LASTEST NEWS

23 ม.ค. 2560สพป.อยุธยา เขต 1 เปิดสอบครูอัตราจ้าง ประจำปี พ.ศ.2560 23 ม.ค. 2560เตรียมตัวกันนะคะ!! ปฏิทินสอบครูผู้ช่วย ของ สพฐ. กรณีพิเศษ ก.พ. รอบปกติ เม.ย. 23 ม.ค. 2560สพฐ.สรุปมีโรงเรียนในสังกัดขอเข้าโครงการเป็นโรงเรียนไอซียู 4,500 โรง 23 ม.ค. 2560ลูกหนี้เฮ!! กยศ. ขยายจัดโปรโมชั่นจูงใจ ชำระหนี้ถึง 30 เม.ย. 23 ม.ค. 2560สพป.ชุมพร เขต 1 เปิดสอบครูอัตราจ้างแก้ปัญหาขาดแคลนขั้นวิกฤต สมัคร 25-31ม.ค.2560 23 ม.ค. 2560สพป.พิจิตร เขต 2 เปิดสอบครูอัตราจ้าง 3 อัตรา สมัคร 14-22กุมภาพันธ์2560 23 ม.ค. 2560เอามาฝากสำหรับหนูๆ ที่กำลังจะเข้าเรียนต่อ และสนใจที่จะเป็นครู รับตรงจุฬา 291คน 23 ม.ค. 2560สพม.13 เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 8 วิชาเอก จำนวน 12 อัตรา 23 ม.ค. 2560สพม.20 รับสมัครครูอัตราจ้าง (ครูผู้ทรงคุณค่าแห่งแผ่นดิน) 10 อัตรา เงินเดือน 17,000 บาท 23 ม.ค. 2560ผลเทียบโอนความรู้ฯ ครั้งที่ 117

จับ2ครูผู้ช่วยขอนแก่น คะแนนสอบใหม่ไม่ถึงครึ่ง - โคราช เขต3 โกงชัด 48 ราย

  • 18 พ.ค. 2556 เวลา 08:48 น.
  • 6,878 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
จับ2ครูผู้ช่วยขอนแก่น คะแนนสอบใหม่ไม่ถึงครึ่ง - โคราช เขต3 โกงชัด 48 ราย

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

จับ2ครูผช.ขอนแก่นสอบใหม่ คะแนนไม่ถึงครึ่ง-เล็งให้ออก
 
 
"ผอ.ขอนแก่น เขต 5" พร้อมชง อ.ก.ค.ศ.ตัดสิน 29 พ.ค. หลังให้ผู้สอบครูผู้ช่วยได้คะแนนสูงผิดปกติ 2 ราย ลองทำข้อสอบชุดเดิมใหม่ ผลแต้มดิ่งลงกว่าครึ่ง ทั้งยังพบ 1 รายปลอมสัญญาครูอัตราจ้างให้ครบ 3 ปี ชี้แนวโน้มต้องให้ออกจากราชการ ฐานขาดคุณสมบัติ
 
จากกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้แจ้งข้อกล่าวหานายอำพร ทวรรณกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนเสมาอุปถัมภ์ อ.จักราช จ.นครราชสีมา กระทำผิดตามมาตรา 188 กรณีนำเอาเอกสารข้อสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการครู ในตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีมีความจำเป็น หรือเหตุพิเศษ ว12 ในครั้งที่ผ่านมา ไปจำหน่ายและเผยแพร่ ทำให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท พร้อมทั้งได้ส่งหนังสือถึงคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) และคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา 119 เขต เพื่อให้พิจารณาเพิกถอนการบรรจุแต่งตั้งครูผู้ช่วยดังกล่าว จำนวน 344 ราย เนื่องจากเห็นว่าบุคคลเหล่านี้กระทำการเข้าข่ายทุจริตในการสอบ ทำข้อสอบผิดในข้อเดียวกัน และมีคะแนนสอบที่สูงผิดปกติ พร้อมทั้งเตรียมออกหนังสือเรียกตัวทั้ง 344 รายมาให้การ หากให้การเป็นประโยชน์อาจจะกันไว้เป็นพยาน ไม่เช่นนั้นจะถูกดำเนินคดีถึงที่สุดนั้น
 
ทุจริตสอบครู
 
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ในวันที่ 17 พฤษภาคม ที่ประชุม ก.ค.ศ.จะนำข้อมูลต่างๆ ที่ได้จากดีเอสไอมาพิจารณา โดยเฉพาะประเด็นที่ดีเอสไอเสนอให้ ก.ค.ศ.เพิกถอนการบรรจุแต่งตั้งครูผู้ช่วยที่ส่อทุจริตการสอบชัดเจน จำนวน 344 ราย ซึ่งคณะกรรมการ ก.ค.ศ.น่าจะพิจารณาไปตามข้อมูลที่ได้รับมา แต่อำนาจของ ก.ค.ศ.ตามกฎหมายมีแค่ให้คำแนะนำเท่านั้น ไม่ได้ให้อำนาจไปดำเนินการเพิกถอนเอง หรือสั่งการให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯไปดำเนินการเพิกถอน โดยอำนาจตามกฎหมายจริงๆ กำหนดให้ผู้บรรจุแต่งตั้งเป็นผู้มีอำนาจเพิกถอน 
 
"แต่ถามว่าคำแนะนำดังกล่าวศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ ผมต้องอธิบายว่า คำแนะนำจาก ก.ค.ศ.จะเป็นหลักฐานที่มีน้ำหนักให้ อ.ก.ค.ศ.ไปใช้ในการเพิกถอนผู้ส่อทุจริตสอบได้ ซึ่งหลายคนก็พูดว่า อยากให้ ก.ค.ศ.ชี้แนะหรือสั่งการมา จะได้ดำเนินการตามนั้น" นายพงศ์เทพกล่าว และว่า ส่วนกรณีที่ผู้อำนวยการโรงเรียนในฐานะผู้บรรจุแต่งตั้งมีความกังวลว่า ถ้าเพิกถอนการบรรจุแล้วจะถูกฟ้องศาลปกครองนั้น ตนไม่อยากให้กังวล เพราะถ้ามีการฟ้องร้องจริง จะเป็นคดีทางปกครอง คือฟ้องร้องเพื่อให้เพิกถอนคำสั่งเท่านั้น อย่างมากที่สุดศาลก็อาจมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่ง
 
นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ได้มอบให้นิติกร และคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงชุดของ สพฐ. ติดตามขอข้อมูลและขอเอกสารเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวจากดีเอสไอ เพื่อที่ สพฐ.จะได้นำมาดำเนินการในส่วนของ สพฐ. ทั้งนี้ กรณีที่ สพฐ.ยังไม่ดำเนินการทางวินัยกับนายอำพรนั้น เพราะต้องรอดูข้อมูลจากดีเอสไอก่อน อีกทั้งดีเอสไอเองยังไม่ได้สรุปว่านายอำพรมีความผิดจริงหรือไม่ และเจ้าตัวเองก็ให้การปฏิเสธ ดังนั้น สพฐ.จึงยังไม่สามารถทำอะไรได้ ต้องรอข้อสรุปจากดีเอสไอก่อน
 
นายวิชา มานะดี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) นครราชสีมา เขต 2 กล่าวว่า รับทราบจากสื่อมวลชนแล้วว่าดีเอสไอได้แจ้งข้อกล่าวหานายอำพร ซึ่งในฐานะผู้บังคับบัญชาของนายอำพรโดยตรง พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงกับนายอำพรแน่นอน โดยเมื่อดีเอสไอสรุปผลการสอบสวนคดีอาญาอย่างเป็นทางการแล้ว จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงทันที แต่ขณะนี้ยังให้นายอำพรปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการโรงเรียนเสมาอุปถัมภ์เหมือนเดิมไปก่อน เพราะอยู่ในช่วงเปิดเทอม เกรงจะกระทบกับการเรียนการสอนของโรงเรียน อีกทั้งเวลานี้ยังถือว่านายอำพรเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา ส่วนกรณีนายสุเชาว์ ยะถีโล ครูผู้ช่วยโรงเรียนกงรถราษฎร์สามัคคี ต.กงรถ อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ในขณะนี้ยังไม่ได้พิจารณาเพิกถอนการบรรจุแต่อย่างใด ต้องรอผลสรุปการสอบสวนจากดีเอสไอเช่นกัน
 
นายพิสิษฐ์ ชดกิ่ง ผู้อำนวยการ สพป.นครราชสีมา เขต 3 กล่าวกรณีดีเอสไอระบุว่าพบรายชื่อผู้สอบครูผู้ช่วยได้คะแนนสูงผิดปกติในพื้นที่ จ.นครราชสีมา จำนวนมากถึง 48 ราย จากทั้งหมด 344 ราย ใน 119 เขตพื้นที่การศึกษา และในจำนวน 7-8 ราย ได้ให้การยืนยันว่าซื้อเฉลยข้อสอบครูผู้ช่วยมาจากนายอำพร โดยดีเอสไอจะเรียกทั้ง 344 ราย ไปให้ปากคำต่อไปว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือเรียกตัวผู้สอบได้คะแนนสูงผิดปกติจากดีเอสไอไปสอบสวน ทราบข่าวจากสื่อมวลชนเท่านั้น ทั้งนี้ ผู้สอบได้คะแนนสูงผิดปกติในพื้นที่ สพป.นครราชสีมา เขต 3 มีจำนวน 7 ราย หากได้รับหนังสือเรียกตัวจากดีเอสไอแล้ว จะส่งเรื่องให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯพิจารณาก่อน จากนั้นจึงส่งเรื่องให้ผู้อำนวยการโรงเรียนที่รับบรรจุแต่งตั้งครูผู้ช่วยเหล่านี้ เป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ก่อนจะให้อำนาจผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นผู้เพิกถอนการบรรจุครูผู้ช่วยทั้ง 7 รายต่อไป ส่วนกรณีที่ดีเอสไอแนะนำให้ผู้สอบได้คะแนนสูงผิดปกติ ซึ่งกระทำการเข้าข่ายทุจริตการสอบ โดยทำข้อสอบผิดในข้อเดียวกันและมีคะแนนสอบที่สูงผิดปกติ รีบลาออกก่อน เพื่อไม่ต้องถูกสอบสวนทางวินัยนั้น สามารถทำได้ และจะส่งผลดีต่อประวัติด้วย แต่เรื่องคดีอาญายังต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 
 
นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้อำนวยการ สพป.ขอนแก่น เขต 5 กล่าวว่า ในส่วนของ สพป.ขอนแก่น เขต 5 ยังไม่ได้รับหนังสือดังกล่าวจากดีเอสไอ แต่คิดว่าคงมาถึงในเร็ววันนี้ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาทางสำนักงานเขตพื้นที่ฯได้หาข้อมูลส่วนหนึ่งรอไว้แล้ว ไม่ได้รอผลการสอบสวนของดีเอสไอเพียงอย่างเดียว ซึ่งจากผลการสอบสวนของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงชุดของเขตพื้นที่ฯ พบว่ามีผู้สอบได้คะแนนสูงผิดปกติ 2 ราย แต่รายชื่อที่ดีเอสไอส่งมาให้พิจารณาเพิกถอนการบรรจุมีเพียง 1 ราย ซึ่งมีคะแนนสูงผิดปกติเกิน 90% และในรายนี้ยังพบว่าได้ปลอมแปลงเอกสารสัญญาครูอัตราจ้างให้ครบ 3 ปี ทั้งที่ยังทำงานไม่ถึง 3 ปีจริง เพื่อให้มีคุณสมบัติสมัครสอบครูผู้ช่วยได้ ซึ่งจะเรียกตัวมา
 
สอบสวนว่าจะรับสารภาพหรือไม่ นอกจากนี้ ยังได้ทดลองให้ทั้ง 2 รายดังกล่าวทำข้อสอบชุดเดิม พบว่าสอบได้คะแนนต่ำกว่าเดิมมาก เช่น เดิมได้ 49 คะแนน แต่สอบใหม่ได้เพียง 20 คะแนนเท่านั้น โดยข้อมูลทั้งหมดนี้จะนำเข้าพิจารณาในที่ประชุม อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ และมีแนวโน้มที่จะต้องให้ออกจากราชการ ตามมาตรา 49 ของ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 เพราะถือว่าขาดคุณสมบัติ ตามมาตรา 30 ของ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ
 
"เรื่องการปลอมแปลงสัญญาจ้างของครูอัตราจ้างเพื่อให้มีสิทธิสมัครสอบครูผู้ช่วยดังกล่าว น่าจะมีการปลอมแปลงกันมาก เพราะทราบว่าในหลายเขตพื้นที่ฯได้ตรวจสอบพบเช่นกัน โดยเฉพาะการจ้างโดยใช้เงินในโครงการแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง หรือเอสพี 2 ที่เริ่มโครงการมาแค่ 2 ปีเท่านั้น แต่มีการสร้างหลักฐานว่าโรงเรียนจ้างด้วยเงินรายได้สถานศึกษาด้วย เพื่อทำให้ครบ 3 ปี แต่ความจริงแล้วสถานศึกษาไม่ได้จ้าง ซึ่งกรณีการปลอมแปลงเอกสารดังกล่าวถือว่าขาดคุณสมบัติตามมาตรา 30 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครู ผมจึงอยากให้แต่ละเขตพื้นที่ฯช่วยกันตรวจสอบในส่วนของคุณสมบัติดังกล่าวด้วย เพราะเรื่องนี้อาจมีผลกระทบถึงผู้อำนวยการโรงเรียนที่ออกหนังสือรับรองว่าปฏิบัติงานมาแล้ว 3 ปี ทั้งที่ตรวจพบบางคนเพิ่งได้ใบประกอบวิชาชีพครูแค่ 2 ปีเท่านั้น" นายอรรถพลกล่าว
 
แหล่งข่าวระดับผู้อำนวยการ สพป.ในจังหวัดหนึ่ง เปิดเผยถึงการเปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการครู ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีทั่วไป ประจำปี 2556 ใน 79 เขตพื้นที่ฯ เมื่อเร็วๆ นี้ว่า ทราบว่าขณะนี้มีผู้สมัครหลายคนวิ่งเต้นขอถอนชื่อจากบางเขตพื้นที่ฯ หลังจากยื่นใบสมัครไว้มากกว่า 1 แห่ง เพราะ ก.ค.ศ.ออกกฎห้ามสมัครมากกว่า 1 เขตพื้นที่ฯ และหากตรวจสอบพบต้องถูกตัดสิทธิการสอบ โดยเขตพื้นที่ฯต่างๆ จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบในวันที่ 17 พฤษภาคม แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการตรวจสอบว่ามีผู้สมัครซ้ำซ้อนกันหรือไม่ จึงเชื่อว่ามีผู้สมัครหลายคนที่ไปสมัครสอบไว้มากกว่า 1 เขต และกำลังพยายามวิ่งเต้นขอถอนชื่อ รวมทั้งบางรายถอนชื่อให้เหลือสมัครสอบในเขตพื้นที่ฯที่มีผู้สมัครน้อยเพียงเขตเดียว เพื่อมีโอกาสสอบบรรจุได้มากขึ้น ทั้งที่ถือว่าคนเหล่านี้ขาดคุณสมบัติ เพราะทำผิดระเบียบการรับสมัครไปแล้ว
 
นายยงยุทธ ทรัพย์เจริญ ผู้อำนวยการ สพป.สมุทรปราการ เขต 1 กล่าวว่า การรับสมัครสอบบรรจุครูผู้ช่วยรอบใหม่ดังกล่าว ในส่วนของ สพป.สมุทรปราการ เขต 1 มีผู้ยื่นสมัครสอบ 2 ราย ได้มายื่นคำร้องขอถอนชื่อออกจากการสมัครสอบ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้บันทึกรายงานให้รับทราบว่าทั้ง 2 คน ต้องการถอนชื่อ แต่เนื่องจากตนไม่มีอำนาจตัดสินเรื่องนี้ จึงได้ส่งเรื่องให้ ก.ค.ศ.พิจารณาว่าจะอนุมัติให้ถอนชื่อหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การขอถอนชื่อของทั้ง 2 คน ได้ดำเนินการก่อนที่จะปิดรับสมัครในวันที่ 5 พฤษภาคม ดังนั้น น่าจะมีสิทธิขอถอนได้
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : จับ2ครูผู้ช่วยขอนแก่น คะแนนสอบใหม่ไม่ถึงครึ่ง - โคราช เขต3 โกงชัด 48 ราย

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^