LASTEST NEWS

05 ธ.ค. 2559ศธ.น้อมนำพระราชกระแสในหลวงร.9 05 ธ.ค. 2559แจกสูตรคำนวณ Excel สำหรับทุกงาน ทุกสายอาชีพครับ 05 ธ.ค. 2559ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 489/2559 การขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาการทุจริต กระทรวงศึกษาธิการ 05 ธ.ค. 2559ข่าวดี! สำนักงาน ก.พ.ประกาศรับสมัครสอบ ก.พ. ภาค ก ภาคพิเศษ สมัครทางอินเทอร์เน็ต 05 ธ.ค. 2559(เงินเดือน17,500 บาท) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เปิดสอบรับราชการ จำนวน 16 อัตรา 05 ธ.ค. 2559(วุฒิปวส.ขึ้นไป) กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดสอบรับราชการ จำนวน 20 อัตรา 05 ธ.ค. 2559กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดสอบรับราชการ จำนวน 15 อัตรา 05 ธ.ค. 2559(วุฒิปริญญาตรี 15,000 - 16,500 บาท) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เปิดสอบรับราชการ 20 อัตรา 04 ธ.ค. 2559มกธ.ระส่ำ!คุรุสภาปฏิเสธให้ตั๋วนศ.2พัน 04 ธ.ค. 2559สพป.มหาสารคาม เขต 3 เปิดสอบพนักงานราชการครู และครูอัตราจ้าง รวม 5 อัตรา

รอวัน"กระชากหน้ากาก" "ใคร"ทุจริตสอบครู

  • 31 มี.ค. 2556 เวลา 21:41 น.
  • 2,701 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
รอวัน"กระชากหน้ากาก" "ใคร"ทุจริตสอบครู

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

 ถ้าเป็นมวยก็ถือว่าสร้างความผิดหวัง ขัดอกขัดใจให้กับคนดู! ไปพอสมควร กับการดำเนินบทบาทของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) รวมทั้งองค์กรในสังกัดและเกี่ยวข้องกับการจัดการปัญหาการทุจริตสอบครูผู้ช่วย กรณีมีความจำเป็น หรือเหตุพิเศษ ว12 ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) รวมทั้งคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา 
 
    ที่ว่าคนดูต้องผิดหวัง ก็เพราะกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่เข้ามาตรวจสอบเบื้องต้น ได้ชี้ชัดแล้วว่าการสอบครูผู้ช่วยครั้งนี้มีการทุจริตจริง แถมยังทำกันเป็นขบวนการ มีผู้เกี่ยวข้องเชื่อมโยงหลายส่วน นับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากส่วนกลาง เจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่น และผู้เข้าสอบ มีการวางแผนตั้งแต่การออกข้อสอบ ระหว่างสอบ การวางแผนทำผังเลขที่นั่งสอบ และที่สำคัญมีหลักฐานว่าข้อสอบรั่วก่อนสอบ มีการติวคำเฉลยก่อนสอบ มีการว่าจ้างให้สอบแทน ผู้สอบคนเดียวกันมีการสมัครสอบและเข้าสอบที่กำหนดวันเดียวกันหลายที่
 
    หลักฐานแน่นหนัก ชัดเจนดังกล่าว ได้ถูกส่งต่อให้ ศธ.เพื่อไปดำเนินการในลำดับขั้นต่อไป ที่สำคัญคือ การเค้นหาความจริงอีกรอบเพื่อแยกแยะให้ชัดเจน ว่าในจำนวนผู้ได้คะแนนสูงผิดปกติกว่า 500 คนนั้น มีใครที่โกง มีใครที่ทำคะแนนด้วยความสามารถตัวเอง ไม่ได้อยู่ในขบวนการทุจริต ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้สอบได้โดยสุจริตไม่ติดร่างแหแปดเปื้อนกับการโกงครั้งมโหฬารในวงการศึกษาครั้งนี้ ขณะเดียวกันก็จะได้ดำเนินการ "ฟัน" คนโกงที่ขณะนี้ได้รับการบรรจุเป็นครูไปแล้ว ซึ่งหากมีหลักฐานชัดเจนก็จะต้องถูกถอดออกจากการเป็นข้าราชการ พร้อมกับถูกดำเนินคดีทางอาญาอีกด้วย
 
    แต่แล้วความคาดหวังว่า คนทำดีได้ดี คนทำชั่วต้องได้รับโทษทัณฑ์ ก็ต้องสะดุด เมื่อ ศธ.ได้ดำเนินการตามกลไกของกระทรวงฯ ซึ่งต้องมอบอำนาจทางปฏิบัติและการตัดสินใจให้กับ ก.ค.ศ. ซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องโดยตรงอีกองค์กรหนึ่ง เป็นผู้เข้าไปตรวจสอบแยกแยะ "ผู้ร้าย" ออกจากคนดี แต่ ก.ค.ศ.อ้างว่าไม่มีอำนาจในทางปฏิบัติ ผู้มีอำนาจแท้จริงคือ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ฯ หรือพูดง่ายๆ ก็คือมติที่ประชุมที่ประชุม ก.ค.ศ. เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2556 ที่ผ่านมา เป็นการยืมมือ อ.ก.ค.ศ.ฟันขบวนการทุจริตสอบครูนั่นเอง และกำหนดว่าต้องรู้ผลภายใน 15 วัน 
 
    ที่ประชุม ก.ค.ศ.ขีดเส้นให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ จำนวน 5 เขตพื้นที่ฯ ที่มีหลักฐานการทุจริตชัดเจน ตัดสินตามเส้นที่ขีดไว้เท่านั้น คือชะลอการบรรจุและยกเลิกการบรรจุบุคคลที่ถูกตรวจสอบและตัดสินว่าทุจริต มีประมาณ 5 ราย ทว่าจากข้อมูลการตรวจสอบทุจริตที่ดูจากฐานคะแนนผู้สอบทำคะแนนสูงผิดปกติ จำนวนกว่า 514 คน ชี้ว่าอาจมีถึง 129 เขตพื้นที่ฯ จากทั้งหมด 225 เขตพื้นที่ฯ กระจายอยู่ใน 68 จังหวัด ก่อการทุจริตสอบครูผู้ช่วยด้วย
 
    เท่ากับว่าพ้น 5 รายที่อยู่ในมติที่ประชุม ก.ค.ศ.ฟันทุจริตไปแล้ว ผู้โกงสอบคนอื่นๆ ก็สามารถรอดความผิดนี้ไปได้ มิหนำซ้ำยังอาจเปิดช่องให้เกิดการวิ่งเต้น จ่ายเงินรอบ 2 เพื่อให้ตัวเองหลุดรอดการตรวจสอบของเขตพื้นที่ฯ งานนี้รวยซ้ำรวยซ้อนแน่กับผู้มีอำนาจตัดสินประจำเขตพื้นที่ฯ กับคนที่คุณก็รู้ว่าใคร แต่นอกจากผู้มีอำนาจในเขตพื้นที่ฯ จะล่ำซำแล้ว ก็อดสงสัยไม่ได้กับน้ำเสียงที่เริ่มแผ่วเบาไปทุกวันของผู้บริหาร ศธ. โดยเฉพาะนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ ที่วันแรกๆ ประกาศลั่นจะจับคนผิดมาให้ได้ มุ่งมั่นราวกับจะทิ้งงานอื่นแล้วมาจับงานตรวจสอบทุจริตครูเป็นหลัก
 
    ขณะที่นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ศธ. ก็ประกาศกร้าวไม่แพ้กันว่า ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการระดับสูง หรือนักการเมืองระดับชาติคนใดก็ตาม ร่วมกันกระทำความผิด ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด แม้จะเป็นนักการเมืองพรรคเดียวกันก็จะไม่ละเว้น แต่ทั้งนี้ ไม่ว่าจะลับ ลวง พรางด้วยวิธีใด ผ่านใคร ด้วยข้อแลกเปลี่ยนอะไร วันนี้อาการแผ่วเบาการตรวจสอบและเอาผิดทุจริตสอบครูผู้ช่วยก็เริ่มปรากฏออกมาชัดเจน
 
    นอกจากตัวบุคคลที่เลือกจะเป็นลมเปลี่ยนทิศแล้ว ตัวบทกฎหมายของ ก.ค.ศ.เองก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะหากเขียนกระจายอำนาจจนส่วนกลางอ่อนแอได้ขนาดนี้ ปัญหาทุจริตการสอบครูผู้ช่วยนี้อาจจะสะท้อนถึงการวางโครงสร้าง ศธ.ที่ผิดเพี้ยนก็เป็นได้
 
    แต่อะไรก็คงไม่สำคัญเท่ากับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ ที่มีการวิเคราะห์จากบิ๊กวงใน ศธ.ทั้งทิศทางของส่วนภูมิภาคและส่วนกลาง ดังนี้
 
    ส่วนภูมิภาค ขณะนี้สามารถแบ่ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

1.กลุ่มที่ไม่มีการทุจริตเลย ทั้งจากผู้บริหารเขตพื้นที่ฯ และผู้สอบ เพราะตรวจสอบไม่พบความผิดปกติคะแนนและการชี้มูล ซึ่งกลุ่มนี้น่าจะตรวจสอบได้เสร็จสิ้นภายใน 15 วัน แล้วส่งผลกลับมา โดยไม่น่ามีปัญหาอะไร
 
2.กลุ่มที่มีการทุจริตเฉพาะผู้สอบ แต่ไม่มีผู้บริหารในเขตพื้นที่ฯ ไปเอี่ยวด้วย หรือเรียกง่ายๆ ว่าโดนล้วงตับ กลุ่มนี้ทาง อ.กค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ไม่น่าจะดำเนินการตรวจสอบได้เสร็จทันภายใน 15 วัน เพราะการตัดสินใจใดๆ อาจเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องภายหลังได้ ฉะนั้นกลุ่มนี้จะลังเลแล้วค่อยรอคำปรึกษาจาก ก.ค.ศ. เป็นการหาที่พิงหลังเพื่อไม่ให้เจ็บตัว 
 
และ 3.กลุ่มที่มีการทุจริตทั้งผู้บริหารเขตพื้นที่ฯ และผู้สอบ กลุ่มนี้จะมีปัญหาดื้อไม่รับฟังมติ ก.ค.ศ.ที่ผ่านมา เพราะไม่ต้องการยกเลิกผลสอบ เหตุจากไปรับเงินมาแล้ว มีการจัดสรรแบ่งปันส่วนเรียบร้อยไปแล้ว ฉะนั้นจึงยืนยันการประกาศผลผู้สอบบรรจุได้ตามเดิม ซึ่งกลุ่ม 2-3 มีประมาณ 129 เขตพื้นที่ฯ
 
    อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์เป็นไปอย่างที่คาดการณ์ ก็เข้าทาง ก.ค.ศ.ที่สามารถกลับมามีอำนาจชี้ขาดเรื่องนี้ตามกฎหมาย กล่าวคือ เมื่อให้ดาบไปแล้ว ไปใช้ทำผิดกฎหมาย กระทำโดยมิชอบ หรือไม่กระทำใดๆ ก็ต้องคืนดาบกลับมา ซึ่งเมื่อถึงจุดนั้น ก.ค.ศ.สามารถสั่งยกเลิกได้เองเลย
 
    และทิศทางของส่วนกลาง ถึงแม้ดีเอสไอจะรับเป็นคดีพิเศษแล้ว แต่ก็ยังมีการพยายามวิ่งเต้นกับนักการเมืองฝ่ายรัฐบาล เพื่อหวังจะลดความร้อนแรงการตรวจสอบ ขณะเดียวกันก็มีความพยายามจะตัดตอนการสาวคดีความถึงปลาตัวใหญ่ โดยมีแผนให้ปลาตัวเล็กรับผิดแทน เรื่องนี้ไม่มีการฆ่ากัน แต่เป็นการทุ่มผลประโยชน์มากพอที่ปลาตัวเล็กจะยอมทิ้งอนาคตราชการมารับผิดแต่เพียงผู้เดียว
 
    อย่างไรก็ตาม การจะจับปลาตัวใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหากไม่มีหลักฐานเพียงพอ ประกอบกับตามกฎหมาย พ.ร.บ.ระเบียบราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา 11(4) ระบุว่า การสั่งแขวนหรือให้ไปช่วยราชการของข้าราชการระดับซี 11 ต้องให้นายกรัฐมนตรีลงนามในคำสั่ง โดยมี รมว.กระทรวงเป็นผู้เสนอ ดังนั้นการจะไปถึงจุดนั้นคงยาก และขึ้นอยู่กับดีเอสไอเท่านั้น ว่าจะตรวจสอบแบบตรงไปตรงมาอย่างไร
 
    เป็นที่น่าจับตาว่านโยบายรัฐบาลที่ประกาศไว้กับรัฐสภา เรื่องการปราบทุจริตคอรัปชั่น จะสามารถทำได้จริงหรือเพียงกลืนน้ำลายตัวเอง ยิ่งคดีทุจริตสอบครูผู้ช่วย ว12 ที่ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษแล้ว ก็แสดงชัดว่ามีมูลการกระทำทุจริตจริง 
 
    น่าอนาถสำหรับประเทศไทย ที่รุ่นลูก รุ่นหลานนอกจากจะต้องรับผิดชอบเงินกู้ 2.2 ล้านล้านเพื่อสร้างรถไฟความเร็วสูงแล้ว ยังมีการต่อสายพันธุ์ทุจริตให้มีการสืบทอดต่อๆ กันอีก เพราะหากคนที่เป็นพ่อพิมพ์แม่พิมพ์ทุจริตแล้วก็คงสอนเด็กให้เป็นคนดีไม่ได้.
 
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : รอวัน"กระชากหน้ากาก" "ใคร"ทุจริตสอบครู

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้


Advertisement
^