LASTEST NEWS

21 เม.ย. 2558มติคุรุสภา (19 มี.ค.58) รับรอง ป.บัณฑิต วิชาชีพ เปิดสอนใน 45 สถาบัน 50 หลักสูตร 21 เม.ย. 2558กรมการท่องเที่ยว เปิดสอบพนักงานราชการ เงินเดือน 18,000 บาท 21 เม.ย. 2558ครม.ตั้งคกก.พิจารณาเงินเดือนจนท.รัฐทั้งระบบ 21 เม.ย. 2558CPF บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) เปิดรับพนักงานรับทั่วประเทศ 181 อัตรา 21 เม.ย. 2558โรงเรียนลาดปลาเค้าพิทยาคม รับสมัครเจ้าหน้าที่ธุรการ สมัคร 21-24 เมษายน 2558 21 เม.ย. 2558โรงเรียนบ้านม่วงชุม รับสมัครพนักงานราชการ ตำแหน่งครูพี่เลี้ยง สมัคร 21-28 เม.ย.58 21 เม.ย. 2558โอกาสดีๆ รอคุณอยู่ SCG เปิดรับสมัครพนักงาน 134 อัตรา ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด 21 เม.ย. 2558ค่าเรียนเด็กประถมปีละ 7 แสน ..แม่เจ้า!! 21 เม.ย. 2558"อำนาจ สุนทรธรรม" คสช.สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ : คอลัมน์ คนตามข่าว 21 เม.ย. 2558สพป.สระแก้ว เขต 1 ให้สพป.ปราจีนบุรี เขต 2 ยืมบัญชีครูผู้ช่วย 19 อัตรา

หลักสูตรใหม่...เริ่มเดินเครื่อง

  • วันศุกร์ที่ 29 มี.ค. 2556 เวลา 20:41 น.
  • 1,861 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
หลักสูตรใหม่...เริ่มเดินเครื่อง
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

โดย สมพงษ์ จิตระดับ สุอังคะวาทิน คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
 
ในนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ได้เน้นเรื่องการปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับเด็กเป็นสำคัญ เพราะที่ผ่านมาการปฏิรูปการศึกษาในรอบที่แล้วทุกภาคส่วนได้ผลประโยชน์กันอย่างเต็มที่ยกเว้นเด็ก ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้น 2 คณะ คือ 
 
คณะที่ 1 กำหนดวิสัยทัศน์การปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาเป็นประธานและมีผู้ทรงคุณวุฒิมาจากทุกภาคส่วนเป็นกรรมการ 22 ท่าน 
 
คณะที่ 2 มี ศ.ดร.ภาวิช ทองโรจน์ เป็นประธานคณะกรรมการและมีกรรมการออกแบบร่างหลักสูตรใหม่ ตำราเรียนแห่งชาติ รวม 32 ท่าน 
 
คณะกรรมการทั้ง 2 คณะ มีการประชุมร่วมหลายครั้ง ได้มีการอภิปรายแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง จุดแข็ง จุดอ่อน ปัญหาอุปสรรคและข้อจำกัดที่เกิดขึ้นมากมายของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 รวมทั้งได้มีการศึกษาเปรียบเทียบกับหลักสูตรขั้นพื้นฐานของประเทศต่างๆ ฟินแลนด์ ฮ่องกง สิงคโปร์ ญี่ปุ่น อังกฤษ สหรัฐอเมริกา แอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ นิวซีแลนด์ และอื่นๆ 
 
ในเบื้องต้นผลการศึกษาการแสดงความคิดเห็นรอบด้าน ได้บทสรุปค่อนข้างจะตรงกันว่าประเทศไทยควรจะมีหลักสูตรใหม่ยกเครื่องเนื้อหาการเรียนรู้ได้แล้ว ดังเหตุผลต่อไปนี้
 
หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544 ได้ใช้มานานระยะเวลาหนึ่งแล้วประมาณ 15 ปี ล้าหลังพอสมควร ถึงแม้นจะมีการปรับหลักสูตรหลายครั้ง แต่จุดกำเนิดของหลักสูตรฉบับนี้ใช้แนวความคิดหลักการ วิธีการของประเทศสหรัฐอเมริกาในเวลานั้นเป็นหลัก คือ อิงมาตรฐาน (Standard Curriculum) นำไปสู่มาตรการเรียนรู้กว่า 4,000 มาตรฐาน และตัวบ่งชี้มากมายจนนำไปสู่การเชื่อมโยงเนื้อหาสาระเป็นหลัก จนครูสาละวนกับมาตรฐานและตัวบ่งชี้มากกว่าเรื่องอื่น 
 
การใช้เวลาเรียนรู้ประเทศไทยสูงเป็นอันดับสองของโลก 1,000-1,200 ชั่วโมงต่อปี รองจากประเทศในทวีปแอฟริกาที่สูงที่สุด 1,400 ชั่วโมง ในขณะที่เกือบทุกประเทศมีเวลาเฉลี่ยการเรียน 600-800 ชั่วโมงต่อปี 
 
เด็กไทยเรียนหนักครูสอนหนักแต่ผลสัมฤทธิ์เกือบท้ายสุดในโลก ประเทศไทยเรียนพร้อมกันทั้ง 8 กลุ่มสาระ เข้าเป็นหน้ากระดานพร้อมกัน ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เนื้อหามาก ยาก ซ้ำซ้อนมากมาย กลายเป็นภาระหนักอึ้งสำหรับเด็กไทยที่เรียนตลอดทั้งวัน กวดวิชาเข้มข้น เพิ่มเสาร์-อาทิตย์ จนเกิดภาวะเครียดกดดัน ไม่มีความสุขกับการเรียนรู้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 
 
หลายประเทศจัดเนื้อหาตามพัฒนาการและวัยของเด็กโดยเฉพาะในระดับประถมศึกษาเพียง 3-4 กลุ่มสาระ แล้วค่อยๆ เพิ่มเสียบมากขึ้นตามลำดับจนครบในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย แทบทุกประเทศส่งเสริมให้มีการเรียนรู้นอกห้องเรียน ชุมชน แหล่งเรียนรู้สำคัญ ในรูปแบบโครงงาน (Project Base) ยกเว้นประเทศไทย เด็กไทยใช้เวลาเรียนรู้อยู่ในโรงเรียนกับครูและหนังสือเกือบ 100% ทีเดียว 
 
รายละเอียดของจุดอ่อน ข้อบกพร่องของหลักสูตรขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544 ยังมีอีกหลายประการ จนนำมาสู่การตัดสินใจครั้งสำคัญในการปฏิรูปการเรียนรู้ของเด็กไทยใหม่ด้วยหลักการและเหตุผล ความจำเป็น ความต้องการ ปัญหาความท้าทายของประเทศไทยในโลกทศวรรษที่ 21 ดังต่อไปนี้
 
1.คุณภาพของการศึกษาของไทยอยู่ในขั้นวิกฤตทั้งในเชิงคุณลักษณะ ทักษะ และผลสัมฤทธิ์ ที่ตกต่ำและด้อยคุณภาพทั้งจากการวัดและประเมินผลภายในประเทศและนอกประเทศ ดังเช่น PISA และ O-net เฉลี่ยทุกวิชา ทุกทักษะตกเกือบหมด อยู่ระหว่างประมาณ 30-50% เป็นส่วนใหญ่
 
2.รากเหง้าของสังคมไทยกับเด็กไทยสั่นคลอน ภาษาไทยกลายเป็นเพียงเครื่องมือสื่อสารที่อ่อนและผิดสำแดง มิใช่เป็นภาษาอัตลักษณ์ ความงดงาม สุนทรียะ ความภาคภูมิใจของชนในชาติ ประวัติศาสตร์การเรียนรู้เป็นประวัติแยกส่วน ความลึกซึ้งลดหายไปมาก ภูมิปัญญา วัฒนธรรม ศาสนาเจือจางลง คลั่งแต่วัฒนธรรมต่างชาติ Kpop Jpop และตะวันตก
 
3.กำลังคนระดับกลางขาดแคลนอย่างหนัก มิใยที่การกำหนดนโยบายการศึกษาขั้นพื้นฐาน : สายอาชีวศึกษาจะเป็น 50:50 ระบบหลักสูตรการศึกษาไทยยังมีค่านิยมส่งเสริมการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษามากขึ้นทั้งๆ ที่มีโอกาสตกงานสูง เด็กไทยมีทัศนคติ ค่านิยมรังเกียจการศึกษาในเชิงสัมมาชีพ อาชีวะระดับกลางค่อนข้างมาก (Career Education)
 
4.ความท้าทายโลกในทศวรรษที่ 21 ประชาคมอาเซียน โลกของทักษะอนาคต แนวการเรียนรู้ STEM (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกร และคณิตศาสตร์) ภาษาอังกฤษ ICT ภาษาเพื่อนบ้าน แท็บเล็ต
 
5.ลดเนื้อหาและเวลาเรียนให้น้อยลงไม่เกิน 800 ชั่วโมงต่อปี กลุ่มสาระการเรียนรู้เน้นผู้เรียนเป็นหลัก การเรียนรู้:กิจกรรม = 60:40 ให้ส่งเสริมการศึกษาแบบโครงงาน (Project Base) ทุกระดับชั้นด้วยคำถามที่เหมาะสมกับวัย สิ่งแวดล้อม สังคมบริบทแต่ละแห่ง
 
6.ลดภาระงานของครูให้ปรับเปลี่ยนบทบาทจากครูสอนท่องจำ ยึดหนังสือเป็นหลักมาเป็นวิทยากรกระบวนการ ผู้อำนวยความสะดวก การพัฒนาโจทย์คำถามร่วมกับนักเรียน การพาเด็กศึกษานอกห้องเรียน และอื่นๆ
 
7.การสร้างและพัฒนาให้เด็กไทยเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ (Liberal Arts) ที่มีลักษณะความสมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม มีความเป็นไทยแสดงออกแบบสากลได้ มีความรอบรู้สหศาสตร์ทั้งสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ การปรับตัวอยู่ในกระแสโลกอย่างสมดุล เป็นต้น
 
8.สภาพปัญหาของเด็กไทยน่าเป็นห่วงแทบทุกด้าน เด็กไม่มีความสุขกับการเรียนรู้จากระบบหลักสูตรที่เน้นการแข่งขัน อัดฉีดเร่งเนื้อหา พร้อมกับหน่วยงานดังเช่น สมศ.และ สทศ.ที่เน้นการประกันคุณภาพภายนอกและข้อสอบที่ยากเกินระดับชั้น ล้วนเป็นสาเหตุสำคัญให้เด็กถูกผลักออก ให้ออกกลางคันเป็นอันมากจนสภาพเด็กไทยมีสถิติการเป็นยุวอาชญากร การใช้ความรุนแรง ยาเสพติด การตั้งครรภ์ก่อนวันเรียนสูงติดอันดับต้นๆ ของโลกเกือบทุกพฤติกรรมทีเดียว
 
9.ความขัดแย้งแตกต่างสุดขั้วของคนในชาติ การส่งเสริมประชาธิปไตย ความเป็นพลเมือง (Civic Education) คุณธรรม จริยธรรม ของคนในชาติ สันติศึกษา กระบวนการสร้างและหล่อหลอมวัฒนธรรมประชาธิปไตยผ่านสภานักเรียน กิจกรรมจิตอาสา จิตสาธารณะ เป็นต้น
 
10.การวัดและประเมินผล ระบบสอบคัดเลือกแอดมิสชั่นส์ที่เน้นการสอบแข่งขันเชิงเนื้อหาลงมาเป็นการพิจารณาผลงานนักเรียน แฟ้มผลงาน กิจกรรมสะสมมากขึ้น ปฏิรูปหรือยกเลิกหน่วยงาน สมศ.และ สทศ.เสียใหม่
 
คณะกรรมการได้มีการประชุมในเชิงหลักการและเหตุผลว่าจะยกร่างหลักสูตรใหม่นี้เป็นเพียงพิมพ์เขียวเริ่มต้นให้เสร็จสิ้นภายใน 6 เดือน ต่อจากนั้นจะให้สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานรับเป็นเจ้าภาพต่อไปตามกฎหมายที่ระบุไว้ ทั้งในเชิงการมีส่วนร่วมของประชาชน การประชาพิจารณ์ในกลุ่มผู้เกี่ยวข้อง สถาบันผลิตครู คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ครู ผู้บริหารการศึกษา ศึกษานิเทศก์ เขตการศึกษา ฯลฯ ทั้งในเชิงวิสัยทัศน์ เป้าหมาย พันธกิจ และอื่นๆ สำหรับโครงสร้างเนื้อหาเบื้องต้นหลังจากการศึกษาเปรียบเทียบหลายประเทศทั่วโลก การอภิปรายถกเถียงอย่างกว้างขวางเป็นเวลานานที่ประชุมมีมติให้ยกเลิกการเรียนรู้เนื้อหา 8 กลุ่มสาระที่มีแต่เดิมลง และยกเครื่องโครงสร้างเนื้อหาใหม่เป็น 6 กลุ่มสาระประสบการณ์ดังต่อไปนี้
 
1.ภาษาและวัฒนธรรม (Language and Culture)
 
2.กลุ่มสาระเรียนรู้ STEM (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกร และคณิตศาสตร์)
 
3.การดำรงชีวิตและโลกของงาน (Work Life)
 
4.ทักษะสื่อและการสื่อสาร (Media Skill and Communication)
 
5.สังคมและมนุษยศาสตร์ (Society and Humanity)
 
6.อาเซียน ภูมิภาคและโลก (Asean Region and World)
 
การกำหนดโครงสร้าง 6 กลุ่มสาระวิชานี้ให้ระบุกำกับไว้ให้เรียนรู้ไม่เกิน 800 ชั่วโมงต่อปี เพิ่มกระบวนการเรียนรู้ผ่านโครงงาน (Project Base) ทุกระดับชั้น เน้นกระบวนการประชาธิปไตยและคุณธรรม จริยธรรมเพิ่มมากขึ้นด้วย
 
ในที่ประชุมได้มีการแสดงข้อห่วงใยว่าหลักสูตรใหม่อาจไปไม่ถึงดวงดาวความสำเร็จที่ตั้งความหวังไว้ได้ แม้นจะมีหลักสูตรดีที่สุดในโลกก็ตามที เพราะ ครูไทยไม่เปลี่ยนวิธีการสอน อย่างไรครูจำนวนหนึ่งยืนยันว่าทำได้อย่างแน่นอนขอเพียงยกร่างหลักสูตรให้ชัดเจน ประชาสัมพันธ์ ประชาพิจารณ์ การมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง มีคู่มือครูอธิบายอย่างละเอียดทุกขั้นตอน สร้างและผลิตสื่อให้เพียงพอ มีพี่เลี้ยง (Mentors) คอยให้คำแนะนำและร่วมลงมือปฏิบัติการอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง 3 ปี จะเห็นผลการปฏิรูป เปลี่ยนแปลงได้อย่างแน่นอน
 
หลักสูตรใหม่ เริ่มเดินเครื่องเห็นเป็นรูปร่างบ้างแล้ว แม้นจะเป็นเพียงการยกร่างเบื้องต้น แต่ก็ยังแก้ไขได้ และยังต้องการนานาทรรศนะในวงกว้างอีกมากมาย เชิญร่วมถกเถียงแสดงความคิดเห็นมายังคณะกรรมการทุกท่านรวมทั้งผู้เขียนด้วย หรือส่งตรงไปที่ Thai currriculum : reform
 
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

โดย สมพงษ์ จิตระดับ สุอังคะวาทิน คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : หลักสูตรใหม่...เริ่มเดินเครื่อง

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

^