LASTEST NEWS

08 ธ.ค. 2559ว่างไปสมัคร! รับเยอะ 28 อัตรา (วุฒิม.6-ปริญญาตรีทุกสาขา) เปิดสอบพนักงานราชการครู และลูกจ้างชั่วคราว 08 ธ.ค. 2559สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รับสมัครอาจารย์ 08 ธ.ค. 2559จ่อฟันผู้บริหารอาชีวะเอี่ยวเปิดเทียบโอนไร้มาตรฐาน 08 ธ.ค. 2559เตือนใช้วุฒิปลอมโดนคดีอาญา 08 ธ.ค. 2559วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี เปิดสอบพนักงานราชการครู 08 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องมีวุฒิครู) รับป.ตรีทุกสาขา กศน.จังหวัดเลย เปิดสอบครูศูนย์การเรียนชุมชน 08 ธ.ค. 2559กศน.จังหวัดเลย เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป 08 ธ.ค. 2559ด่วน!! บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดรับสมัครวุฒิปริญญาตรี ไม่จำกัดสาขา จำนวนมาก 08 ธ.ค. 2559บรรจุครั้งแรก 77อัตรา กรมการปกครอง เปิดสอบบรรจุรับราชการ สมัคร16ธ.ค.2559-9ม.ค.2560 07 ธ.ค. 2559ด่วน! กทม.เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ 304 อัตรา (วุฒิปวช.-ป.ตรีทุกสาขา) สมัคร15ธ.ค.59-6ม.ค.60

พ่อพิมพ์-แม่พิมพ์ อย่าเพิ่งท้อใจ ! ..เพียงแค่เกิดการ'ทุจริตสอบครู'

  • 26 มี.ค. 2556 เวลา 09:19 น.
  • 2,793 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
พ่อพิมพ์-แม่พิมพ์ อย่าเพิ่งท้อใจ ! ..เพียงแค่เกิดการ'ทุจริตสอบครู'

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

พ่อพิมพ์-แม่พิมพ์ อย่าเพิ่งท้อใจ ! ..เพียงแค่เกิดการ'ทุจริตสอบครู'
ขอบคุณข้อมูลจาก เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 27 มี.ค. 2556 (กรอบบ่าย)
 
            ดร.พิษณุ  ตุลสุข
            หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ
          ถือเป็นเรื่องดังฉาวโฉ่ไปทั่วประเทศและชาวโลก เมื่อเกิดการทุจริตในการสอบคัดเลือกครูผู้ช่วยของประเทศไทย เป็นข่าวใหญ่และเป็นที่ติดตามความคืบหน้าในการตามจับตัวขบวนการผู้ทุจริตให้ปรากฏ และบางกระแสยังบอกว่างานนี้อาจเป็น 'มวยล้ม ต้มคนดู"ระหว่างที่ พนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) นำโดย นายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามทุจริต ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนฯ กำลังเดินหน้าสืบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทุจริตการสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่ง ครูผู้ช่วยกรณีมีความจำเป็น หรือเหตุพิเศษ ว.12 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งมีการจัดสอบไปเมื่อวันที่ 13 ม.ค. 56 ที่ผ่านมา
 
          โดยผลการสืบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นของดีเอสไอตรงกับผลสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกระทรวงศึกษาธิการทั้ง 4 เขตพื้นที่การศึกษา คือ สรุปรายงานชี้ชัดว่าการทุจริตมีบุคคล 3 ส่วนเกี่ยวข้องทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และผู้เข้าสอบ โดยข้อพิรุธการทุจริตมากถึง 9 ข้อสำคัญ
 
          นับเป็นโอกาสดีในช่วงที่กำลังรอผลว่าทางดีเอสไอกำลังพิจารณาว่าจะรับทำเป็นคดีพิเศษหรือไม่นั้น? ทีมข่าวเดลินิวส์ มีโอกาสได้รับเกียรติจากทาง ดร.พิษณุ ตุลสุข หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ และในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว ได้เขียนบทความพิเศษผ่านทางเดลินิวส์ เพื่อให้กำลังใจกับวงการพ่อพิมพ์แม่พิมพ์ เรื่อง "อย่าสิ้นหวังครูดี เพียงเพราะมีการทุจริตสอบครู"
 
          ดร.พิษณุ เปิดใจว่าถึงแม้ขบวนการทุจริตจะยิ่งใหญ่อย่างไร มีความร่วมมือโกงจากใครเป็นผู้ใหญ่ระดับไหนในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เชื่อว่าผลจากการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงศึกษาธิการ ที่แต่งตั้งโดย นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ คงจะสาวไปถึงแน่นอน
 
          คำถามของสังคมก็คือ ทำไมคนที่อยากเป็นครูจึงร่วมขบวนการทุจริตถึงจำนวน 400-500 คน คนที่จะไปเป็นครูแต่ยอมทุจริตเพื่อเป็นครู จึงเป็นคำถามว่า ถ้าจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน คนเหล่านี้ได้เข้าไปรับราชการเป็นครูจริง ๆ เขาจะสอนลูกศิษย์อย่างไร เพราะเมื่อต้นธารแห่งความดีได้แม่พิมพ์ที่ไม่ดีตั้งแต่ต้น อนาคตของลูกหลานอนาคตของประเทศไทยจะเป็นอย่างไร หรือจะเป็นสังคมอุดมด้วยคนโกง
 
          รัฐบาลที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ในนโยบายข้อ 1.3 ไว้อย่างชัดเจนว่าจะป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐอย่างจริงจัง
 
          ดังนั้นวันนี้จึงจำเป็นต้องรักษานโยบายที่จะธำรงไว้ซึ่งการสร้างแม่พิมพ์ที่ดีของประเทศชาติ!
 
          แต่เป็นที่น่าแปลกใจตรงที่ ขบวนการทุจริตครั้งนี้ ทั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงศึกษาธิการและกรมสอบสวนคดีพิเศษ ต่างฟันธงว่ามีการร่วมกันทุจริตจากผู้บริหารในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในรั้ววังจันทรเกษมด้วย ยิ่งทำให้เป็นความคลางแคลงใจสงสัยต่อไปว่า ถ้าผู้คุมบังเหียนการจัดการศึกษาในรั้วเสมาเป็นอย่างนี้แล้ว ผู้ใต้บังคับบัญชาในระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและระดับโรงเรียนจะเป็นอย่างไร คิดไปแล้วก็วังเวง?
 
          ความหดหู่หัวใจคนไม่เกิดเฉพาะแต่คนในสังคมหรือสาธารณชน แต่คนในวงการศึกษาเองก็หดหู่ว่าเกิดอะไรขึ้นในยุคสมัยอย่างนี้ วิชาชีพครูที่ออกกฎหมายมารองรับเป็นวิชาชีพควบคุม ใครจะเป็นครูต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูจึงจะเป็นครูได้ เป็นวิชาชีพชั้นสูงมีค่าตอบแทนสูง เด็กจบจากมัธยมศึกษาตอนปลายต่างมุ่งหน้าและใฝ่ฝันจะเป็นครู โดยมียอดการสมัครเข้าคณะครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์สูงกว่าคณะอื่น ๆ ในทุกมหาวิทยาลัยในประเทศไทย และเป็นเด็กเก่ง เด็กดีที่อยากเป็นครู เป็นอนาคตของอนาคตประเทศไทยในการที่จะสร้างผลผลิต คือ ประชากรในอนาคตของประเทศให้มีคุณภาพ คุณธรรมและเป็นคุณค่าสำคัญ เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ทรงคุณค่าของประเทศ
 
          เมื่อเป็นข่าวฉาวโฉ่ เป็นวิกฤติที่ต้องยอมรับว่าได้เกิดขึ้นจริงในวงการศึกษาของประเทศ ควรใช้วิกฤตินี้เป็นโอกาสในการที่จะปฏิวัติระบบการสอบบรรจุครู โดยตั้งคำถามแบบนอกกรอบว่า ทำไม 'นักเรียนนายร้อย" ไม่ต้องไปสอบบรรจุเป็น 'นายทหาร" เป็น 'นายตำรวจ" แต่ทำไมเป็นบัณฑิตที่จบครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ เป็นบัณฑิตครูแล้วต้องไปสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นครู ปีหนึ่ง ๆ สมัครกันประมาณ 1 แสนคน
 
          มีความเห็นว่าน่าจะมีวิธีคิดใหม่ที่ควรคัดเด็กดี เด็กเก่งและมีศรัทธาต่อวิชาชีพครู ปรารถนาที่จะเป็นครู ที่เราคัดเลือก"สุดยอด"เด็กมัธยมศึกษาตอนปลายเหล่านี้จากทุกเขตพื้นที่ในประเทศไทย นำมาเรียนในสถาบันผลิตครูที่เป็นมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่เปิดสอนคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ทั่วประเทศ แต่ให้เลือกว่าสถาบันนี้จะผลิตครูวิชาเอกอะไร ไม่ใช่ผลิตเก่งไปทุกวิชาเอก เลือกวิชาเอกที่เป็นหนึ่งของสถาบันนั้นไม่เกิน 3 วิชาเอก
 
          ลองคิดดูได้ว่าถ้า ตัวป้อน ที่คัดเด็กดี เด็กเก่ง มาเรียนครูในสถาบันผู้ผลิต ที่มีคุณภาพเยี่ยม และมีกติกากำกับต้องเรียนไม่ต่ำกว่าเกรด 3.00 ถ้าต่ำกว่านี้ก็หลุดไปจากโอกาสที่จะเป็นครูตามแนวคิดนี้ ถ้า ตัวป้อน ดีกระบวนการผลิตดี โดย ทฤษฎีระบบ ก็ยืนยันว่า ผลผลิต จะต้องดี ดังนั้นหากใช้ระบบนี้เราก็จะมีครูในอนาคตที่ดี และสามารถส่งครูดีเหล่านี้กลับไปบรรจุและแต่งตั้งเป็นครูที่ภูมิลำเนาหรือจังหวัดหรือเขตพื้นที่ ของตนเอง
 
          หากเป็นเช่นนี้ กระทรวงศึกษาธิการก็ไม่ต้องมีนโยบายครูคืนถิ่นหลอก ๆ และไม่เป็นธรรมเพื่อสร้างภาพอีก เพราะผลผลิต คือ บัณฑิตครูได้คืนถิ่นตั้งแต่วันบรรจุใหม่แล้ว และที่สำคัญคือไม่ต้องมีการสอบแข่งขันสอบคัดเลือกให้ขบวนการทุจริตจ้องหาประโยชน์และสร้างความอื้อฉาวทำลายสังคมครูอีก
 
          โครงการ ครูมืออาชีพ ของรัฐบาลเป็นทางออกที่สามารถทำได้ โดยหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกที่ ก.ค.ศ. (คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา) สามารถกำหนดได้ ตามมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และ หน่วยงานผู้ใช้ที่ใหญ่ที่สุด คือ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่นับจากปี พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป จะมีข้าราชการครูเกษียณอายุราชการกว่า 20,000 คน จนถึง ปี พ.ศ.2562 จะมีข้าราชการครูเกษียณอายุราชการถึง 26,000 กว่าคนและยังไม่นับรวมครู ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาและ กศน.
 
          หากมีกระบวนการวางแผนที่ดี ว่าเขตพื้นที่การศึกษาใดต้องการครูวิชาเอกอะไร เท่าไรใน 5 ปีข้างหน้า โดยทำแผนเป็น 10 ปี อัตราเกษียณอายุราชการเท่าไรจะบรรจุย้อนกลับไปเท่าไร ก็เสนอให้สถาบันผู้ผลิต ผลิตครูวิชาเอกนั้น จากเด็กมัธยมศึกษาตอนปลายที่มาจากเขตพื้นที่เหล่านั้น ตามหลักเศรษฐศาสตร์ ดีมานด์-ซัพพลาย การผลิตก็จะพอดีกับความต้องการใช้ได้ครูที่ดี มีกระบวนการผลิตอย่างมีคุณภาพ เราก็จะได้ครูดีโดยไม่ต้องมีการสอบบรรจุและแข่งขันไม่ต้องกังวลและต่อสู้กับขบวนการทุจริตที่มีหลากหลายรูปแบบและพัฒนาวิธีโกง ที่แนบเนียนมากขึ้น เหมือนที่เป็นอยู่ในวันนี้
 
          คำถามสุดท้ายว่าทำได้ไหม? ผมตอบว่าทำได้ เพราะผู้บริหารระดับเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารโรงเรียนรออยู่แล้ว ทุกคนต้องการแนวทางและการปฏิบัติที่ดีงาม มุ่งสู่จุดหมายเดียวกัน คือ สร้างเยาวชนสู่อนาคตด้วยเอกลักษณ์ของชาติ จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ยึดหลักศาสนาและรักษาอุดมการณ์และเอกลักษณ์ของประเทศไทย ที่สำคัญคือ นโยบายที่ชัดเจนของรัฐบาล ที่นายกรัฐมนตรีได้กำชับมา ที่กระทรวงศึกษาธิการโดยตลอดว่า ให้อยู่ในหลักการและความชอบธรรม
 
          ดังนั้นจึงต้องขอย้อนกลับไปยังคำถามว่า สิ่งที่ผมทำไม่ใช่ทำเพราะแก้แค้น ล้างแค้น แต่ทำตามนโยบายรัฐบาลและรักองค์กร ใครมาทำให้องค์กรและวิชาชีพครูเสื่อม ผมรับไม่ได้!!
 
          ที่กล่าวมาทั้งหมดจะให้ทำไหม ใครทำ และไม่ต้องมากล่าวหาผมอีกว่าเลื่อยขาเก้าอี้ใคร ใครที่ทำได้ก็มาทำผมรับได้ แต่ขอทำความเข้าใจว่าผมคือครู และหัวใจผมอยู่ที่ครู อยากได้ครูที่มีจิตวิญญาณของความเป็นครู ผมเกิดจากครู เติบโตจากครู ครูคือจิตวิญญาณของผม .
 
          "จักอุทิศชีวิตนี้เพื่อมวลครู
          แม้ตนกูจะตายไปสักพันหน
          วิญญาณจักเกิดใหม่ในบัดดล
          อุทิศตนเพื่อมวลครูอยู่ต่อไป"
 
          ดร.พิษณุ  ตุลสุข
 
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : พ่อพิมพ์-แม่พิมพ์ อย่าเพิ่งท้อใจ ! ..เพียงแค่เกิดการ'ทุจริตสอบครู'

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้


Advertisement
^