LASTEST NEWS

05 ธ.ค. 2559ศธ.น้อมนำพระราชกระแสในหลวงร.9 05 ธ.ค. 2559แจกสูตรคำนวณ Excel สำหรับทุกงาน ทุกสายอาชีพครับ 05 ธ.ค. 2559ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 489/2559 การขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาการทุจริต กระทรวงศึกษาธิการ 05 ธ.ค. 2559ข่าวดี! สำนักงาน ก.พ.ประกาศรับสมัครสอบ ก.พ. ภาค ก ภาคพิเศษ สมัครทางอินเทอร์เน็ต 05 ธ.ค. 2559(เงินเดือน17,500 บาท) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เปิดสอบรับราชการ จำนวน 16 อัตรา 05 ธ.ค. 2559(วุฒิปวส.ขึ้นไป) กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดสอบรับราชการ จำนวน 20 อัตรา 05 ธ.ค. 2559กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดสอบรับราชการ จำนวน 15 อัตรา 05 ธ.ค. 2559(วุฒิปริญญาตรี 15,000 - 16,500 บาท) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เปิดสอบรับราชการ 20 อัตรา 04 ธ.ค. 2559มกธ.ระส่ำ!คุรุสภาปฏิเสธให้ตั๋วนศ.2พัน 04 ธ.ค. 2559สพป.มหาสารคาม เขต 3 เปิดสอบพนักงานราชการครู และครูอัตราจ้าง รวม 5 อัตรา

สรุปผลสอบ ' 514 ครูผช.' ชี้ทุจริตชัด! ยื่นก.ค.ศ.ลงดาบ 22 มี.ค. ดีเอสไอฟันธงผิด 3 กระทง

  • 18 มี.ค. 2556 เวลา 10:10 น.
  • 4,806 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
สรุปผลสอบ ' 514 ครูผช.' ชี้ทุจริตชัด! ยื่นก.ค.ศ.ลงดาบ 22 มี.ค. ดีเอสไอฟันธงผิด 3 กระทง

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

          ชง'เสริมศักดิ์'ผู้สอบครูช่วย 514 คนทุจริตชัด เผยผลวิเคราะห์เก่งเหลือเชื่อ วิชาสุดหิน 'พละ-อังกฤษ'ยังได้เต็ม
 
          การตรวจสอบกรณีทุจริตสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีมีความจำเป็นหรือเหตุพิเศษ ว12 เมื่อวันที่ 13 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏรูปแบบพฤติการณ์การโกงในหลายรูปแบบ และอยู่ระหว่างกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทำการสอบสวนและรวบรวมข้อมูล โดยจะนำข้อสรุปเสนอกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อพิจารณายกเลิกการสอบเป็นรายเขตพื้นที่ฯ ในวันที่ 18 มีนาคม ขณะที่นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. จะประมวลผลการสอบสวนของดีเอสไอและหารือกับนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ก่อนพิจารณาว่าจำเป็นต้องโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงใน สพฐ.ออกจาก สพฐ. เพื่อเปิดทางการสอบสวนหรือไม่นั้น
 
          เมื่อวันที่ 17 มีนาคม นายพิษณุ ตุลสุข ผู้ตรวจราชการ ศธ. ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีปัญหาการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการครูในตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีมีความจำเป็น หรือเหตุพิเศษ ว12 ชุดที่นายเสริมศักดิ์ แต่งตั้ง เปิดเผยว่า หลังจากสรุปข้อมูลให้ดีเอสไอและนายเสริมศักดิ์หมดแล้ว คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯก็จะยุติบทบาท ยกเว้นนายเสริมศักดิ์จะมอบหมายให้ดำเนินการต่อในบางสอบข้อเท็จจริงฯก็จะยุติบทบาท ยกเว้นนายเสริมศักดิ์จะมอบหมายให้ดำเนินการต่อในบางเรื่อง ซึ่งในประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) วันที่ 22 มีนาคม ซึ่งจะมีการพิจารณายกเลิกการสอบเป็นรายเขตพื้นที่ฯ ก็พร้อมจะเข้าไปให้ข้อมูลต่อที่ประชุมด้วย
 
          นายพิษณุกล่าวต่อว่า ในวันที่ 18 มีนาคม จะนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลผู้สอบคัดเลือกครูผู้ช่วยที่มีคะแนนสูงผิดปกติ 514 คนให้กับนายเสริมศักดิ์ ซึ่งมีความชัดเจนว่า ทั้ง 514 คนมีการทุจริตแน่นอน แต่ต้องให้ ที่ประชุม ก.ค.ศ.พิจารณาตัดสินว่าจะมีมติ ออกมาเช่นไร
 
          ผู้ที่ได้คะแนนสูงผิดปกติกลุ่มนี้ เมื่อวิเคราะห์ตามสถิติข้อมูล ไม่น่าเป็นไปได้ที่จะได้คะแนนสอบในภาค ก เต็มใน 4 ชุดวิชาใดวิชาหนึ่ง เช่น บางคนได้คะแนนใน 4 ชุดวิชา 48-49- 50-50 คะแนน แม้คนที่เรียนเก่งมากๆ ก็คงไม่สามารถทำคะแนนได้มากขนาดนี้ และที่น่าสงสัยในบางวิชาเอก เช่น พลศึกษาซึ่งเป็นสาขาวิชาที่เน้นการปฏิบัติและยากมากที่จะมีผู้สอบได้คะแนนเต็ม แต่ครั้งนี้มีผู้ที่ได้คะแนนเต็ม  หรือแม้แต่วิชาเอกภาษาอังกฤษก็มีคนได้คะแนนเต็มด้วย นอกจากนี้เมื่อมาดูความยากง่ายของข้อสอบแต่ละฉบับ สพฐ.เคยระบุว่ามีความยากง่ายสลับกันไป ฉะนั้นจึงไม่น่าได้คะแนนเต็มมากขนาดนี้
 
          นายพิษณุกล่าว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลของผู้ที่สอบบรรจุได้ด้วยตนเอง จะได้คะแนนในแต่ละชุดวิชา 30 กว่าคะแนนเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีใครได้มากกว่า 40 คะแนนหรือได้คะแนนในแต่ละชุดวิชา 30 กว่าคะแนนเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีใครได้มากกว่า 40 คะแนนหรือได้คะแนนเต็มเลย และเมื่อรวมคะแนนใน 4 ชุดวิชาจะได้คะแนนตั้งแต่ร้อยละ 60 ขึ้นไป แต่จะไม่เกินร้อยละ 80 ดังนั้น เมื่อเทียบคะแนนของผู้สอบได้ปกติกับกลุ่ม 514 คนที่เชื่อว่าทุจริต คะแนนจะแตกต่างกันมาก และเมื่อพิจารณาในภาพรวมของการสอบบรรจุครูผู้ช่วยครั้งนี้ ซึ่งมีตำแหน่งว่างบรรจุได้ประมาณ 2,400 ตำแหน่ง น่าจะมีผู้ที่ทุจริตสอบบรรจุได้ประมาณร้อยละ 25
 
          ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า ภายหลังผู้สมัครสอบครูผู้ช่วยที่ยอมจ่ายเงิน ร่วมมือในการให้ข้อมูลกับดีเอสไอเพื่อแลกกับการกันเป็นพยาน เพื่อไม่ต้องถูกดำเนินคดี ทำให้ขณะนี้กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบวิตกกังวลใจอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ขอนแก่น เขต 4 และ สพป.ขอนแก่น เขต 3 มีระดับผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่ฯ 1 คน และผู้อำนวยการโรงเรียนหลายคน โดยมีเจ้าหน้าที่ในสพป.คนหนึ่งทำหน้าที่หาลูกค้าที่เป็นพนักงานราชการ ครูอัตราจ้าง ทำให้การสอบที่ผ่านมามีพนักงานราชการ ครูอัตราจ้างของหลายโรงเรียนใน จ.ขอนแก่น สอบได้ยกโรงเรียน เช่น  โรงเรียนบ้านคำแมด กิ่งอำเภอซำสูง สอบได้ทั้งหมด 2 คน โรงเรียนทุ่งใหญ่รัตนศึกษา สอบได้ 6 คน และโรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม อ.กระนวน สอบได้หมด 2 คน
 
          "มีพนักงานราชการในโรงเรียนคนหนึ่งทำงานมา 10 กว่าปี สอบกี่ครั้งก็ไม่ผ่าน แต่คราวนี้สอบผ่าน เพราะไปจ่ายเงินมา 4 แสนกว่าบาท เจ้าตัวมาพูดเอง ส่วนพนักงานราชการที่ไปเสียเงินให้กับขบวนการทุจริต พอได้เฉลยคำตอบมาก็นำไปขายต่อให้กับคนอื่น แต่ก็สอบบรรจุในคราวนี้ไม่ได้ เพราะไปชนกับคนที่ได้เฉลยมาเหมือนกัน" ผู้อำนวยการโรงเรียนคนเดิมกล่าว
 
          นายอนันต์ ระงับทุกข์ รองเลขาธิการ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวถึงกรณีนายเสริมศักดิ์ระบุว่าเคยมอบหมายให้ไปตรวจสอบข่าวลือก่อนหน้านี้ว่า จะมีการทุจริต โดยยอมรับ นายเสริมศักดิ์ สั่งการจริงและได้ไปตรวจสอบแล้ว แต่ไม่พบการทุจริต อาจเป็นเพราะไม่มีแหล่งข้อมูล เชิงลึก ดังนั้นหากจะกล่าวหา สพฐ.ว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ คงไม่ได้ เพราะได้ทำตามหน้าที่ และให้เกิดความเป็นธรรมอย่างดีที่สุดแล้ว หน้าที่ และให้เกิดความเป็นธรรมอย่างดีที่สุดแล้ว
 
          "จะหาว่าละเว้นปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างไร ในเมื่อคำว่า ละเว้น หมายถึงมีหน้าที่ แต่ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ แต่ในที่นี้ หน้าที่ของ สพฐ.คือ ออกข้อสอบ ตรวจกระดาษคำตอบ ประมวลผลการสอบ หากปรากฏว่ามีการทุจริตหรือส่อไปในทางไม่สุจริต ให้คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา พิจารณาแก้ไขหรือยกเลิกการคัดเลือกในครั้งนั้นได้ ถามว่า สพฐ.จะละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อย่างไร ในเมื่อหน้าที่การยกเลิกเป็นของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ไม่ใช่ของ สพฐ." รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าว
 
          นายอนันต์กล่าวด้วยว่า เชื่อมั่นว่าข้อสอบไม่ได้รั่วมาจากส่วนกลาง เพราะไม่ได้เห็นข้อสอบ เห็นแต่รหัส แล้วตัวเฉลยก็ทำขึ้นหลังจากการที่ส่งข้อสอบไปยังเขตพื้นที่ฯแล้ว 2 วัน ส่วนว่าจะรั่วทางไหน คงต้องไปตรวจสอบว่าจุดไหนที่จะเป็นไปได้
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่า มีบัตรสนเท่ห์โจมตีผู้อำนวยการสำนักฯใน สพฐ.คนหนึ่ง ระบุว่าเมื่อต้นเดือนมีนาคม นำเงินสด 2 ล้านบาทไปชำระหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา ที่กู้ยืมเงินก่อนดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักฯ ถ้าดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษแล้วลงมาตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้บริหารส่วนกลางทุกคน พร้อมให้ตรวจสอบหรือไม่ นายอนันต์กล่าวยืนยันว่า พร้อมให้ตรวจสอบทุกบัญชี และให้ตรวจย้อนหลัง 2-3 ปีด้วย เพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตแน่นอน
 
          ายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้มีบัตรสนเท่ห์ส่งถึงสื่อมวลชน ระบุว่า เมื่อต้นเดือนมีนาคม มีผู้อำนวยการสำนักฯสพฐ. คนหนึ่ง หอบเงินสด 2 ล้านบาทมาใช้หนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา ที่กู้ยืมไปช่วงก่อนการดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักฯ
 
          ด้านนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ในวันที่ 18 มีนาคม ดีเอสไอจะไอ กล่าวว่า ในวันที่ 18 มีนาคม ดีเอสไอจะสามารถส่งผลสรุปการสอบสวนถึงกระทรวงศึกษาธิการได้ตามที่รับปากไว้ โดยพบว่ามีการทุจริตด้วยกัน 3 รูปแบบ คือ 1.มีการเฉลยข้อสอบก่อนทำการสอบให้แก่ผู้สอบที่จ่ายเงิน 2.มีการใช้เครื่องมือสื่อสารเฉลยข้อสอบขณะนั่งสอบ 3.มีการสอบแทนกัน ดีเอสไอจะไม่เสนอให้มีการยกเลิกการสอบทั้งหมด แต่เสนอยกเลิกเฉพาะพื้นที่ที่ทุจริตชัดเจน หรืออาจเสนอให้เพิกถอนผู้กระทำความผิดที่ได้รับการบรรจุเป็นรายคน ส่วนใครที่ยังสอบสวนไปยังไม่พบความผิดก็จะดำเนินการต่อไป เมื่อพบความผิดก็สามารถเสนอให้มีการเพิกถอนผลการสอบรายบุคคลในอนาคต
 
          ที่ จ.นครราชสีมา นายอดิศร เนาวนนท์ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ฐานะประธานคณะอนุกรรมการข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 กล่าวว่า การทุจริตสอบครูที่เกิดขึ้นมิใช่เป็นครั้งแรก ดังนั้น รัฐบาลต้องเอาจริงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีพยานหลักฐานชัดเจน หากไม่สามารถเอาผิดกับบุคคลที่เกี่ยวข้องที่มีตำแหน่งใน สพฐ. และอยู่เบื้องหลังขบวนการทุจริตได้ สังคมจะหมดศรัทธากับอาชีพครู จึงขอฝากความหวังกับดีเอสไอเอาผิดกับขบวนการทำลายความเชื่อมั่นของอาชีพครู เป็นอันตรายต่อสังคมและประเทศชาติ

ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์มติชน 
 



อัดสพฐ.หมกเม็ดโกงสอบครู/แฉวิชามาร
 
 "ดีเอสไอ" เผยผลสอบโกงครูผู้ช่วยกว่า 2 พันอัตรา พบ 3 รูปแบบ เล็งประชุมทีมงานสรุปรายละเอียดอีกครั้ง 18 มี.ค. เตรียมเพิกถอนผลสอบรายพื้นที่-บุคคล "บอร์ดครูประถมโคราช" แนะเอาผิดแก๊งทุจริตสอบครูจริงจัง ระบุ "สพฐ." มีเบาะแสทุจริตมานานแล้ว แต่หมกเม็ดไว้ จี้รัฐบาลฟันตัวการ หวั่นสังคมหมดศรัทธาอาชีพครู วอนอำนาจเขตพื้นที่ดำเนินการจัดสอบเอง
 
          เมื่อวันที่ 17 มี.ค.56 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคดีทุจริตสอบครูผู้ช่วยจำนวน 2,000 อัตราของกระทรวงศึกษาธิการ ว่า จากการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบในเชิงลึก พบว่ามีการกระทำผิดใน 3 รูปแบบคือ การเฉลยข้อสอบ และแจกก่อนเข้าห้องสอบ การใช้เครื่องมือสื่อสารเข้าไปทำการเฉลยข้อสอบขณะอยู่ในห้องสอบ และการสอบแทนกัน ทั้งนี้ในวันที่ 18 มี.ค.นี้ คณะทำงานของดีเอสไอจะมีการประชุมสรุปรายละเอียด เกี่ยวกับเรื่องนี้อีกครั้ง รวมทั้งจะมีการสรุปพื้นที่ทำการสอบที่จะต้องเพิกถอนผลสอบเป็นรายพื้นที่และรายบุคคลที่กระทำความผิด เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบและความไม่เป็นธรรมกับผู้ที่สอบได้โดยสุจริต เพื่อส่งให้กับกระทรวงศึกษาธิการในวันเดียวกัน
 
          ด้าน นายอดิศร เนาวนนท์ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ฐานะประธานคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครราชสีมา เขต 7 เปิดเผยถึงกรณี ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) ลงนามคำสั่งให้ผู้บริหาร และผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบบรรจุครูผู้ช่วยสลับตำแหน่งชั่วคราว ว่า เป็นการปฏิบัติตามวิธีปกติของระบบข้าราชการไทยเท่านั้น การทุจริตเกี่ยวข้องการสอบครูที่เกิดขึ้นไม่ใช่ครั้งแรก ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) หมกเม็ดมาตลอด และครั้งนี้มีความพยายามจะปิดบังอำพรางไว้เช่นเดียวกัน ดังนั้นรัฐบาลต้องเอาจริงในการเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง เพราะมีพยานหลักฐานชัดเจนหากไม่สามารถเอาผิดกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ที่มีตำแหน่งระดับบิ๊กๆในสพฐ.ซึ่งอยู่เบื้องหลังขบวนการทุจริตได้สังคมจะหมดศรัทธากับอาชีพครูโดยมีข้าราชการครูเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่ไม่มีจริยธรรม ทรยศต่อวิชาชีพ จึงขอฝากความหวังกับดีเอสไอที่จะดำเนินการเอาผิดกับขบวนการทำลายความเชื่อมั่นของอาชีพครู ซึ่งต้องเป็นแบบอย่างที่ดี มิเช่นนั้นจะไปสอนใครได้หากครูทำผิดเสียเองและทำให้การทุจริตขยายวงแพร่หลายเป็นอันตรายต่อสังคม และประเทศชาติ
 
          นายอดิศร กล่าวต่อว่า การสอบบรรจุครูผู้ช่วย สพฐ.ยังรวบอำนาจการดำเนินการจัดสอบ โดยให้เขตพื้นที่การศึกษาทำหน้าที่เป็นเพียงสนามสอบ นอกจากจะแก้ปัญหาการทุจริตสอบไม่ได้แล้วยังเป็นการกระทำที่ผิดต่อ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาพ.ศ.2547 มาตรา 47 ที่บัญญัติให้อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคล เข้ารับราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
 
          "ฉะนั้น สพฐ.ต้องคืนอำนาจการจัดสอบให้กับ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาให้ดำเนินการเอง หากพบการทุจริตในเขตพื้นที่การศึกษาใด ให้ดำเนินการทั้งทางวินัย และทางอาญากับผู้เกี่ยวข้องให้ถึงที่สุด เมื่อใช้ข้อสอบเป็นชุดเดียวกันทั่วประเทศ มีความเป็นไปได้ ที่จะมีการเผยแพร่คำตอบ โดยช่องทางออนไลน์ ไปยังผู้เข้าสอบในสนามสอบอื่นๆ หากมีพยานหลักฐานพบการกระจายคำตอบข้อสอบ ต้องประกาศยกเลิกผลการสอบทั้งหมดทั่วประเทศ"
 
ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์สยามรัฐ
 
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : สรุปผลสอบ ' 514 ครูผช.' ชี้ทุจริตชัด! ยื่นก.ค.ศ.ลงดาบ 22 มี.ค. ดีเอสไอฟันธงผิด 3 กระทง

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้


Advertisement
^