สพฐ. เล็งถกนโยบาย "ห้ามนักเรียนใช้มือถือในห้องเรียน" โยนโรงเรียนพิจารณาตามความเหมาะสม
สรุปข่าวการศึกษา: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เตรียมนำวาระเรื่องการควบคุมการใช้โทรศัพท์มือถือในชั้นเรียนเข้าสู่ที่ประชุมผู้บริหาร เพื่อระดมสมองหาแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ภายหลังจากที่ กทม. ได้ประกาศนำร่องนโยบายดังกล่าวไปก่อนหน้านี้ โดยเบื้องต้นเลขาธิการ กพฐ. ระบุว่าให้อยู่ในดุลพินิจของโรงเรียน พร้อมย้ำว่าครูก็ไม่ควรใช้มือถือขณะทำการสอนเช่นกันครับ
กทม. นำร่อง "โฟกัสการเรียนรู้ ฝากมือถือไว้กับครู"
สืบเนื่องจากกรณีที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ประกาศมาตรการเชิงรุกในการควบคุมและกำกับการใช้โทรศัพท์มือถือภายในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ภายใต้โครงการ "Phone Off, Learning On โฟกัสการเรียนรู้ ฝากมือถือไว้กับครู" เพื่อเสริมสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ และป้องกันผลกระทบด้านสุขภาพและพฤติกรรมจากการใช้งานหน้าจอที่เกินความจำเป็น โดยจะเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการในปีการศึกษา 2569 นั้น ส่งผลให้สังคมเกิดการตื่นตัวและตั้งคำถามถึงแนวทางของโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ทั่วประเทศ
ท่าที สพฐ. ชี้ให้โรงเรียนใช้ดุลพินิจพิจารณา
เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้เปิดเผยถึงประเด็นดังกล่าวว่า ในส่วนของโรงเรียนสังกัด สพฐ. ที่ผ่านมาหลายแห่งมีการดำเนินการห้ามเด็กนักเรียนนำโทรศัพท์มือถือเข้าไปใช้ในชั้นเรียนมาบ้างแล้ว โดย สพฐ. เปิดกว้างให้ผู้บริหารสถานศึกษาและคุณครูสามารถใช้ดุลพินิจในการบริหารจัดการได้ตามความเหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่
"โดยส่วนตัวคิดว่าในชั่วโมงเรียน เด็กควรมีใจจดจ่ออยู่กับการเรียนอย่างแท้จริง ไม่ใช่ไปจดจ่ออยู่กับเรื่องอื่น หรือวุ่นวายอยู่กับโทรศัพท์มือถือ แม้แต่ครูเองก็ไม่ควรใช้มือถือเวลาสอน ต้องจดจ่ออยู่กับการสอนเช่นกัน"
เลขาธิการ กพฐ. กล่าวเพิ่มเติมว่า หากโรงเรียนเห็นสมควรที่จะไม่ให้เด็กใช้มือถือในชั้นเรียน คุณครูก็สามารถเก็บรวบรวมไว้ให้เด็ก และเมื่อถึงเวลาพักเที่ยงหรือเลิกเรียนจึงค่อยคืนให้เด็กก็ได้ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน คุณครูก็สามารถอนุโลมให้เด็กใช้ได้เป็นรายกรณี
เตรียมนำเข้าที่ประชุมหาข้อสรุปที่ชัดเจน
เพื่อให้เรื่องนี้เกิดความชัดเจนและมีทิศทางเดียวกันในภาพรวม ดร.พิเชฐ ระบุว่า ตนจะนำประเด็นการใช้โทรศัพท์มือถือในชั้นเรียน หยิบยกขึ้นมาหารือในการประชุมผู้บริหาร สพฐ. ซึ่งประกอบด้วยรองเลขาธิการ กพฐ., ผู้เชี่ยวชาญ และผู้อำนวยการสำนักทุกสำนัก เพื่อระดมความคิดเห็นและรับฟังแนวคิดที่หลากหลาย หากมีแนวทางปฏิบัติหรือข้อสรุปออกมาในทิศทางใด ทาง สพฐ. จะแจ้งให้สังคมได้รับทราบต่อไป
ในยุคที่เทคโนโลยีและโทรศัพท์มือถือเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน การบริหารจัดการให้เกิดความสมดุลระหว่างการเรียนรู้และการใช้เทคโนโลยีถือเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ต่างจากการบริหารจัดการด้านการเงินส่วนบุคคลของคุณครูครับ สำหรับบุคลากรทางการศึกษาที่กำลังมองหาแนวทางในการบริหารจัดการหนี้สินให้เป็นระบบ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายรายเดือนและเพิ่มเงินออมให้ครอบครัว ขอแนะนำให้ลองศึกษาข้อมูล รวม โปรโมชัน รีไฟแนนซ์บ้าน 2569 ข้าราชการครู สพฐ. (ดอกเบี้ยต่ำสุด 0.99%) เพื่อเป็นทางเลือกในการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้มั่นคงยิ่งขึ้นครับ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์ (17 มี.ค. 2569 เวลา 09:34 น.)
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่นี่: คลิก

