อเอกสารถูกเผยแพร่ออกไปแล้ว" นายชินภัทรกล่าว
 
นายไกรกล่าวว่า ขอไม่ยุ่งกับเรื่องนี้ และขอไม่พูด อะไรอีกแล้ว จะทำอะไรก็เรื่องของดีเอสไอ
 
ทุจริตสอบครู
 
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับหนังสือที่ดีเอสไอส่งไปยัง 119 อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ประกอบด้วย

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา

 >>  (สพป.) กาญจนบุรี เขต 1,
 >>  สพป.กาฬสินธุ์ เขต 1, 2 และ 3,
 >>  สพป.กำแพงเพชร เขต 1 และ 2,
 >>  สพป.ขอนแก่น เขต 1, 2, 3, 4 และ 5,
 >>  สพป.จันทบุรี เขต 2,
 >>  สพป.ฉะเชิงเทรา เขต 2,
 >>  สพป.ชลบุรี เขต 1 และ 2,
 >>  สพป.ชัยนาท,
 >>  สพป.ชัยภูมิ เขต 1, 2 และ 3,
 >>  สพป.เชียงใหม่ เขต 5,
 >>  สพป.ตรัง เขต 2,
 >>  สพป.ตาก เขต 2
 
 >>  สพป.นครปฐม เขต 1,
 >>  สพป.นครพนม เขต 1 และ 2,
 >>  สพป.นครราชสีมา เขต 1, 2, 3, 4, 5, 6 และ 7,
 >>  สพป.นครศรีธรรมราช เขต 4,
 >>  สพป.นครสวรรค์ เขต 1,
 >>  สพป.นราธิวาส เขต 2 และ 3,
 >>  สพป.น่าน เขต 1 และ 2,
 >>  สพป.บึงกาฬ เขต 1,
 >>  สพป.บุรีรัมย์ เขต 1, 3 และ 4,
 >>  สพป.ปทุมธานี เขต 1 และ 2,
 >>  สพป.ปราจีนบุรี เขต 1,
 >>  สพป.ปัตตานี เขต 1,
 >>  สพป.พะเยา เขต 1,
 >>  สพป.พัทลุง เขต 2,
 >>  สพป.พิจิตร เขต 2,
 >>  สพป.พิษณุโลก เขต 2 และ 3,
 >>  สพป.เพชรบุรี เขต 2,
 >>  สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 และ 3,
 >>  สพป.แพร่ เขต 1 และ 2
 
 >>  สพป.มหาสารคาม เขต 1,
 >>  สพป.มุกดาหาร เขต 1,
 >>  สพป.แม่ฮ่องสอน เขต 2,
 >>  สพป.ยโสธร เขต 2,
 >>  สพป.ร้อยเอ็ด เขต 1 และ 2,
 >>  สพป.ระยอง เขต 1 และ 2,
 >>  สพป.ราชบุรี เขต 1,
 >>  สพป.ลพบุรี เขต 1,
 >>  สพป.เลย เขต 1, 2 และ 3,
 >>  สพป.ศรีสะเกษ เขต 1, 2 และ 4,
 >>  สพป.สกลนคร เขต 1, 2 และ 3,
 >>  สพป.สงขลา เขต 2,
 >>  สพป.สตูล,
 >>  สพป.สระบุรี เขต 1 และ 2,
 >>  สพป.สิงห์บุรี,
 >>  สพป.สุรินทร์ เขต 1, 2 และ 3,
 >>  สพป.หนองคาย เขต 2,
 >>  สพป.หนองบัวลำภู เขต 1,
 >>  สพป.อำนาจเจริญ,
 >>  สพป.อุดรธานี เขต 1, 2, 3 และ 4,
 >>  สพป.อุทัยธานี เขต 2 และ
 >>  สพป.อุบลราชธานี 1, 2, 3 และ 4
 
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา
 >>  (สพม.) เขต 2 (กรุงเทพมหานคร),
 >>  สพม.เขต 4 (ปทุมธานี-สระบุรี),
 >>  สพม.เขต 6 (ฉะเชิงเทรา-สมุทรปราการ),
 >>  สพม.เขต 7 (ปราจีนบุรี-นครนายก-สระแก้ว),
 >>  สพม.เขต 9 (สุพรรณบุรี-นครปฐม),
 >>  สพม.เขต 10 (เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์-สมุทรสงคราม-สมุทรสาคร),
 >>  สพม.เขต 18 (ชลบุรี-ระยอง),
 >>  สพม.เขต 19 (เลย-หนองบัวลำภู),
 >>  สพม.เขต 20 (อุดรธานี),
 >>  สพม.เขต 21 (หนองคาย),
 >>  สพม.เขต 24 (กาฬสินธุ์),
 >>  สพม.เขต 25 (ขอนแก่น),
 >>  สพม.เขต 27 (ร้อยเอ็ด),
 >>  สพม.เขต 29 (อุบลราชธานี-อำนาจเจริญ),
 >>  สพม.เขต 30 (ชัยภูมิ),
 >>  สพม.เขต 31 (นครราชสีมา),
 >>  สพม.เขต 33 (สุรินทร์),
 >>  สพม.เขต 40 (เพชรบูรณ์),
 >>  สพม.เขต 41 (กำแพงเพชร-พิจิตร),
 >>  สพม.เขต 42 (นครสวรรค์-อุทัยธานี) และ
 >>  สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ
 
ดร.ชูเกียรติ วิเศษเสนา ผู้อำนวยการ สพม. เขต 31 นครราชสีมา เปิดเผยว่า มีผู้สมัครสอบแข่งขันบรรจุครูผู้ช่วยรอบใหม่ในสังกัด สพม. เขต 31 รวมทั้งสิ้น 1,386 คน จากจำนวนรับบรรจุ 9 อัตรา ใน 9 สาขาวิชาเอก โดยมีผู้ขาดคุณสมบัติไม่มีสิทธิสอบ 3 คน แยกเป็นไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู 2 คน และสมัครซ้ำซ้อนมากกว่า 1 เขตพื้นที่ฯ 1 คน นอกจากนี้ ยังมีผู้สมัครอีก 13 คน ที่เอกสารวุฒิการศึกษาวิชาเอกที่นำมาสมัครไม่ชัดเจน หรือจบไม่ตรงกับวิชาเอกที่สมัคร อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มนี้ทาง ก.ค.ศ.จะให้สิทธิสมัครสอบไปก่อน หลังจากนั้นจะมีการพิจารณาคุณสมบัติเพื่อตัดสิทธิตามหลักเกณฑ์อีกครั้ง ส่วนขั้นตอนเรื่องการออกข้อสอบและตรวจข้อสอบนั้น ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) นครราชสีมาได้ตอบรับแล้วในราคาว่าจ้างดำเนินการ 1.4 ล้านบาท ส่วนสนามสอบแข่งขันใช้สถานที่อาคารภายในโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย 
 
"ขอให้ผู้สมัครสอบอย่าหลงเชื่อกลุ่มผู้ไม่หวังดีแสวงหาผลประโยชน์จากการสอบครั้งนี้ โดยการโฆษณาชวนเชื่อ ว่าสามารถวิ่งเต้น หรือแอบอ้างว่าจะช่วยเหลือโกงข้อสอบได้" ดร.ชูเกียรติกล่าว
 
นายพิสิษฐ์ ชดกิ่ง ผู้อำนวยการ สพป.นครราชสีมา เขต 3 กล่าวว่า มี ผู้สมัครสอบทั้งสิ้น 2,749 คน แยกเป็นวิชาเอกคอมพิวเตอร์ 968 คน คณิตศาสตร์ 130 คน วิทยาศาสตร์ 402 คน ดนตรีศึกษา 43 คน ภาษาไทย 70 คน สังคมศึกษา 735 คน และปฐมวัย 401 คน โดยขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครสอบ 
 
 
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : สั่งให้ออก! 344 ครู ผช.ทุจริตสอบ สั่งเขต-ร.ร.ลงดาบศธ.เปิดชื่อ3บิ๊กสพฐ. ส่อผิดวินัยร้ายแรง

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้


Advertisement
^